ถอดแกะมารีวิว พัดลมตั้งโต๊ะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ (Mitsubishi) พัดลมยี่ห้อนี้ผมเคยรีวิวมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นพัดลมแบบกึ่งตั้งโต๊ะ ซึ่งพัดลมแนวกึ่งๆนี้เป็นที่นียมมากพอสมควร แต่พัดลมแบบตั้งโต๊ะก็ยังมีความต้องการอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน และพัดลมในวันนี้ ไม่ได้ซื้อมาใหม่เลย เพียงแค่แกะมาทำความสะอาด ก็เลยแคะแกะ สะกิดไปเรื่อย เก็บรายละเอียดมารีวิวให้อ่านกัน
ไม่ต้องสงสัยนะครับ ทำไมพัดลมมิตซูบิชิกึ่งตั้งโต๊ะคราวที่แล้วก็สีชมพู ครั้งนี้ก็สีชมพูอีก น่าจะเดากันได้นะว่าแฟนผมเป็นคนเลือกเองกับมือ พัดลมตัวนี้ถูกนำไปวางไว้บนพื้น ในห้องครัว เพื่อพัดเป่าสายลมไปทั่วๆ ห้องครัวในระดับต่ำ เพื่อพัดพา ไล่ยุง และแมลงที่สร้างความรำคาญ ให้กับแฟนผม ผู้เลือดหอม อยู่ที่ไหนยุงก็บินตามไปรังควานได้เสมอจริงๆ
เมื่อถอดพัดลมออกมาทำความสะอาด ก็เลยได้โอกาสชำแหละ แกะดูภายในบ้างนิดหน่อย ยังไม่ถึงกับงัดแงะหมดไส้หมดพุงนะครับ มาดูว่าคุณภาพ กับราคามันดีขนาดไหนกัน เมื่อก่อนผมชอบซื้อยี่ห้อที่ราคาเบาๆ คุณภาพดีใช้ได้ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นแพงไปแล้วเมื่่อเทียบกับยี่ห้อที่เกิดก่อน และอยู่มานานแบบมิตซูบิชิ แถมยังพังเสียหายง่ายอีกต่างหาก มีคนบอกว่า ดีสิ หาอะไหล่มาเปลี่ยนง่ายดี แต่ผมเองกลับคิดต่าง ถ้าต้องซื้อมาเพื่อจะซ่อม จะซื้อมาทำไมหว่า จ่ายเพิ่มอีกนิด ไม่ต้องซ่อมด้วย ใช้ไปนานๆ สบายใจกว่ากันเยอะ

ภาพนี้ถ่ายก่อนนำไปเช็ดทำความสะอาดนะครับ ดูเลอะเทอะไปบ้าง ก็ทำใจนะ พัดลม ถ้ามองแต่ภายนอก พัดลมก็เหมือนกันไปหมด ไม่ว่ายี่ห้อไหนๆ

แกะเอาตะแกรง และใบพัดลมออกหมดแล้ว มีแต่โครงให้เห็น ถ้าใครเคยสังเกตพัดลม เปรียบเทียบกับตัวนี้ จะเห็นว่า ตัวมอเตอร์พัดลม จะยื่นมาด้านหน้ามากกว่าปกติ มากกว่าตัวอื่นๆ และที่เฟรมพลาสติก จะมีร่องบากรอบตัวมอเตอร์ เดาได้ไม่ยากว่าช่วยระบายความร้อน และตัวใบพัดที่ประกอบเข้าที่เรียบร้อย จะครอบมอเตอร์ไว้ด้วย และมีครีบเล็กๆ อยู่ด้านใน เวลาที่ใบพัดหมุน ก็จะพัดอากาศระบายความร้อนที่ตัวมอเตอร์ไปด้วย มิตซูบิชิ ถึงออกแบบมอเตอร์แบบตันๆ ปิดหมดแบบนี้ได้ ไม่ต้องเจาะรูให้อากาศผ่านเหมือนรุ่นอื่น และยี่ห้ออื่น

ไขสกรูเอาเปลือกออกก่อน

ถอดเปลือกด้านหน้าของมอเตอร์ออกก่อนแล้วกัน

มอเตอร์ปิดหมด แต่ก็หยอดน้ำมันหล่อลื่นที่แกนเพลาของมอเตอร์ได้อยู่ดี

ดึงเอาตัวล็อคพัดลมไม่ให้หมุนออกก่อน

ดึงตรงๆ ได้เลย ไม่มีสกรูยึดเอาไว้ ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง แต่เดาเอาเองว่า ออกแรงดึงมากๆ เฟืองด้านล่างก็ไม่พัง ถ้าล็อคด้วยสกรู แล้วผู้ใช้งานดึงแรงๆ บ่อยๆ อาจจะมีปัญหากับชุดเฟือง มิตซูบิชิ เลยออกแบบมาแบบนี้ ถ้าดึงแรง ก็หลุดออกมาเลย เฟืองจะได้ไม่พัง

แกะเอาเปลือกออกให้หมด

เหลือแต่ตัวมอเตอร์ให้เห็นกันชัดๆ เป็นรุ่นปิดหมด ฝุ่นไม่เข้า เหมาะกับการนำไปใช้งานในที่ฝุ่นเยอะเสียจริงๆ เราจึงนำมาใช้ในห้องครัวนี่ไงล่ะ แกะเปลือกออกหมดแล้ว ตัวมอเตอร์ยังกิ๊งอยู่เลย อากาศไม่ไหนผ่านด้านในมอเตอร์ ฝุ่นก็ไม่เข้า ละอองน้ำมันก็เข้าไม่ได้ มอเตอร์ก็เลยดูดีอย่างที่เห็น

ดูด้านหลัง สะอาดเรียบร้อยมากสายไฟไม่เกะกะ มีกล่องโลหะสี่เหลี่ยมๆ ตั้งอยู่ ภายในมี C ติดตั้งไว้

โผล่ออกมาเพียงแค่สายไฟ ไปต่อเข้ากับมอเตอร์

ชุดส่ายของพัดลมมิตซูบิชิ เป็นชุดเฟืองที่อยู่ภายในทั้งหมด มีเพียงจุดหมุนให้เห็น หมดโอกาสที่ฝุ่นจะเกาะเฟืองให้สกปรก เลอะเทอะ และเสียหายง่าย

ชุดเฟืองอยู่ภายในทั้งหมด มีเพียงแค่จุดหมุนให้เห็น

ตัว C อยู่ภายในตัวถังโลหะ เพราะ C ที่เสื่อม และหมดสภาพ จะบวม หรือเกิดปัญหา C ระเบิดได้เหมือนกัน เมื่ออยู่ภายในตัวถังครอบอีกทีแบบนี้ ปลอดภัยขึ้นมากทีเดียว

ดูจากขาของ C มีความแปลกอยู่ที่ ไม่มีขาโลหะโผล่ออกมาให้เห็นเหมือนกับพัดลมหลายยี่ห้อที่เคยแกะมา ถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ แต่ C แบบนี้ไม่ต้องบัดกรีตะกั่ว

ดูที่ตัวถังของ C สะดุดที่คำว่า Protected ป้องกันอะไรกัน ต้องมีคำตอบ หลังจากค้นหาจากในอินเตอร์เน็ต ก็ได้พบกับคำตอบที่น่าสนใจ พัดลมมิตซูบิชิ เลือกใช้ C หรือ Capacitor ที่ถูกออกแบบมา เพื่อลดความเสียหาย ที่เกิดจากการที่ C ช็อต หรือเกิดแรงดันขึ้นภายในตัว C อย่างผิดปกติ หน้าสัมผัสหรือขั้วที่ต่อกับแผ่นเก็บประจุภายในตัว C จะถูกตัดแยกออกจากกัน ทำให้ลดความเสียหายจาก C ระเบิดได้ พัดลมมิตซูบิชิ ใส่ใจในรายละเอียดมาก

สังเกตปลอกหุ้มสายไฟ จะมีเส้นสีส้มๆ อยู่ในจุดที่ต้องรัดสาย หรือยึดกับตัวถังทุกจุดทีเดียว น่าจะเป็นตำแหน่งเพื่อบอกให้พนักงานประกอบพัดลมทราบ และไม่ลืมว่า ต้องตรวจสอบ และยึดให้เรียบร้อย

การโยงสายไปยังจุดต่างๆ จะมีปลอกฉนวนหุ้มอีกชั้นเสมอตรงช่วงคอพับนี้ เหมือนจะซ้อนแล้วซ้อนอีกด้วยซ้ำ ผมไม่แน่ใจ ไม่อยากใช้มีดเฉือนดู ของซื้อมาใช้งาน จะมาทำพังเพื่อรีวิวก็ไม่ใช่เรื่องเนอะ

รายละเอียดแจ้งไว้ครบถ้วน ที่สำคัญดูมาหลายยี่ห้อ มีแต่มิตซูบิชิ ที่เห็นว่าใส่ฟิวส์ป้องกันกระแสไฟเกินมาด้วย ยี่ห้ออื่นๆ คงจะบอกว่ามันไม่จำเป็น เลยตัดทิ้งไปหมด

ภาพนี้มองยากหน่อย ตรงส่วนหัวของตัว C โลโก้บ้านนายช่าง จะมองเห็นเขี้ยวพลาสติกเล็กๆ สูงขึ้นมานิดนึง ขนาดตำแหน่งของตัว C ยังออกแบบให้อยู่กับร่องกับรอย ต้องดันกระป๋องตัว C ให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ออกแบบไว้เท่านั้น จึงจะขันสกรูได้เข้าล็อค

ดูเหมือน จะเหลือยี่ห้อเดียวอีกแล้ว ที่มีปุ่มยางเล็กๆ แบบนี้มาให้ เวลาวางบนพื้น ปุ่มยางเล็กๆ จะหนุนให้โครงฐานพัดลมสูงจากพื้นขึ้นมาเล็กน้อย นิดเดียวจริง แต่มีผลมาก ถ้าวางพัดลมบนพื้นที่ไม่เสมอกัน และไม่มีปุ่มยางแบบนี้ในยี่ห้ออื่นๆ จะมีโอกาสเกิดเสียงครางสูง เพราะขณะพัดลมทำงาน จะสั่นเล็กน้อยตามปกติ และฐานพลาสติกของพัดลม จะกระทบพื้นครางเบาๆ แต่น่ารำคาญได้ทีเดียว ผมต้องหาแผ่นยางมาแปะ หนุนให้สูงขึ้น เสียเวลาอีก

ปุ่มยางเล็กๆ แบบนี้ ถ้าคนทั่วไปหาซื้อ ก็อาจจะได้ราคาถูกๆ ที่ 2 บาท แต่ราคาโรงงานคิดให้แบบราคาบาทเดียวพอ ราคาสมมุติ ซึ่งราคาจริงก็อาจจะถูกกว่านี้ ถ้าบริษัผลิตพัดลมสัก 500,000 ตัว ก็ 500,000 บาท หลายยี่ห้อที่ไม่ใส่ คงมีจุดประสงค์เพื่อการลดต้นทุนเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น

แกะออกมาดู มีฟิวส์ติดตั้งไว้อย่างที่แจ้งในฉลากด้านหลังพัดลมจริงๆ ไม่หลอกกันเน้อ

จุดต่อสายไฟ ใช้ปลอกฉนวนหุ้มย้ำสายไว้ไว้อย่างแน่นหนา

ไม่ปล่อยให้สายไฟเกะกะ แต่รัดเอาไว้ทุกๆ จุดที่เหมาะสม แบบนี้แหละ มาตรฐานของมิตซูบิชิเค้า

ใบพัดลมในรุ่นนี้ มีแผ่นเหล็กประกบมาด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าดีกว่าไม่มีอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหา อะไรในยี่ห้ออื่นๆ หรือรุ่นอื่นที่ไม่มี แต่ครีบพลาสติกรอบๆ นั่น นอกจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างใบพัดแล้ว ยังทำหน้าที่ช่วยระบายความร้อนให้กับมอเตอร์พัดลมด้วย

ด้านท้ายพัดลมรุ่นนี้จะกุดๆ สั้นๆ หน่อย เพราะตัวมอเตอร์ จะยื่นไปด้านหน้า มากขึ้น เพื่อให้ตัวใบพัด ช่วยในการระบายความร้อนให้กับมอเตอร์พัดลม
ไม่ขอสรุปอะไรมากมาย ดูแล้วพิจารณากันตามความเหมาะสม และคิดเอาเองว่า อยากจะ่จ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้พัดลมคุณภาพ ใช้ยาวๆ ไม่ต้องซ่อมบ่อยๆ ถ้าจะต้องซ่อม อะไหล่บางชิ้นอาจจะหาซื้อยากด้วยซ้ำ แต่กับบางยี่ห้อ ที่อะไหล่หาได้ง่าย เพราะต้องซ่อมกันบ่อยๆ อะไหล่จึงมีขายเยอะ ทุกอย่างมันขึ้นกับ Demand และ Supply เสมอ ไม่มีร้านไหนอยากจะตุนอะไหล่ที่ขายไม่ค่อยออกหรอก จมทุนเปล่าๆ จริงไหมครับ





