พลาสติกใส หรือ พลาสติกทึบแสง ดี เมื่อใช้งานภายนอกอาคาร

พลาสติกใส เสียหายเร็วกว่า พลาสติกทึบแสง เมื่อติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร โดนแสงแดดอยู่บ่อยๆ เพราะอะไร เลือกแบบไหน ถึงจะเหมาะกับงานของเรา ซึ่งในวันนี้จะขอยกตัวอย่าง นำเอาภาพของกล่องกันน้ำ หรือหน้ากากกันน้ำของเต้ารับภายนอกมาให้ดู ให้สังเกตกันว่า ทำไมมันจึงเปลี่ยนสีง่าย และทำไม พลาสติกแบบทึบแสง ถึงใช้งานได้นานกว่าแบบโปร่งแสง หรือแบบใส

หน้ากากกันน้ำของเต้ารับภายนอกตัวนี้ เป็นพลาสติกชนิดใส ใช้งานมาได้สองปีกว่าๆ ก็เปลี่ยนสี และพร่ามัวอย่างที่เห็น
หน้ากากกันน้ำของเต้ารับภายนอกตัวนี้ เป็นพลาสติกชนิดใส ใช้งานมาได้สองปีกว่าๆ ก็เปลี่ยนสี และพร่ามัวอย่างที่เห็น

พลาสติก และวัสดุอื่นๆ อีกมากมายล้วนแต่ถูกทำลายได้ ภายใต้แสงแดด ซึ่งมีรังสี UV อยู่ด้วยเสมอ นั่นเป็นความจริงที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ ตัวเราเอง เวลาที่เดินตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด กันรังสี UV มาก่อน ผิวของใครบางคน ที่มีผิวขาว เป็นพื้นฐานปกติ จะเปลี่ยนสีไปจนคล้ำ แต่ถ้าผิวใครสีคล้ำอยู่แล้ว ก็จะออกไปทางดำเลยทีเดียว

เมื่อตากแดดนานๆ เหมือนไปทะเลกลับมา ตากแดดทั้งวัน ผิวเราก็จะเริ่มลอก ซึ่งผิวลอก เป็นการผลัดผิวใหม่ของผิวหนังเรา ผลัดเอาผิวที่เสียหายไปแล้วจากรังสี UV ออกไปจากร่างกาย ผิวใครที่ขาว ก็จะกลับมาขาวดังเดิม

ห้ามพลาด  อะไรอยู่บนเพดาน ห้องน้ำในรีสอร์ทนะ?
พลาสติกโปร่งแสง จะอนุญาตให้แสงทะลุผ่าน ทุกๆ ชั้นบางๆ ของแผ่นพลาสติกใสๆ จนไปถึงวัสดุใดๆ ที่อยู่ด้านหลังได้เลย แม้ความเข้มแสงอาจจะน้อยลง แต่ก็มีอยู่ดี
พลาสติกโปร่งแสง จะอนุญาตให้แสงทะลุผ่าน ทุกๆ ชั้นบางๆ ของแผ่นพลาสติกใสๆ จนไปถึงวัสดุใดๆ ที่อยู่ด้านหลังได้เลย แม้ความเข้มแสงอาจจะน้อยลง แต่ก็มีอยู่ดี

ส่วนใครที่ออกแดด แต่ป้องกันไว้เรียบร้อยดี โดยใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกปิดบังใบหน้า ผิวก็จะไหม้เกรียมน้อยหน่อย แต่ถ้าใครนิยมเนื้อผ้าแบบซีทรู ผ้าตาข่ายบางๆ ก็ไม่รอดจากรังสี UV แน่นอน ผลที่ได้ก็คือ ผิวสีแทน (แทนที่ด้วยสีดำ) แทนจริงๆ คล้ำ หรือดำไปเลย แล้วแต่คน

ยกตัวอย่างผิวคนเรามาให้ทำความเข้าใจกันก่อนจะบอกเล่าให้ฟังว่าทำไม พลาสติกใส ถึง เสียหายเร็วกว่าพลาสติกทึบแสง เมื่อติดตั้งภายนอกอาคาร และถูกแสงแดดเป็นประจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนไม่ได้สังเกต ถึงความแตกต่าง แต่รู้ว่า มันเสีย มันแตกร้าว และต้องเปลี่ยนใหม่เท่านั้นเอง แต่เมื่อเราเข้าใจแล้ว ก็จะเลือกวัสดุ ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ดีขึ้น

แผ่นพลาสติกใดๆ สักแผ่นนึง ที่มีความหนา มันเกิดจากโมเลกุลเล็กๆ ของพลาสติก ที่เกาะกัน ซ้อนทับกันขึ้นมา จนเกิดเป็นความหนา ลองนึกถึงแผ่นกระดาษ A4 ถ้าแผ่นเดียวมันก็บาง หลายๆ แผ่น มันก็ค่อยๆ หนาขึ้น เนื้อพลาสติกก็เป็นแบบนั้น

ทีนี้เมื่อพิจารณาถึงพลาสติกทึบแสง เมื่อใช้งานภายใต้แสงแดด โดนแสง UV เป็นประจำ ผิวชั้นนอกสุด จะค่อยๆ เปลี่ยนสีไป เมื่อเราขัดผิวนอกสุดออกไป มันก็จะเห็นว่า พื้นผิวด้านล่างที่ลึกลงไป ยังไม่เปลี่ยนสีเลย ยังมีสีเดิมๆ อยู่ นั่นหมายความว่า แสง UV ได้ทำลายพื้นผิวลงไปทีละนิดๆ ชั้นนอกสุดถูกทำลายก่อน ซึ่งมันก็เหมือนกับผิวหนังของเรา ที่เกิดการลอก หลังจากไปทะเล ผิวหนังใหม่ ชั้นใน ก็จะเป็นสีขาว หรือคล้ำตามสภาพผิวเดิมของเรา

หน้ากากปลั๊กไฟ ที่อยู่ด้านหลังของฝาครอบ ก็ถูกรังสี UV เข้าทำร้าย ตามไปด้วย จึงเกิดความเสียหายของพื้นผิวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หน้ากากปลั๊กไฟ ที่อยู่ด้านหลังของฝาครอบ ก็ถูกรังสี UV เข้าทำร้าย ตามไปด้วย จึงเกิดความเสียหายของพื้นผิวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อพิจารณาพลาสติกโปร่งแสง แม้พลาสติกโปร่งแสง จะมีความหนา แต่ความหนามันเกิดขึ้นจากการทับซ้อน การยึดกันของโมเลกุลเล็กๆ จนเกิดมีความหนาขึ้นมา ในขณะที่แสง UV ที่พุ่งลงมากระทบกับพลาสติกนั้น มันทะลุลงไปชั้นล่างๆ ได้ เหมือนกับคนที่ใส่เสื้อซีทรู ไปยึนตากแดดนั่นแหละ เมื่อแสง UV มันพุ่งทะลุ ผ่านทุกๆ ชั้นของเนื้อพลาสติกได้ เท่ากับว่า การเสียหายของเนื้อพลาสติก จะถูกทำลายตั้งแต่ชั้นบนสุด ลงไปถึงพื้นผิวล่างสุด ของพลาสติกแผ่นนั้น เมื่อเราลอกเอาพื้นผิวชั้นบนสุดออกไป ก็ยังเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องถึงพื้นผิวชั้นล่างอยู่ดี

ห้ามพลาด  พื้นไม้ปาร์เก้ หรือ พื้นไม้ลามิเนต เลือกปูพื้น แบบไหนดีกว่ากัน?

พลาสติกใสๆ ที่ถูกแสงแดด แสง UV ประจำ เมื่อเทียบกับพลาสติกทึบแสง จะพบว่า มันเสียหายเร็วกว่ากันพอสมควรทีเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ว่า จะเลือกพลาสติกสีทึบ หรือโปร่งแสงดี เมื่อต้องใช้งานภายนอกอาคาร ที่ถูกแสงแดดด ถูกรังสี UV โดยตรง แต่ถ้ามันจำเป็นต้องใช้แบบนั้นจริงๆ อย่างหลังคาโปร่งแสง เพื่อให้แสงแดดส่องถึงภายในห้อง ก็ต้องตรวจสอบ ตรวจเช็คเรื่องของการเสือมสภาพตามระยะเวลาด้วยนะครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

twenty − 9 =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll to Top