พัดลมเสีย เปิดพัดลมไม่ติด แค่ สวิทช์พัดลม มีรังมด

  • 3
  •  
  •  
  •  
พัดลมเสีย แค่สวิทช์พัดลมมีรังมด
พัดลมเสีย แค่สวิทช์พัดลมมีรังมด

พัดลม พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน บ้านไหนๆ ก็ต้องมี เพราะความสามัญของมันนี่แหละ บ้านไหนๆ ก็มี ใช้กันเป็นปกติในทุกๆวัน ความเสียหาย และปัญหาจึงเกิดขึ้นได้บ่อย สารพัดปัญหาที่เราจะได้เจอกับอุปกรณ์ง่ายๆ ตัวนี้

พัดลมตัวนี้ (ลืมถ่ายภาพทั้งตัวมาให้ดูนะ แต่ก็ไม่เป็นไร นึกๆ เอาหน่อยแล้วกัน พัดลมๆ ก็มีหน้าตาเหมือนๆ กันนั่นแหละ ต่างกันตรงสีสันเสียมาก หน้าตาไม่ค่อยแตกต่าง) พัดลมตัวนี้ถูกเก็บเอาไว้เสียนาน ในห้องที่ไม่มีใครไปรบกวนมันเลย (ห้องเก็บของไง) แต่เมื่อถึงเวลาต้องการใช้ ก็ไปยกมาตั้ง เสียปลั๊กไฟ แล้วก็กดสวิทช์ เท่านั้นแหละ เหงื่อที่กำลังออก ก็ไหลตกลงไปบนพื้น แถมเหงื่อยังออกไม่ยอมไม่หยุดเลย ก็เหงื่อจะไม่ออกได้ยังไงล่ะ พัดลมมันนิ่งสนิท ไม่ยอมหมุนแบบนี้ เฮ้อ ได้ออกแรงกันอีกแล้ว

จับพัดลมคว่ำหน้ากับพื้นก่อน
จับพัดลมคว่ำหน้ากับพื้นก่อน

เริ่มด้วยการจับพัดลมคว่ำหน้าลงกับพื้นเสียก่อนดีกว่านะ จะได้ทำงานโดยสะดวก ถ้าใครกลัวว่าหน้าพัดลมจะเป็นรอย ก็ให้หาผ้า หรือกระดาษ มาวางบนพื้น ก่อนจะจับพัดลมคว่ำหน้าลงไปแล้วกัน เลือกวิธีที่ต้องการได้เลย

ขันสกรูใต้ฐานพัดลมออกก่อน
ขันสกรูใต้ฐานพัดลมออกก่อน

ใต้ฐานพัดลม บริเวณที่บุ๋มลงไปนั่น เป็นตำแหน่งของสกรู ที่ยึดตัวฐานพัดลมตัวหลัก หรือจะเรียกว่าตัวพัดลมเลยก็น่าจะได้ เข้ากับฐานพัดลมชิ้นใหญ่ด้านล่างอีกทีหนึ่ง เราไขสกรูตัวนี้ออกก่อนจึงจะสามารถถอดเอาตัวพัดลมออกมาจากฐานตั้งได้

ค่อยๆ โยก ค่อยๆ ขยับดึงเอาตัวพัดลมออก
ค่อยๆ โยก ค่อยๆ ขยับดึงเอาตัวพัดลมออก

เมื่อขันสกรูออกแล้ว เราก็สามารถที่จะขยับดึงเอาตัวพัดลม ออกจากฐานพัดลมได้ แต่ต้องออกแรงนิดหน่อย มันจะติดๆ แข็งๆ ดึงไม่ค่อยออกหรอกนะ พยายามหน่อย

ที่ตัวพัดลม จะมีเงี่ยง หรือตัวล็อคเล็กๆ อยู่
ที่ตัวพัดลม จะมีเงี่ยง หรือตัวล็อคเล็กๆ อยู่

ที่ตัวพัดลม จะมีเงี่ยง หรือคลิปล็อค หรือตัวล็อคเล็กๆ แบบนี้อยู่ทั้ง 4 ด้าน ทำให้เราไม่สามารถถอดตัวพัดลมออกมาจากฐานพัดลมได้ง่ายๆ คงต้องใช้แรงกันสักหน่อยนะ

จับพัดลมคว่ำหน้ากับพื้นก่อน
จับพัดลมคว่ำหน้ากับพื้นก่อน

จับพัดลมคว่ำหน้าลงแบบนี้ก่อน จะทำให้ถอดพัดลมได้สะดวกขึ้น ถ้าตั้งพัดลมไว้ แล้วพยายามถอดฐานออกมา เกิดการพลาดพลั้งหน้าพัดลมล้มลงไฟฟาดพื้น คอหัก อาจจะต้องเสียเวลาเพิ่ม ได้งานเพิ่มเข้ามาอีกนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ถอดสกรูฝาครอบ ชั้นที่ 2 ออกอีกที
ถอดสกรูฝาครอบ ชั้นที่ 2 ออกอีกที

เมื่อดึงตัวพัดลมออกมาจากฐานพัดลมแล้ว จะเห็นฝาครอบอีกชั้นนึง มีสกรูยึดอยู่ ถอดสกรูแล้วแกะเอาฝาปิดออกก่อน

เปลือยตัวพัดลมออกมาแบบนี้
เปลือยตัวพัดลมออกมาแบบนี้

เมื่อแกะฝาครอบฐานพัดลมชั้นที่ 2 ออกแล้ว เราก็จะมองเห็นสภาพเปลือยๆ แบบนี้

สวิทช์พัดลม ยึดกับฐานด้วยสกรู
สวิทช์พัดลม ยึดกับฐานด้วยสกรู

จากนั้นก็มาแกะสวิทช์กันต่อ สวิทช์พัดลม ถูกยึดติดไว้กับตัวพัดลมด้วยสกรูตัวเล็กๆ นี้ ใช้ไขควงแกะออกอย่างเบามือ

พัดลมเสีย แค่สวิทช์พัดลมมีรังมด
พัดลมเสีย แค่สวิทช์พัดลมมีรังมด

นี่ไงล่ะ ต้นตอของปัญหาทั้งหมด ที่พัดลมไม่ติด พัดลมถูกทิ้งเอาไว้นาน ไม่ได้ใช้ ในที่สุดมดก็ยึดเอาไว้เป็นบ้านของตัวเอง ทั้งตัวมดและฝุ่นเข้าไปขวางหน้าสัมผัสของสวิทช์เอาไว้ จนทำให้เราเปิดพัดลมไม่ติดแบบที่เป็นอยู่นี้

ใช้แปรงทาสี ปัดเอารังมดออกให้หมด
ใช้แปรงทาสี ปัดเอารังมดออกให้หมด

ใช้แปรงทาสี เก่าก็ได้ ใหม่ก็ดี ปัดเอาตัวมด รังมดออกให้หมด

ปัดออกหมดแล้ว แต่แรงไปหน่อย
ปัดออกหมดแล้ว แต่แรงไปหน่อย

ปัดเอารังมด พร้อมๆ กับตัวมดออกหมดแล้ว แต่ออกแรงมากไปหน่อย ทำเอาหน้าสัมผัสบิดไปเลย สังเกตหน้าสัมผัสตัวกลางนะ มันไม่ขนานกับหน้าสัมผัสที่อยู่ด้านล่างเลย

จัดหน้าสัมผัสให้เข้าที่เข้าทาง
จัดหน้าสัมผัสให้เข้าที่เข้าทาง

เนื่องจากหน้าสัมผัสของสวิทช์พัดลม เป็นเพียงแค่แผ่นโลหะบางๆ ที่สามารถจับบิดไปมาได้เล็กน้อย เราก็ใช้วิชาเล็กน้อย บิดกลับมาที่เดิม ให้ขนานกับหน้าสัมผัสด้านล่างได้

แกะออกมาแล้ว ทำความสะอาดหน้าสัมผัสสักหน่อย
แกะออกมาแล้ว ทำความสะอาดหน้าสัมผัสสักหน่อย

ไหนๆ ก็แกะเอาสวิทช์ออกมาแล้ว ก็จัดการทำความสะอาดสักหน่อย สวิทช์แบบเปลือยๆ แบบนี้ ไม่ต้องใช้น้ำยาล้างหน้าสัมผัส หน้าคอนแทคหรอกครับ กระดาษทรายละเอียดๆ ก็พอแล้วความละเอียดประมาณเบอร์ 500 ขึ้นไปจากนั้นก็กดสวิทช์ลงให้หน้าสัมผัสชนกัน เอาแผ่นกระดาษทรายไปขวางไว้ตรงกลาง แล้วขยับเลื่อนไปมา แค่นี้หน้าสัมผัสก็ถูกขัดถูกจนสะอาดเอี่ยมแล้วล่ะครับ

ขัดหน้าสัมผัสครบทั้ง 3 ปุ่ม
ขัดหน้าสัมผัสครบทั้ง 3 ปุ่ม

ขัดหน้าสัมผัสจนสะอาดเรียบร้อยทั้ง 3 ปุ่มแล้ว

เมื่อทำความสะอาดหน้าสัมผัสเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ก็ประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดกลับเข้าไปที่เดิมได้ โดยย้อนกระบวนการถอดกลับขึ้นไปนะครับ

งานซ่อมครั้งนี้สอนเราว่า อย่าตกใจเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ ลองถอดรื้อออกมาดูก่อน ยังไงถ้าไม่ซ่อม ของมันก็เสียอยู่แล้ว ถอดออกมาดูเผื่อว่าจะซ่อมแซมอะไรได้ อย่างในกรณีนี้ มันไม่ยุ่งยากเสียเวลาเลยที่จะออกแรงซ่อม ออกแรงแก้ไขด้วยตัวเอง แต่ถ้าพบว่างานมันยาก แก้ไขได้ยาก เราจะส่งต่อไปให้ช่างซ่อมก็ยังไม่สายเกินไป แต่ถ้าเรารู้ว่างานที่ช่างเรียกเก็บเงินราคาแพงๆ มีสาเหตุเพียงแค่มดเข้าไปทำรังและใช้แปรงปัดออก เราจะเสียใจไหมหนอ ลองถามตัวเองดูแล้วกันครับ

Leave a Comment

9 + eight =