พัดลมแขวนผนังที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน นานแค่ไหนจำไม่ได้แล้ว แต่เมื่อสังเกตที่ฉลากประหยัดไฟ ก็พอจะทำให้รู้ช่วงเวลาที่ซื้อพัดลมตัวนี้มา ซึ่งอายุการใช้งานมันนานขนาดนี้แล้วหรือนี่ ใช้งานกันจนลืมไปเลย ตั้งแต่ปี 2003 โน่นแน่ะ และยังใช้งานได้มาจนป่านนี้ 2019 แล้วก็ไม่ใช่ว่า ใช้งานยาวๆ แบบไม่ต้องซ่อมบำรุงอะไรเลยนะ เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด มีการซ่อมบำรุง หยอดน้ำมันกันบ้างเวลาถอดทำความสะอาดใบพัด และตะแกรงพัดลม ก็เลยทำให้พัดลมตัวนี้ใช้งานกันได้ยาวๆ แล้วล่ะ ส่วนอาการอื่นๆ ก็วนเวียนอยู่กับเรื่องของเชือกดึงของพัดลม ไม่ขาดก็ฝืด ซึ่งวันนี้ เป็นอาหารเชือกดึงฝืด เดี๋ยวมาดูปัญหา และการแก้ไขกัน

ไม่มีภาพ ไม่มีช่วงการถอดให้ดู ข้ามๆ ไปบ้าง เผื่อบางคนจะเบื่อ ถ้าใครไม่รู้ขั้นตอน ต้องกลับไปอ่าน เชือกดึงเปิดปิดพัดลม หรือปรับความเร็วขาด ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาต่อที่บทความนี้ ซึ่งเชือกดึงเพื่อเปลี่ยนความเร็วพัดลม ทำหน้าที่เป็นสวิทช์เปิดปิดไปด้วยในตัว เพราะตัวสวิทช์เองจะหมุนวนเรียงกันไปตั้งแต่เลข 0-1-2-3 เมื่อเลื่อนมาถึงเลข 0 ก็หมายถึงการปิดสวิทช์พัดลม เมื่อดึงอีกครัั้ง ก็จะกลายมาเป็นเลข 1 พัดลมก็จะเริ่มทำงานที่ความเร็วต่ำสุด ดึงอีกครั้ง ความเร็วก็เปลี่ยน จนในที่สุดก็กลับมาที่ 0 ใหม่ แต่พัดลมติดผนังตัวนี้ ฝืดมาก ดึงยาก ก็เลยเห็นตัวเลขค้างๆ อยู่ตรงกลางแบบนี้ จะปิดก็ไม่ปิด จะเปิดก็ไม่ใช่ แบบนี้จึงต้องรื้อมาซ่อมแซมให้ทำงานได้ดังเดิม






หน้าตาของตัวสวิทช์เปิดปิดพัดลม หรือปรับความเร็วรอบพัดลม หน้าตาง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก เปลือยให้เห็นขั้นของสวิทช์ชัดเจน หน้าสัมผัสทองเหลือง ดูสกปรกเชียว ถ้าถามว่ายังใช้งานได้ไหม ก็ได้นะ แต่ไหนๆ ก็แกะมาแล้ว ต้องทำความสะอาดสักหน่อย

ส่องอีกด้านนึงของตัวสวิทช์ อ้อ มีตัวสปริงด้วยนะ สปริงตัวนี้ ทำหน้าที่ดันให้หน้าสัมผัสทองเหลือง สัมผัสกันให้แน่นหนา แล้วยังทำหน้าที่ช่วยกดแกนสวิทช์ไว้ เวลาเราดึงเชือกเพื่อเปลี่ยนความเร็วรอบพัดลม จะได้ลงล็อคพอดีๆ

ด้านหน้าของสวิทช์ไม่มีอะไรแตกหัก ไม่มีอะไรผิดปกติ เมื่อเอาแป้นตัวเลขออกจากแกนสวิทช์แล้ว ลองดึงเชือกดู ก็ยังฝืดอยู่ แต่ไม่มากเท่ากับตอนที่มีแป้นตัวเลข ติดอยู่ด้วย

เนื่องจากชิ้นส่วนที่ต้องการหล่อลื่น ไม่ใช่บุช ไม่ใช่แกนเพลา แต่เป็นชิ้นส่วนสปริง จึงเลือกใช้สเปรย์จาระบีขาว จะได้มีจาระบีติดค้างช่วยหล่อลื่นตัวสปริง

สปริงด้านนี้ เป็นตัวล็อคให้การหมุนของการดึงแต่ละครั้ง ลงล็อคพอดีพลาสติกสีดำๆ ที่เห็น จะขยับเข้าออกทุกครั้งที่เราดึงเชือก ดังนั้นต้องมีจาระบีหล่อลื่นเอาไว้ด้วย ก็ฉีดซะให้เรียบร้อย

ฉีดจาระบีขาวเข้าไปในส่วนที่เป็นสปริง กับเฟืองที่เป็นกลไกในการขยับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าสัมผัสของสวิทยช์ และแป้นตัวเลขเท่านั้น ไม่ได้ฉีดที่หน้าสัมผัสทองเหลือง ที่เป็นเส้นทางเดินของไฟฟ้าด้วย ซึ่งผมใช้ Contact cleaner ฉีดทำความสะอาด ความจริง จะใช้น้ำมันเอนกประสงค์ก็ได้ทำความสะอาดหน้าสัมผัสได้เหมือนกัน แต่มันทิ้งคราบ ทิ้งความเป็นน้ำมันไว้ด้วย ซึ่งผมไม่ชอบ จึงเลือกใช้ Contact cleaner ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปที่หน้าสัมผัสแล้ว จะค่อยๆ ระเหยไปหมด ไม่ทิ้งคราบใดๆ เอาไว้
เมื่อฉีดจาระบีแล้ว ก็ทดสอบด้วยการดึงเชือก หรือผลักที่ก้านสวิทช์ดู ทำงานได้ลื่นดีแล้ว ไม่มีติดขัด ไม่มีฝืดแต่อย่างใด ไม่ต้องเสียเงินซื้อสวิทช์ใหม่ เพราะสวิทช์ไม่ได้เสีย มันแค่ฝืดเท่านั้นเอง

ประกอบแป้นตัวเลขเข้าไปที่เดิมให้เรียบร้อย แต่เว้นระยะห่างระหว่างตัวแป้น กับตัวโครงพลาสติกของตัวสวิทช์ไว้เล็กน้อยอย่างที่เห็น ไม่ดันเข้าไปจนสุด เพราะอาจจะมีส่วนให้เกิดอาการฝืดโดยไม่ตั้งใจได้

แป้นตัวเลข เมื่อสวมลงบนแกนสวิทช์ แล้วดันเข้าไปจนสุด จะเห็นว่า ชนกับโครงของพลาสติกของตัวสวิทช์เปลี่ยนความเร็วพัดลม หรือสวิทช์เปิดปิดอยู่ ขณะที่จาระบะยังถูกฉีดเข้าไปใหม่ๆ แบบนี้ ก็ไม่ออกอาการชัดเจนหรอก แต่พอจาระบีเริ่มแห้ง อาการฝืดที่เกิดจากแป้นตัวเลข ไปชนกับโครงสวิทช์ ก็จะฟ้องออกมาตอนนั้นแหละ เมื่อเราขยับให้ห่างอีกสักนิด ก็ไม่ต้องรื้อกันบ่อยๆ
เมื่อทดสอบจนแน่ใจแล้วก็ประกอบกลับเข้าที่เข้าทาง ให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จจบงาน ของช่างในบ้านไปอีกหนึ่งเรื่องแล้วล่ะ เสียเวลานิดหน่อย ไม่ต้องเสียเงิน เสียทองให้ใคร จาระบีขาว ก็มีติดบ้านอยู่แล้ว ใช้เมื่อไหร่ก็หยิบมา สำหรับวันนี้ ขอลาไปพักผ่อนก่อนครับ





