การเปลี่ยนหลอดไฟบริเวณโถงบันได ของบ้าน 2 ชั้น หรือมากกว่านั้น น่าจะเป็นความลำบากมากที่สุดของบ้านแล้ว เพราะมีความสูงของเพดาน ที่สูงมากกว่าเพดานห้อง หรือบริเวณอื่นๆ ของบ้านมากทีเดียว การทำงานที่เกี่ยวข้องกับความสูง จึงมีความลำบากเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ว่างานแบบนี้ ช่างในบ้าน ช่างประจำบ้านอย่างเรา จะทำเองไม่ได้นะ เพียงแต่ต้องพยายามหาตัวช่วย ให้งานสามารถผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย เสร็จสมบูรณ์ที่สุดด้วย

โถงบันไดบ้านหลังนี้ ติดโคมไฟตรงกลางโถงเลย โดยห้อยลงมาจากเพดาน รูปร่างเหมือนลูกบอลกลมๆ เพียงลูกเดียว ซึ่งโคมไฟดวงนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ จะมีปัญหาก็ตอนเปลี่ยนหลอดไฟนี่แหละ ที่ต้องขึ้นที่สูง และเป็นงานที่ตัวเองพยายามหลีกเลี่ยง หากเลี่ยงได้ เพราะไม่ค่อยถูกกับความสูง แต่จะให้ใครคุณภรรยามาปีนเปลี่ยนหลอดไฟก็ไม่ใช่เรื่อง เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องทำ แต่ทำด้วยความระมัดระวัง และเตรียมตัวให้ดีๆ ด้วย

จำได้ว่าในระหว่างบ้านกำลังสร้าง ได้แอบแวะเข้ามาดู มาแล ขณะช่างกำลังทำงานด้วย เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่า ช่างไม่ได้พยายามทำอะไรที่ซุกไว้ใต้พรม เพราะเราจะวางใจว่าบ้านที่ซื้อ มีวิศวกรคอยคุมงานก่อสร้างอยู่ก็ไม่ได้ เพราะวิศวกรแต่ละท่าน ไม่ได้คุมงานเพียงแค่บ้านเดียว เข้าบ้านนี้ ออกบ้านโน้นตลอด คนเดียวคุมงานตั้งหลายหลัง บางครั้งสั่งงานไปให้ทำตามแบบนั้น แบบนี้ ช่างผู้ทำงานอยู่หน้างานก็ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมฟังด้วยซ้ำ อ้างหัวหน้าช่างอย่างเดียว แล้วก็ทำไปตามที่ตัวเองชอบ บ้านโครงการต่างๆ จึงออกมาในแบบที่เห็นๆ และรับรู้กันว่า เข้าอยู่เพียงไม่กี่เดือน ก็มีปัญหาสารพัดให้ต้องตามแก้กันแล้ว

เอ้า ออกนอกเรื่องไปนาน จะพูดถึงโคมไฟบันไดดวงนี้ ว่าตอนมาดูงานเมื่อครั้งกระโน้น ไม่เห็นโคมแก้ว ครอบเอาไว้เลย จึงสงสัยถามวิศวกรท่านนั้นไปว่า ลืมหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่า แตกไปแล้ว 3 ใบ กำลังไปหาใบใหม่มาเปลี่ยนให้ เนื่องจากเป็นโคมแก้ว จึงแตกง่าย ใบแรก ช่างยกนั่งร้าน แล้วไปชนถูก ก็แตกไป ใบที่สองใส่ครอบเข้าไปแล้ว แต่ไม่มีหลอดไฟ ก็ใส่ไปแบบนั้น พอต้องถอดมาใส่หลอดไฟก็พลาดทำหล่นลงมาแตก ใบที่สาม ก็ไม่ต่างกัน เปลี่ยนหลอดไฟไป แต่ทดสอบไฟอีท่าไหนไม่รู้ ไฟกระชาก หลอดไฟขาด ต้องเสียเวลาปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟอีกรอบ และช่างก็ทำครอบโคมไฟแก้วก็แตกอีกเป็นรอบที่สาม จึงจับใจความเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้น และพิจารณาก่อนแล้วว่า ถ้าจะเปลี่ยนหลอดไฟเอง จะต้องทำอย่างไร

เมื่อเตรียมเอาบันไดมาตั้ง ให้เข้าที่เข้าทาง พร้อมจะปีนกันแล้ว ก็ต้องพิจารณากันอีกรอบ หาตัวช่วยขณะเปลี่ยนโคมไฟด้วย เพื่อไม่ให้พลาดทำตัวโคมแก้วตกลงมาแตก เพราะถ้าพลาดพลั้งไปแล้ว งานจะเพิ่มอีกเยอะเลย เพราะจะหาโคมไฟแก้วกลมๆ แบบนี้ใบใหม่มาแทนที่ คงไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะต้องตัดต่อสาย ดัดแปลงหาโคมไฟชุดใหม่มาแทนที่ ซึ่งการต่อสายไฟไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต่อแล้วให้ดูดี สวยงามแบบที่ต้องโชว์สายไฟให้เห็นโดยไม่มีหลบมุม หลบใน นี่สิยากกว่า ดังนั้น ต้องหาอุปกรณ์เสริมมาเป็นตัวช่วย
ที่เค้าออกแบบให้ตัวครอบเป็นแก้ว เพื่อให้มีน้ำหนักถ่วง สายไฟที่ทำหน้าที่ยึดโคมไฟไว้กับเพดาน จะได้ดูดี เป็นเส้นตรง เหมือนกับมีก้านเหล็กโผล่ออกมาจากเพดาน ไม่งอไปงอมา ดูไม่สวยงาม แต่ครอบโคมไฟเป็นแก้ว ก็เลยเป็นปัญหากับการทำงาน ที่ต้องระมัดระวังมากทีเดียว ลำพังโคมแบนๆ ก็ยังไม่เท่าไหร่ นี่กลมซะขนาดนี้ โตขนาดนั้น อุ้มเอาไว้ไม่ดี มีสิทธิ์หล่นแตกทันที

ถุงใบนี้ได้มากจากห้างขายอุปกรณ์สารพัด ใครๆ เห็นก็รู้ว่ายี่ห้อไหน แต่ในวันทำงาน หาถุงใบใหญ่ๆ ไม่ได้เลย ถุงใบนี้จะต้องใหญ่พอที่จะครอบโคมไฟทั้งดวงได้ บังเอิญมีแค่ถุงใบนี้เท่านั้น ก็เลยต้องหยิบมาใช้งาน แต่ไม่ได้ต้องการโฆษณาใดๆ นะ เพราะห้างไหนๆ ผมก็เข้าหมดแหละ ขอแค่เจอของถูกก็ซื้อหมด และเมื่อมีถุง ก็ต้องมีเทปพันสายไฟด้วย คิดว่าช่างประจำบ้านทั้งหลายน่าจะมีติดบ้านกันอยู่แล้ว มันดีกว่าสก็อตเทปแน่นอน เพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่ากันเยอะ และทำงานง่าย

เมื่อปีนบันไดขึ้นไปถึงโคมไฟก็อย่าเพิ่งใจร้อน ถอดโคมไฟออกล่ะ ทำอะไรต้องใจเย็นๆ คิดถึงความปลอดภัยไว้ก่อน สวมถุงให้ดีๆ สวมให้สุด รัดให้แน่นๆ ด้วยเทปพันสายไฟ ถุงจะได้ไม่รูด ไม่ร่น หล่นลงมา แล้วค่อยเริ่มลงมือปฏิบัติงาน

เมื่อเราใช้ถุงที่ขนาดพอดีๆ กับตัวโคมไฟ หรือใหญ่กว่านิดหน่อย ทำให้ระยะการทำงานของเราไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ใช้มือจับก้นถุง ยกขึ้นเล็กน้อย ประคองโคมไฟเอาไว้ดีๆ แล้วค่อยๆ เลื่อนเอียงไปด้านข้าง จนเห็นก้านเหล็กแบนๆ ที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักโคมไฟ แสดงว่าเอียงถูกด้าน ก็เอียงต่อไปจนก้านเหล็กแบนๆ นั้นหลุดออกมาจากครอบแก้วได้เลย



เมื่อเลื่อนตัวโคมครอบแก้วออกจาก ก้านเหล็กที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักโคมไฟแล้ว ก็ปล่อยมือ ให้โคมไฟอยู่ก้นถุงนั่นแหละ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เท่านี้เอง โคมครอบแก้วของเราก็ไม่หนีไปไหน ไม่หล่นลงมาแตกแน่ เพราะนอนสงบนิ่งอยู่ในถุงใบนี้อย่างเรียบร้อย มาจัดการเปลี่ยนหลอดไฟได้เลย

มันก็จะหิ้วได้เลยแบบนี้ ไม่ต้องกลัวครอบแก้วตกลงมาแตก แต่ถ้ามันแตก แสดงว่าต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือผิดวิธี เหวี่ยงไปชนครอบแก้วแน่ๆ เพราะห้อยไว้เฉยๆ มันแตกเองไม่ได้

นี่ปีนลงจากบันได มาถ่ายภาพยืนยันเลยนะว่า ห้อยโคมเอาไว้ด้วยถุงแบบนี้ ใช้อุปกรณ์เสริมแบบนี้ ช่วยให้เราทำงานในที่สูงง่ายขึ้น เปลี่ยนหลอดไฟโคมไฟบันไดง่ายขึ้นแน่นอน เพราะไม่ต้องพะวงกับครอบแก้ว ที่จะตกลงมาในขณะเปลี่ยนหลอดไฟ

หลอด LED ราคากำลังถูกลงเรื่อยๆ และลงเร็วมาก แต่หลอดนีออนแบบนี้ ก็กำลังถูกโล๊ะขายกันราคาไม่กี่บาท หักลบกันแล้ว ค่าไฟที่จะประหยัดได้ ก็เอามาซื้อหลอดนีออนแบบนี้ ได้ความคุ้มค่าไม่ต่างกัน อีกอย่างนึง ไฟบันไดบ้านผม ไม่ได้เปิดตลอดวัน เปิดแค่เวลาเดินขึ้น และลงเท่านั้นเอง ดังนั้น จำนวนชั่วโมงการใช้งานจึงน้อยมาก ไม่เห็นความแตกต่างเรื่องค่าไฟสักเท่าไหร่ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะเปลี่ยนเป็น LED
หลายๆ ท่านที่คิดจะเปลี่ยนเป็นหลอด LED ก็อย่าตามกระแสมาก ถ้ายังมีซื้อหลอดนีออนแบบนี้เก็บเอาไว้อยู่ ก็ใช้ไปก่อนก็ได้ ถ้าใช้งานในจุดที่ไม่ได้เปิดตลอดเวลา หรือใช้ไฟไม่ต่อเนื่อง อย่างในห้องน้ำ ไฟบันได ไฟระเบียง หลอดแบบนี้ก็ประหยัดไฟไม่ต่างจากหลอด LED มากนักหรอก เพราะจำนวนชั่วโมงการใช้งานมันสั้นมากในแต่ละวัน ถ้ามีหลอดอยู่แล้วแต่ไม่ใช้งาน และทิ้งไปเฉยๆ ก็เป็นขยะเสียเปล่าๆ นำมาใช้งานก่อนยังจะดีกว่านะครับ




จับก้นถุงเบาๆ ยกครอบแก้วขึ้น ค่อยๆเอียงครอบแก้วเล็กน้อย สวมกลับเข้าไปยังขาแขวนที่เป็นก้านเหล็กแบนๆ ให้เหมือนเดิม ขยับไป ขยับมาให้ได้ระยะตามต้องการเลย ไม่ต้องกลัวว่าครอบแล้วจะหลุดลงมา เมื่อขยับจนพอใจแล้ว ก็แกะเทปพันสายไฟออก ถอดถุงออกให้เรียบร้อย ซึ่งถุงใบนี้เรานำกลับไปใช้งานต่อได้ ไม่มีปัญหา

งานเปลี่ยนหลอดไฟโถงบันได แม้จะเป็นงานเปลี่ยนหลอดไฟในที่สูง ก็สำเร็จเสร็จเรียบร้อยด้วยตัวช่วยง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนเลย งานแบบนี้ ช่างประจำบ้าน ช่างในบ้าน เราทำเองได้แน่นอน เมื่อใช้วิธีหาตัวช่วยแบบนี้ เปลี่ยนหลอดไฟอีกกี่ครั้ง ก็ไม่กลัวโคมแก้วแตกแล้ว แต่ที่สำคัญ ก่อนจะปีนบันไดขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ ตรวจสอบหลอดไฟดวงนั้นก่อนดีกว่า ว่าเป็นของใหม่ ติดสว่างแน่นอน จะได้ไม่ต้องถอดเข้าถอดออกกันหลายรอบนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน





