พื้นไม้ปาร์เก้ หรือ พื้นไม้ลามิเนต มีความแตกต่างกันมาก ทั้งราคา และความคงทน ปัจจุบันตามหมู่บ้าน และคอนโดมิเนียมมักจะเลือกปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตให้กับลูกค้า เพราะมีความสวยงามเฉพาะตัวของเนื้อไม้ มีชนิดของเนื้อไม้ให้เลือกหลายสี ปูแล้วเรียบ เนียน ไม่มีสะดุด มีความทนทานต่อการขูดขีดสูง เพราะเคลือบผิวหน้ามาอย่างดี และราคาถูกกว่าพื้นไม้จริงพอสมควร ค่าแรงในการปูพื้นไม้ลามิเนต ต่อตารางเมตรก็ถูกกว่า เพราะไม่ต้องขัด ไม่ต้องทาอะไรทับเหมือนกับพื้นไม้ปาร์เก้เลย ปูเสร็จคือเสร็จ

ข้อดีของพื้นไม้จริง พื้นไม้ปาร์เก้
- ทนทานต่อความชื้นมากกว่า ไม่บวมน้ำง่าย
- พื้นผิวที่เสียหาย จากการใช้งาน เป็นริ้วรอยเยอะ ขัดไม้พื้น แล้วทาผิวด้วยยูรีเทนใหม่อีกครั้ง ก็สวยงามเหมือนเดิม
- หากผิวเคลือบเสียหายจากการใช้งาน และยังไม่ซ่อมแซม ก็ยังใช้งานต่อไปได้ ความชื้น และน้ำที่ทำหก ไม่เกิดผลเสียหายต่อพื้นไม้มากเท่ากับพื้นไม้ลามิเนต

ข้อเสียของพื้นไม้จริง ไม้ปาร์เก้
- สีสันของไม้ มีให้เลือกน้อยกว่า พื้นไม้แบบลามิเนต
- ใช้เวลาติดตั้งนานกว่า เพราะติดตัั้งยากกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
- เกิดฝุ่นผง ขณะติดตั้ง ที่ต้องขัดผิวให้เรียบ ก่อนทาพื้นผิว เพิ่มความแข็งแรง เพิ่มความสวยงาม และทนต่อน้ำ
- ที่สำคัญที่สุด ราคาต่อพื้นที่ เมื่อรวมค่าติดตั้ง สูงกว่าแบบลามิเนตมากกว่ามาก
ข้อดีของพื้นไม้ลามิเนต
- ราคาถูกกว่าพื้นไม้จริง ไม้ปาร์เก้มาก ค่าติดตั้งก็ถูกกว่า
- พื้นผิวเคลือบมีความแข็งแรง และทนทาน จากโรงงาน ไม่ต้องทาพื้นผิวเพิ่ม
- ขณะติดตั้ง ไม่มีฝุ่นผง มากเท่ากับไม้ปาร์เก้ เพราะไม่ต้องขัดผิว
- ใช้เวลาในการติดตั้งน้อย ติดตั้งเสร็จ ใช้งานได้ทันที
ข้อเสียของพื้นไม้ลามิเนต
- เสียหายง่าย เมื่อเจอความชื้นสูง ถ้าน้ำหกลงพื้น ต้องรีบเช็ดทันที แม้พื้นผิวจะเคลือบมาดีก็ตาม
- พื้นผิวเสียหายไปแล้ว มักจะซ่อมแซมอะไรไม่ได้เลย เพราะเนื้อไม้จริงที่ผิวหน้าบางมาก ขัดพื้นผิวเพื่อทาวัสดุเคลือบใหม่ไม่ได้ หากเสียหาย ต้องเปลี่ยนใหม่หมด
- หากพื้นผิวเสียหายไปแล้ว และไม่ซ่อมแซม เมื่อน้ำลงไปได้ ไม้อัดด้านล่าง จะดูดซับเอาไว้หมด เกิดเป็นความชื้นสะสมจนเกิดกลิ่นอับ เกิดเชื้อราด้านล่างที่กำจัดได้ยาก
- อายุการใช้งานสั้นกว่าพื้นไม้จริง หรือพื้นไม้ปาร์เก้ หากพื้นผิวเคลือบเสียหายไปแล้ว เนื้อไม้จริงที่ผิวหน้าก็บาง ไม่นานก็ถึงชั้นไม้อัด (แต่คงเปลี่ยนไปก่อนแล้วมั้ง) ในขณะที่พื้นไม้จริงหากพื้นผิวเคลือบเสียหาย และ ยังไม่ซ่อมแซมพื้นผิว ก็ยังใช้งานต่อไปได้ ไม้เกิดความเสียหายต่อเนื้อไม้ มากเท่ากับพื้นลามิเนต
- พื้นไม้ลามิเนต ใช้ผ้าเปียกเช็ดไม่ได้ จะเกิดความเสียหายจากความชื้น จากน้ำที่ซึมลงไปด้านล่างบริเวณรอยต่อของแผ่นไม้

คุณภรรยาเคยเล่าว่า อ่านกระทู้พันทิป เป็นกระทู้รีโนเวทบ้าน แล้วเอารูปบ้านหลังจากทำเสร็จมาอวดกัน พื้นของห้องที่เห็นเป็นพื้นไม้ลามิเนต ในขณะที่พื้นเดิมเป็นไม้ปาร์เก้ พอมีคนทักท้วงถามไป เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังต่อว่า ถามผู้รับเหมาแล้ว เค้าบอกว่า พื้นไม้ปาร์เก้แก้ยาก ผิวไม่สวยหรอก เปลี่ยนเป็นพื้นไม้ลามิเนตดีกว่า ก็ตกลงทำตามที่ผู้รับเหมาบอก เพราะตรงกับใจที่อยากได้พื้นลามิเนตพอดี และพื้นไม้ปาร์เก้เก่า ผู้รับเหมาก็ขอไปทั้งหมด ทำเอาผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้ บ่นอุบว่าเสียดายพื้นไม้ปาร์เก้เก่า โดนผู้รับเหมาหลอกเสียแล้ว เรื่องทำนองนี้มีให้พบเห็น พบเจออยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่รู้เท่าทันผู้รับเหมา

ข้อดีของพื้นไม้ลามิเนตก็มีเยอะ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นไม้จริง ไม้ปาร์เก้ แต่ข้อเสียหลักๆ ที่เป็นปัญหามากๆ ก็คือเรื่องของความชื้น และกลัวน้ำขั้นสูงสุด ถ้าน้ำหกต้องรีบเช็ดออกให้เร็วที่สุด ปล่อยทิ้งไว้ก่อนไม่ได้เลย เพราะน้ำจะซึมลงไปข้างล่าง ตรงบริเวณรอยต่อ ด้านล่างซึ่งเป็นไม้อัด จะบวมน้ำทันที ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ซึมลงไป และเมื่อแผ่นไม้ลามิเนตบวมน้ำก็จะปูดนูนขึ้นมา เดินไปเดินมาไม่กี่ครั้ง พื้นผิวก็จะเสียหาย เห็นเนื้อไม้อัดด้านล่างในเวลาไม่นาน (ไม้อัด พอบวมน้ำแล้ว การยึดเกาะระหว่างชิ้นไม้เล็กๆ จะไม่แน่นหนาเหมือนเดิม หลุดจากกันได้ง่ายมาก)
พื้นไม้ลามิเนต ถูกกว่าพื้นไม้ปาร์เก้มากก็จริง แต่ถ้านับตามอายุการใช้งานแล้ว บางทีเราอาจจะเปลี่ยนพื้นลามิเนตไปสักสามรอบแล้ว จากการใช้งานตามระยะเวลา ราคาของสามรอบที่เปลี่ยน อาจจะพอๆ กับราคาของพื้นไม้ปาร์เก้ ไม้จริงแล้วก็ได้ แถมยังใช้งานได้ยาวนานกว่า 3 รอบของพื้นไม้ลามิเนตที่ผมสมมุติอีกต่างหาก ต้องพิจารณากันดูดีๆ ก่อนจะเลือกพื้นไม้ สำหรับบ้านสวยๆ ของเรานะครับ





