ก่อนจะไปพูดถึงขั้นตอน การทำงาน การเปลี่ยนเต้ารับ ต้องเน้นไว้ก่อนเลยว่า การทำงานกับไฟฟ้า มีความเสี่ยงสูง ต้องปิดเบรคเกอร์ สับคัทเอาต์ ก่อนลงมือปฏิบัติงาน ผู้เชี่ยวชาญยังพลาด นัก DIY ห้ามเสี่ยงเด็ดขาด นะครับท่าน

เต้ารับในบทความนี้ เป็นเต้ารับที่ช่องเสียบละลาย มีร่องรอยการไหม้ เสียหายที่ชัดเจน ซึ่งได้อธิบายไปแล้ว ในบทความที่ผ่านมา ว่าต้องเปลี่ยนเต้ารับหรือไม่ อย่างไร? ดังนั้น ในบทความนี้ เราจะมาเปลี่ยนเต้ารับใหม่กัน ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ยาก แต่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง และรอบคอบ ขันสกรูทุกตัวให้แน่นๆ เสียบสายไฟให้ลึกพอ ทดลอง ทดสอบดึงสายไฟดูว่า แน่นหนาดี ก่อนประกอบหน้ากากเต้ารับ ให้เรียบร้อยอีกครั้ง เดี๋ยวจะมาบอกขั้นตอนกัน

เจ้ากาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ที่เดือดไวๆ เดือดจัดๆ แน่นอนเนี่ย เค้าทำมาขายกันชนิดที่เรียกว่า กระติกน้ำร้อนแบบเดิมๆ แทบจะหายไปจากตลาดเลยทีเดียว แต่กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้าแบบนี้ มีระดับราคาที่หลากหลายสุดๆ ราคาต่ำมากๆ สายไฟ จะไม่ได้เป็นสายทองแดง แต่มันคืออลูมิเนียม เคลือบ หรือชุบทองแดง หรือทำสีเหมือนทองแดง ไม่รู้ว่า กรณีไหน แต่แน่สุดๆ ก็คือ สายอลูมิเนียมแน่แท้ทีเดียว ซึ่งสายชนิดนี้ มันจะหักง่าย และไม่ทนต่อแรงดึง ดังนั้น หัวปลั๊กไฟมีปัญหา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สำหรับกาต้มน้ำร้อนถูกๆ พวกนี้

เตือนอีกครั้ง ก่อนจะไปยังขั้นตอนต่อไปว่า ให้เดินไปปิดเบรกเกอร์ หรือคัทเอาต์ให้เรียบร้อย ก่อน แล้วค่อยกลับมา ลุยต่อ อย่าลืมว่า เรามองไม่เห็นไฟฟ้า แต่มันดูดเราได้เสมอ

อย่าแปลกใจ ที่ดึงเต้ารับ ออกมาแบบผมแล้ว พบว่า ด้านหลังเป็นกล่องสีส้มๆ หรือเป็นกล่องเหล็ก ไม่เหมือนกับในภาพ นั่นก็เพราะว่า บ้านหลังนี้ อายุ 30 ปีเข้าไปแล้ว ตัวบล็อคไฟ เค้ายังใช้แบบดั้งเดิม คือ เป็นกรอบไม้อยู่ แล้วโบกปูนปิดทับกล่องไม้เอาไว้ ซึ่งช่างไฟ จะทำงานค่อนข้างลำบากทีเดียว ไม่เหมือนปัจจุบัน ที่วิธีการแตกต่างไปมาก

ก่อนจะแกะสายไฟออก แน่ใจแล้วนะ ว่าปิดเบรกเกอร์แล้ว ถ้าไม่รู้ตัวไหน ให้ปิด เมนเบรกเกอร์เลย ปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าปิดเมนเบรกเกอร์แล้ว ยังมีไฟอยู่อีก แสดงว่า ช่างไฟ มั่วมากๆ ไม่ปลอดภัยแน่ ต้องรื้อตู้ไฟใหม่หมด ถ้าปิดเบรกเกอร์ ลูกย่อย จะต้องตรวจสอบด้วยไขควงเช็คไฟทุกครั้ง อย่างในภาพนี้ คือ ปิดลูกเบรกเกอร์ผิดตัว จึงไม่ตัดไฟ ที่วิ่งไปยังเต้ารับ ที่เรากำลังซ่อมอยู่

เต้ารับตัวใหม่ ที่จะติดตั้งเปลี่ยนแทนที่ของเก่าในวันนี้ เป็นเต้ารับที่มีรูขากราวนด์ด้วย ในขณะที่ของเดิมเป็นแค่เต้ารับสองขาธรรมดาๆ แบบเก่าๆ แต่ก็ไม่มีปัญหา เราสามารถละ ขากราวนด์ไว้ได้ ไม่ต้องต่อใช้งาน วิธีถอดหน้ากากออกมา จะเหมือนๆ กันแทบจะทุกยี่ห้อ นั่นก็คือ งัด แงะ จากด้านข้าง ซึ่งจะบากเป็นร่องเอาไว้ให้เรา งัดออกมาทางด้านหน้า

วิธีใส่ตัวเต้ารับ เข้ากับหน้ากาก เราต้องเอียงเต้ารับ ให้เข้าล็อค ด้านใด ด้านนึงก่อน จากนั้น ก็ดันมันเข้ากับหน้ากาก โดยดันจากทางด้านหลัง ขึ้นมาด้านหน้า ซึ่งเต้ารับ ส่วนใหญ่ในบ้านเรา จะมีการออกแบบไปในแนวทางนี้แทบจะทั้งนั้น

เต้ารับแบบเก่าๆ เค้าจะใช้วิธีขันสกรู ยึดสายไฟให้แน่นหนา วิธีการถอดสายไฟออก จึงต้องใช้ไขควงด้วย แต่ยุคนี้ จะมีขายทั้งแบบเสียบ และแบบขันสกรู เราก็เลือกดูตามความต้องการของเราได้เลย แต่มีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ว่า ถ้าเราจะต่อเต้ารับ โดยใช้สายไฟอ่อน (สายไฟที่มีลวดทองแดงย่อยๆ หลายๆ เส้น) ควรใช้เต้ารับแบบขันสกรู เพราะทำงานง่ายกว่า และแน่นหนากว่า สำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญการต่อสายไฟ จะเหมาะมาก

เมื่อปลดสายไฟออกมาจากเต้ารับเดิมได้แล้ว ควรจะใช้ไขควงทดสอบไฟ ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนใช้มือสัมผัสกับสายไฟ เพื่อให้แน่นใจว่า ไม่มีอะไรผิดพลาด เช็คบ่อยๆ ปลอดภัยดี ให้ถือคติแบบนี้ไว้เสมอ

สายไฟที่ใช้งานมานาน ยิ่งสายไฟที่มีปัญหาเรื่องกระแสไฟไหลผ่านสูงๆ จะยิ่งพบว่า มีเขม่าสีดำๆ ติดเต็มสายไฟ เราควรจะขัด ทำความสะอาดพื้นผิวเสียหน่อย เพื่อให้มั่นใจว่า ไฟเดินได้สะดวกไม่มีปัญหาใดๆ โดยใช้กระดาษทรายเบอร์ที่ละเอียดๆ หน่อย ค่อยๆ ขัด จนเขม่าสีดำๆ

เต้ารับตัวใหม่ ที่ซื้อมา เป็นรุ่นที่ไม่ต้องใช้ไขควง เป็นระบบเสียบสายไฟได้เลย แต่สายไฟที่จะเสียบ จำเป็นต้องเป็นสายแข็งเท่านั้น อย่าใช้กับสายไฟอ่อน ที่ไม่ได้สวมปลอกหางปลา เพราะมันจะไม่แน่น ดึงนิดเดียวก็หลุด

ถ้าดูในคลิป จะพบว่า เสียบสายไฟ จนสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่น จับเบาๆ แทบจะไม่ออกแรงดึง สายไฟก็หลุดออกมา นั่นเป็นเพราะว่า ปอกฉนวนของสายไฟออกน้อยเกินไป (เต้ารับของเดิม เป็นแบบขันสกรู ตัวขาโลหะของตัวปลั๊กมักจะอยู่ตื้น ไม่ลึก ดังนั้น การปอกสายไฟ จึงปอกสายไม่มาก แต่พอนำมาใช้กับเต้ารับแบบเสียบสายไฟ มันจึงใช้ไม่ได้ ต้องปอกฉนวนของสายไฟ ออกเพิ่มอีกนิด ซึ่งตัวเต้ารับทุกยี่ห้อ เค้าจะมี Strip Gauge มาด้วยเสมอๆ เราต้องปอกสายไฟ ให้มีความยาวตามคำแนะนำนี้ เพราะเป็นค่าของความยาวที่เหมาะสมที่สุด สำหรับเต้ารับรุ่นนั้นๆ

เมื่อปอกฉนวนของสายไฟออก ให้เหมาะสมตาม Strip gauge แล้ว เราจะแทงสายไฟ เข้าเต้ารับได้อย่างแน่นหนาที่สุด เมื่อเสียบสายไฟเข้าที่แล้ว ลองใช้มือดึงดู ดึงแรงๆ ให้แน่นใจว่า สายไฟ แน่นหนาดี ไม่หลุด ไม่งั้น ตอนที่เราดันหน้ากากเต้ารับ เข้ากับกล่องเต้ารับ สายไฟอาจจะหลุดหลวม ในจังหวะนั้นได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ พบเห็นได้บ่อยๆ

เสียบสายไฟ ให้ถูกต้องด้วย ตอนถอดออกมาจากเต้ารับของเดิม สีไหนเป็น L สีไหนเป็น N ต้องจำเอาไว้ แล้วเสียบสายไฟ เข้ากับเต้ารับใหม่ ก็ต้องเสียบให้ถูกขั้ว เพื่อความเป็นมาตรฐาน เหมือนๆ กันทั้งหมด จากนั้นก็ดันตัวเต้ารับ ที่ต่อสายไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าที่เข้าทาง เข้ากับบล็อคเต้ารับบนผนังห้องของเราตามเดิม ค่อยๆ ดันเข้าไป ถ้ามีจำนวนสายไฟเยอะ อาจจะต้องออกแรงจัดสายไฟสักหน่อยด้วย

ขันสกรูเพื่อยึดเต้ารับ เข้ากับกล่องสายไฟ กล่องเต้ารับให้แน่นหนา เวลาที่เราดึงปลั๊กไฟออก เต้ารับจะได้ไม่หลุดตามปลั๊กออกมา ขายขี้หน้าเชียวนะ จะบอกให้

ขันสกรูเรียบร้อยแล้ว เราก็ใส่หน้ากากเต้ารับ ให้เข้าที่เข้าทาง วิธีใส่ ก็แค่ หันให้ถูกทิศถูกทาง แล้วดันเข้าไปเบาๆ ก็เรียบร้อยแล้วครับ

เปิดเบรกเกอร์ที่เราปิดเอาไว้ได้แล้ว จากนั้นก็นำไขควงทดสอบไฟ มาตรวจสอบ ตรวจเช็คอีกครั้ง เสียบเข้าไปในช่อง L หลอดไฟที่ไขควงต้องติดสว่าง เมื่อแทงเข้าไปที่ช่อง N หลอดไฟบนไขควงจะต้องไม่ติด (ในคลิปนี้ จะเห็นว่า ผมแทงปลายไขควงเข้าที่ช่องเสียบได้ง่ายดายมาก เพราะบ้านผมไม่มีเด็กเล็กๆ จึงเลือกซื้อเต้ารับแบบไม่มีม่านนิรภัย) เมื่อทดสอบเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันจบงาน เปลี่ยนเต้ารับ ด้วยดี





