หัวปลั๊กไฟละลาย หรือหัวปลั๊กไฟไหม้ มีสาเหตุมาจากหัวปลั๊กไฟ หรือเต้าเสียบเองก็ได้ และมีสาเหตุมาจากเต้ารับ ก็ได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ที่พบเห็นโดยทั่วไป ปัญหาจะมาจากหัวปลั๊กไฟมากกว่า โดยเฉพาะ สินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกๆ แน่นอนว่า เป็นผู้ผลิตที่เราก็รู้ว่ามาจากไหน

กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ต้นกำเนิด รูปแบบของการต้มน้ำแล้วเดือดทันใจ ตั้งแต่เริ่มมีขาย จนถึงปัจจุบัน ล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน ยี่ห้อไทยๆ ก็มีขาย แต่ต้นกำเนิด ผู้ที่ผลิตให้ ก็มีแหล่งที่มาเดียวกัน หลายๆ รุ่น ก็ดูเหมือนว่าจะใช้สเป็กเดียวกันกับสินค้าไร้ยี่ห้อ
เท่าที่ลองดูรายละเอียดที่พิมพ์อยู่บนสายไฟ นั้น เค้ามันไม่ใช่มาตรฐานบ้านเรา หัวปลั๊กบางรุ่น ก็ไม่ใช่เช่นกัน เมื่อกาต้มน้ำร้อนเสีย ลองแกะออกมาดู ก็พบว่า สายไฟที่เค้าใช้กันในสินค้าถูกๆ มันคือ สายอลูมิเนียม เคลือบด้วยทองแดง นั่นหมายความว่า เส้นลวดตัวนำ มันพอดี หรือเล็กกว่า ขนาดที่ควรจะเป็น เพราะตามปกติ เค้าจะอ้างอิง ตามตัวนำที่เป็นทองแดง แต่เค้าลดคุณภาพลง เพื่อตัดราคาขายกันเอง เน้นถูกเข้าว่า

หัวปลั๊กไฟ ที่มีสายไฟอลูมิเนียมอยู่ข้างใน เวลาที่เราเสียบปลั๊กไฟ เข้ากับเต้ารับมันไม่ยาก แต่เวลาดึงออกนั้น เรามักจะโยกปลั๊ก ทุกๆ ครั้งที่รู้สึกว่าดึงออกตรงๆ มันยาก สายไฟที่ต่ออยู่กับขาปลั๊ก ที่ถูกหล่อ ห่อหุ้มเอาไว้ มันก็จะมีการโยกตามไปด้วย สายอลูมิเนียม สภาพปกติ มันจะหักง่ายกว่า สายทองแดงอยู่แล้ว มันจึงหักอยู่ข้างในโดยที่เราไม่รู้ตัว จากนั้นมันก็สร้างความร้อนขึ้นมาบริเวณรอยต่อที่หักนั่นแหละ จนทำให้ปลั๊กไฟละลาย , ไหม้ อย่างที่เจอๆ กัน ซึ่ง กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า จะอยู่อันดับต้นๆ เลยทีเดียว ที่พบปัญหานี้กันบ่อยๆ

ทีนี้ก็มาดูว่า เมื่อเจอปัญหา ปลั๊กไฟละลาย หรือไหม้แล้ว จะใช้ต่อได้หรือไม่ ลองใช้มัลติมิเตอร์วัดให้ดูเลย จะเห็นว่า ภาพแรก ขาปลั๊กข้างนึง เมื่อวัดระหว่างจุดต่อ กับขาปลั๊ก จะพบว่า มิเตอร์ขึ้นไฟสีแดงๆ นั่นคือ สัญญาณบ่งบอกว่า การนำกระแสไฟของสายไฟตัวนำ ยังทำได้ดีอยู่ เมื่อย้ายมาวัดอีกขานึง จะพบว่า เข็มมิเตอร์ขึ้นไม่สุด มีค่าความต้านทาน และไฟสัญญาณสีแดงไม่ติด แสดงว่า สายไฟ เส้นนี้กลายสภาพเป็นตัวต้านทานไปแล้ว ไม่ใช่ตัวนำไฟฟ้าเหมือนปกติ นั่นหมายความว่า ยิ่งนำไปใช้งาน ขาปลั๊กไฟจะยิ่งละลาย เพราะกระแสไฟไหลไม่สะดวก จะเกิดเป็นความร้อนแทน





