หนูกัดสายไฟรถยนต์ หลอดไฟเลี้ยวดับ ต่อเองก็ได้ เพราะจุดเกิดเหตุนี้เรามองเห็น แม้จะทำงานยาก แต่ก็ทำเองได้ เพียงแค่ระมัดระวังให้มากหน่อย เพราะสายไฟที่มีทองแดงโผล่มา ไม่มีฉนวนหุ้ม และเราไม่รู้ว่า ขณะนั้น มีไฟอยู่หรือไม่ จะซ่อมสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ไฟไม่ช็อตเรา แต่มันจะช็อตระบบเสียหาย แทนที่จะได้ประหยัดเพราะทำเอง เลยกลายเป็นเสียเงินก้อนโตไปเลย

การจะต่อสายไฟรถยนต์ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ ความปลอดภัย ปลอดภัยในที่นี่ไม่ได้หมายความว่า ไฟจะช็อตเรา มันไม่ช็อตเราหรอกครับ เพราะไฟมีแรงดันแค่ 12 V เอง แต่ปัญหาคือ ถ้าสายไฟเส้นที่มีปัญหามันเป็นขั้วบวก พร้อมกับมีไฟมารอที่ปลายสายไฟแล้ว และเราทำงานพลาด พลั้งเผลอ ปลายสายไฟ ไปถูกโครงรถยนต์ ซึ่งเป็นขั้วลบ ทั้งหมด มันจะช็อต ซึ่งอาจจะทำให้ระบบควบคุม ที่เป็นอิเล็คทรอนิกส์ เสียหายได้ (ไม่มีใครบอกได้ ว่าอะไรจะเสียหาย ถ้าเกิดการช็อตขึ้นจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่า สายเส้นนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร ส่วนไหน) ดังนั้น ก่อนจะลงมือต่อสายไฟ ต้องปลดสายแบตเตอรี่ออกก่อน เพื่อความปลอดภัย

ในกรณีตัวอย่างนี้ แบตเตอรี่อยู่ฝั่งซ้ายของคนขับรถ และไฟเลี้ยวด้านซ้าย คือตำแหน่งที่ถูกหนูกัดขาด ดังนั้น การปลดขั้วแบตเตอรี่ของผม คือการปลดทั้งสองขั้ว แล้วยกแบตเตอรี่ออกไปเลย เพื่อเปิดพื้นที่ว่างๆ โล่งๆ ให้ทำงานได้สะดวกขึ้น

สายไฟที่หนูกัดขาด เป็นการกัดแยกสายไฟออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งหนูมันไม่ได้กัดจนเป็นเส้นฝอยหลายๆ เส้น เราจึงทำงานได้ง่ายหน่อย ไม่ต้องหาสายไฟใหม่มาต่อเพิ่ม เพียงแต่ ระยะของสายไฟจะสั้นลงเล็กน้อย ซึ่งในจุดนี้ ความยาวของสายไฟ ยาวเพียงพอที่จะถอด หรือใส่หลอดไฟได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหา

การต่อสายไฟ สำหรับรถยนต์ ซึ่งมีการสั่น เคลื่อนไหวตลอด ขอแนะนำให้ต่อสายไฟ แล้วบัดกรีสายไฟให้แน่นหนาด้วย เหมือนในตัวอย่างนี้ จากนั้น จึงใช้เทปพันสายไฟ พันให้เรียบร้อย หลายๆ รอบหน่อยก็ดี แต่ถ้าใครมีท่อหด ยิ่งดีใหญ่ ซึ่งในวันที่ทำ ผมไม่มีครับ เลยใช้เทปพันสายไฟ พันหลายๆ รอบ แล้วพันรวบสองเส้น รวมกันอีกทีนึง (ขออภัย ไม่ได้ถ่ายผลลัพธ์มาให้ดู)

ปัญหาเรื่องหนูกัดสายไฟ นี่เจอด้วยตัวเองมาแล้ว 2 คัน รวมกัน 2 ครั้ง คันแรก จอดที่บ้านในเมือง นานไปหน่อย หนูบุกเข้าห้องเครื่อง แล้วกัดสายหลอดไฟเลี้ยวนี่แหละ ส่วนอีกคันนึง จอดที่บ้านสวน หนูหนีฝนเข้ามาหลบ จนกลายเป็นบ้านมัน และอยากจะสร้างรัง สายไฟรกไปหน่อยสำหรับมัน จะสร้างรังเรียบๆ สวยๆ ไม่ได้ (มีเศษใบไม้ และวัสดุหลายชนิดกองอยู่ แบบนี้ทำรังแน่นอน) ก็เลยช่วยเราทำความสะอาด ด้วยการกัดสายซะแหว่ง ขาดไปหลายเส้น ดีที่สายไฟรถยนต์ มันมีสีที่ไม่ซ้ำกัน เลยสามารถปะติดปะต่อได้ว่า ควรจะต่อเส้นไหน เข้ากับเส้นไหน ไม่ต้องไปไล่วงจรให้วุ่นวาย เพียงแต่ต้องหาซื้อสายไฟมาต่อความยาวเพิ่มด้วย เพราะขาดช่วงกลางของสาย ไม่สามารถดึงสายไฟเข้าหากันได้เลย

หลังจากต่อสายไฟเสร็จ ก็ได้เวลาลงมือ หาทางรับมือกับปัญหาหนูกัดสายไฟ ซึ่งแก้ไขได้เรียบร้อยดี และผ่านมาหลายเดือนแล้ว ยังปลอดภัยดีอยู่ ไม่มีหนูเข้ามารบกวน เดี๋ยวจะถ่ายภาพ นำมาเขียนเป็นบทความ วิธีแก้ปัญหา ว่าทำยังไง ให้หนูมันอยู่ห่างๆ จากรถเราอีกทีนะ





