ซ่อมรีเลย์ งาน DIY ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ รีเลย์ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ถูกนำมาใช้งานกันมาก สารพัดวงจรไฟฟ้า ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ชนิดนี้ โดยเฉพาะในรถยนต์ จะต้องใช้รีเลย์ แรงดัน 12V อยู่หลายตัวเหมือนกัน ซึ่งรีเลย์ที่นำมาซ่อมแซม แก้ไขในวันนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ได้ในงานในรถยนต์ แต่เป็นรีเลย์ ชนิด 5 ขา ที่ผมนำมาใช้งาน DIY กับมอเตอร์ RS775 ซึ่งใช้กระแสมากพอสมควร สวิทช์เล็กๆ ใช้งานไม่ได้ ถึงได้ก็ไม่ทน ใช้ได้แผล็บเดียวก็พัง ทางออกคือ ต้องหาตัวช่วยเป็น รีเลย์นี่แหละครับ

รีเลย์ตัวนี้ เป็นรีเลย์ใช้ไฟ 12 Volt ที่ใช้งานมานานพอสมควรแล้ว เป็นรีเลย์ 5 ขา ซึ่ง 2 ขา มีไว้สำหรับขดลวดไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้รีเลย์ทำงาน ส่วน 3 ขาที่เหลือ มีเอาไว้ใช้เป็นหน้าสัมผัสทางไฟฟ้า ปกติเปิด และปกติปิด แต่ใช้งานจริงๆ สำหรับงาน DIY ของผม ใช้เพียงแค่ ปกติเปิดเท่านั้น
รีเลย์ตัวนี้ใช้งานมาเนิ่นนาน ไม่เคยเบี้ยว บิดพริ้ว แต่คงดูแลเครื่องไม้เครื่องมือน้อยไปหน่อย พอถึงเวลาที่ต้องใช้งานเครื่องไม้เครื่องมือไฟฟ้าที่ DIY เอาไว้ รีเลย์เจ้ากรรมตัวนี้ ก็ดันไม่ทำงานซะดื้อๆ ถ้าจะสั่งซื้อตัวใหม่ ทางออนไลน์ ก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะส่งมาถึงมือเรา จะวิ่งเข้าเมือง(ตอนนี้อยู่บ้านสวน) ไปซื้อร้านขายอุปกรณ์รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ก็ต้องใช้เวลาวิ่งไปที่ร้าน แม้จะเร็วกว่าการสั่งซื้อจากโลกออนไลน์ก็เถอะ แถม ราคาก็แพงกว่าซื้อจากร้านออนไลน์บวกค่าขนส่งแล้วอีกด้วย

นั่งคิด นั่งนึกว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหนดี มองดูตัวรีเลย์ ไหนๆ มันก็เสียแล้ว เสียเพิ่มอีกนิดจะเป็นไรไป ชำแหละมันออกมาซะ ถ้าแก้ไขได้ ก็ดีไป ถ้าแก้ไม่ได้ ค่อยวิ่งไปซื้อก็แล้วกัน ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนี้ ไม่เสียกันง่ายๆ หรอก ที่มันไม่ทำงาน น่าจะเป็นเพราะหน้าสัมผัสค้างมากกว่า แต่ลองเคาะ ลองกระแทกกับพื้นดูหลายรอบ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ก็คงต้องรื้อออกมาดู เมื่อพูดถึงความคงทนของคอยล์รีเลย์ มันก็เหมือนกับมอเตอร์ปั๊มน้ำ ที่เค้ารับประกันเฉพาะตัวมอเตอร์ อายุ 5 ปี ก็ยังรับประกันให้ เพราะมันไม่เสียหายง่ายๆ นั่นแหละครับ

ก่อนจะชำแหละ เป็นจริงเป็นจัง ก็หยิบตัวรีเลย์ ขึ้นมาสำรวจรอบๆ ดูก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง ก็เห็นว่ามีร่องรอยของคราบสนิม ซึ่งรีเลย์ชนิดนี้ เป็นชนิดที่มีการหยอดอีพ็อกซี่ ปิดเอาไว้หมด แกะ หรือถอดออกมาด้วยไขควงไม่ได้แน่นอน น้ำเข้าไม่ได้ ถ้าอีพ็อกซี่ที่หยอดใส่ไว้ ไม่แตก ไม่เสียหาย แต่ในกรณีนี้ ดูเหมือนว่า น้ำจะซึมผ่านเข้าไปได้ อย่างที่บอกครับว่า รีเลย์ตัวนี้ใช้งานมาระยะนึงแล้ว แต่ดูแลไม่ดี โดนฝนสาดอยู่หลายครั้ง ก็ไม่แปลกอะไร ถ้าจะพบร่องรอยแบบนี้

ก่อนจะงัดแงะ รีเลย์ ลองใช้มัลติมิเตอร์วัดที่ขาขดลวด หรือคอยล์ของรีเลย์ดูแล้ว ว่าไม่ขาดแน่นอน แต่เวลาที่ป้อนไฟ 12V ให้ กลับไม่มีเสียงแตร๊ก แบบรีเลย์ทำงานเลย แสดงว่าหน้าสัมผัสค้าง มีร่องรอยน้ำเข้าไปแบบนี้ อาจจะเกิดสนิมที่หนัาสัมผัสจนติดค้าง หรือน้ำเข้าไปลัดวงจรการทำงานของคอยล์รีเลย์ก็เป็นได้

วิธีแกะรีเลย์ คือทำลายมัน เริ่มจากการหยิบใบเลื่อยเหล็กขึ้นมา เลื่อยไปรอบๆ ตัวรีเลย์ โดยบากไว้ให้เป็นรอย รอบๆ ตัวรีเลย์อย่างในภาพที่เห็น ค่อยๆ เลื่อยๆ อย่าใจร้อน เดี๋ยวจะไปเลื่อยถูกขารีเลย์ ถูกเส้นลวดทองแดงเข้า จะแก้ไขกันยาว กะว่าเกือบๆ ทะลุ แล้วค่อยใช้ไขควงงัดๆ แงะๆ เอาไม่ยากๆ

เมื่อถอดออกมาได้แล้ว เห็นความผิดปกติแค่คราบสนิม ที่เกาะอยู่บริเวณแกนขดลวด ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านด้วย แต่ไม่เป็นไร ไม่กระทบการทำงานของรีเลย์ ซึ่งแรงดัน 12V กระแสน้อยๆ แบบนี้ไม่เป็นไร เรายังจับได้ไม่เป็นอันตราย เมื่อถอดออกมาได้แล้ว ก็ลองไฟก่อนเลย ต่อไฟบวก ไฟลบเข้าไปที่ ขั้ว คอยล์ของรีเลย์ ว่าทำงานได้ไหม ปรากฏว่า ทำงานได้เป็นปกติ แสดงว่า มีอาการค้าง ของหน้าสัมผัส อาจจะเกิดจากสนิมที่เกาะที่หน้าสัมผัส ทำให้แรงดูดของคอยล์รีเลย์ เอาชนะ สนิมที่เกาะอยู่ไม่ได้ รีเลย์ก็เลยไม่ทำงาน แต่ก็เป็นไปได้น้อยมาก เมื่อสังเกตที่หน้าสัมผัสของรีเลย์ อีกกรณีนึง ก็เป็นร่องรอยของน้ำที่ขังอยู่ในตัวรีเลย์ แม้จะเล็กน้อย แต่มันอาจจะทำให้คอยล์รีเลย์ ลัดวงจรบางส่วนเวลาที่ป้อนไฟเข้าไป ทำให้พลังแม่เหล็กไม่มากพอ ที่จะดูดหน้าสัมผัสส่วนที่เคลื่อนไหวได้

แต่ยังไงก็ตาม เมื่อแกะรีเลย์ออกมาได้แล้ว ก็ทำความสะอาดหน้าสัมผัส ทางไฟฟ้าของรีเลย์สักหน่อย ด้วยกระดาษทราย วิธีการก็ง่ายๆ ไม่ต้องแยกรีเลย์ออกมาเป็นชิ้นๆ แค่เราหั่นกระดาษทรายละเอียดๆ หน่อย สักเบอร์ 800 มาเป็นแผ่นเล็กๆ แล้วแหย่ลงไปที่หน้าสัมผัส ด้านใดด้านหนึ่งก่อน กดหน้าสัมผัส หรือผลักหน้าสัมผัสเอาไว้ ขึ้นอยู่กับว่า ต้องการขัดที่หน้าสัมผัสไหนก่อน จากนั้นก็ดึงกระดาษทรายออก (ใช้นิ้วมือกดหน้าสัมผัสลง พร้อมๆ กับดึงกระดาษทรายออก) ทำวนๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ สัก 10 รอบ แล้วกลับด้าน ขัดผิวสัมผัสอีกด้านนึง เท่านั้นก็เรียบร้อย

ทำความสะอาดหน้าสัมผัสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทดสอบอีกครั้งด้วยการต่อไฟ 12V เข้าไปที่ขั้วของคอยล์รีเลย์ ว่าทำงานได้เป็นปกติดีหรือไม่ จะได้ไม่ต้องถอดเข้าถอดออกกันบ่อยๆ เมื่อทดสอบจนแน่ใจแล้ว ก็ประกอบกลับไปให้เหมือนเดิม จากนั้นก็เอากาวอีพ็อกซี่ กาว A+B ยี่ห้อไหน แบบไหน ก็ได้ แบบปั้นก็ยังได้ ปิดรอยแผลให้มิดชิดเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้อากาศเข้า และไม่ให้น้ำเข้าด้วย เรียกว่า ของเดิมเป็นแบบไหน ก็ทำกลับไปแบบนั้น หน้าสัมผัสของรีเลย์จะได้ไม่เสียหายง่ายๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย ใช้งานได้เหมือนเดิม ไม่ต้องวิ่งไปซื้อให้เปลืองน้ำมันรถ ไม่ต้องรอสั่งของหลายวัน จากร้านค้า online ต่างๆ แค่เสียเวลานิดหน่อยเอง ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เกือบร้อยบาทเชียว





