โมบายชาร์จเจอร์ (Mobile Charger) หรือ ปลั๊กชาร์จไฟ ตัวที่นำมาแนะนำ หรือรีวิวนี้ ไม่ได้มีไว้สำหรับมือถือรุ่นใหม่ๆ ประเภทชาร์จไว เพราะชาร์จเจอร์ตัวนี้ไม่รองรับ แต่ถามว่าใช้ได้ไหม ใช้ได้นะ แต่ระยะเวลาการชาร์จจะนานมาก เพราะมือถือรุ่นใหม่ๆ มักจะใส่แบตความจุเยอะๆ มาให้ ไม่เหมือนมือถือรุ๋นเก่าๆ แก่ๆ ทั้งหลาย

ที่ชาร์จมือถือ ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ นำมารีวิวงัดแงะให้ดู เพราะว่า ต้องการเปรียบเทียบ กับโมบายชาร์จเจอร์ตัวละ 10 กว่าบาท ที่เคยรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้ ให้เห็นความแตกต่างว่า มันมีอะไร ดีกว่ายังไง ทั้งๆ ที่ ขนาด และรูปทรง ก็เท่าๆ กัน แล้วทำไมยี่ห้อนี้ถึงแพงกว่า?? เนื่องจาก หลายๆ คน มักจะคิดว่า หน้าตาเหมือนกัน ข้างในมันก็คงเหมือนๆ กัน และสัญชาติญาณความชอบของถูก ก็จะทำงาน ชั่งน้ำหนักอย่างรวดเล้ว และกดเลือกสินค้าราคาที่ถูกกว่าลงไปในตะกร้าสินค้าเสมอจริงๆ นะ (ผมก็ด้วย)

โมบายชาร์จเจอร์ตัวนี้ เค้าติดกาวไว้แน่นหนาดีมาก งัด กับ แงะ อยู่นาน กว่าจะเอาฝาตรงส่วนขอขาปลั๊กไฟออกมาได้ เมื่องัดออกมาได้แล้ว สิ่งแรกที่เห็นเตะตา คือ ขนาดของหม้อแปลง ที่มีขนาดใหญ่กว่า ที่ชาร์จมือถือราคา 10 กว่าบาทอย่างชัดเจน รุ่นนั้น ตัวหม้อแปลงจะเตี้ยกว่านี้เกือบๆ ครึ่งนึง

อุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก ส่วนใหญ่ที่เห็น จะพยายามลดต้นทุนการทำงาน โดยการใช้แผ่น PCB แบบหน้าเดียวกันทั้งนั้น อย่าลืมกว่า ในระดับอุตสาหกรรม ลดต้นทุนแค่ชิ้นละ 50 สตางค์ เมื่อนำไปคูณกับจำนวนที่ผลิต เค้าจะนำไปจ่ายค่าพนักงานได้เป็นเดือนทีเดียว เมื่อใช้แผ่น PVB แบบหน้าเดียว ก็ต้องเอาอุปกรณ์ SMD ต่างๆ มาแปะ อยู่ฝั่งเดียวกับการบัดกรีขาอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ ก็เลยดูแน่นๆ แบบนี้ แต่มันไม่มีผล กับการใช้งาน เป็นเพียงความยุ่งยากในการออกแบบของเค้า

จุดบัดกรีสายไฟ กับขาปลั๊กไฟนั้น ยี่ห้อนี้ ไม่ได้เปลือยเปล่าเอาไว้เหมือนกับ ชาร์จเจอร์ตัวละ 10 กว่าบาท แต่ใช้แผ่นฉนวนกระดาษ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากระดาษแบบนี้มีส่วนผสมอะไรเพิ่มเติมลงไปหรือไม่ และเราจะพบเห็นกระดาษแบบนี้ กับการแพ็คแบตเตอรี่ หรือแม้กระทั่งการพันหม้อแปลงไฟฟ้า ส่วนกระดาษแผ่นนี้มีความเงามากกว่าปกติ อาจจะมีการเคลือบด้วยน้ำยาวานิช เหมือนกับการเคลือบเส้นลวดทองแดงมาด้วย

จุดบัดกรี สาย Input 220V เค้าพยายามวางสายให้ห่างแต่ด้วยความพยายามทำให้เล็ก ก็เลยห่างได้แค่นี้ ซึ่งก็ถือว่าเยอะอยู่นะ ไม่ได้ใกล้กันจนน่าเกลียด เหมือนกับ USB port charger บนปลั๊กพ่วงราคาเบาๆ ทั้งหลาย (ความจริงไม่เคยเห็นข้อบังคับเกี่ยวกับการออกแบบเหมือนกัน ว่าระยะห่างแนะนำ ควรเป็นเท่าไหร่? สำหรับไฟ 220V) แต่หลายๆ ยี่ห้อ หลายๆ อุปกรณ์ ถ้ามีพื้นที่ว่างพอ เค้าจะเซาะร่อง PVB เพิ่ม เพื่อเพิ่มความห่างระหว่างขาในจุดนี้ด้วย

ทางด้าน Output ไฟ 5V ใส่ C ตัวใหญ่ขนาด 1000 UF มาด้วย เพื่อช่วยรักษาระดับแรงดันให้มันนิ่งๆ จุดนี้ก็แตกต่างจากวงจร charger 10 กว่าบาทแล้ว อีกสาเหตุนึงที่ไฟของที่ชาร์จตัวนั้นไม่ค่อยนิ่ง

เจ้าตัวอุปกรณ์ดำๆ มี 7 ขานั่น มันคือ IC ที่ดูแลเรื่องการแปลงไฟ เค้าเรียกมันว่า AC – DC Controller and Regulator ก็คือ ควบคุมเรื่องการแปลงไฟ จากฝั่ง 220V มาเป็น 5V โดยมี่หน้าที่รักษาระดับแรงด้นให้คงที่ และพ่วงฟังก์ชั่นดีๆ อีกหลายอย่าง เช่น ป้องกันแรงดันสูงเกิน และป้องกันแรงดันต่ำเกิน รวมถึง ป้องกันการช็อตเซอร์กิต ด้วย ซึ่งที่ชาร์จราคา 10 กว่าบาท ทำไม่ได้

แผ่น PCB บอร์ดนี้มีรูอยู่หลายจุด ถ้าเป็นแผ่นปริ้นท์สองหน้า รูเหล่านี้จะหมายถึง การเชื่อมลายวงจร จากหน้านึง ไปยังอีกหน้านึง แต่สำหรับ PVB แผ่นปริ้นท์หน้าเดียวแบบนี้ เค้าทำเพื่อพยายามแยกให้จุดบัดกรี สองจุดห่างกันมากขึ้น เนื่องจาก กระแสไฟฟ้า ข้ามอากาศได้ยากกว่า วิ่งตามพื้นผิว เค้าจึงเจาะรู ในจุดที่เสี่ยง เนื่องจาก จุดบัดกรีอยู่ใกล้กันมากๆ และรูทั้งหมดที่เห็น มันเป็นฝั่ง Hot หรือ ฝั่งแรงดันสูงทั้งสิ้น

ถ้าเรามองดูแผ่นปริ้นท์แผ่นนี้แบบผ่านๆ กว้างๆ จะรู้สึกว่า จุดบัดกรี มันจะค่อนข้างกระจุกตัว แบบแบ่งเป็น 2 ฝั่งได้ และมีช่องว่างๆ อยู่หว่างสองฝั่งได้เลย มองออกไหม? เค้าเรียกฝั่งขวามือว่า ฝั่ง Hot ซึ่งเป็นแรงดันสูง และฝั่งซ้ายมือว่า Cold เป็นฝั่งแรงดันต่ำ ซึ่งที่ชาร์จมือถือ 10 กว่าบาทในบทความที่ผ่านมา เค้าจะแยกแผ่น PCV เป็น 2 แผ่น วางไว้ตรงข้ามกันไปเลย ซึ่งอ้างอิงกันไม่ได้ เพราะวงจรคนละแบบ และที่สำคัญ ขนาดของหม้อแปลงที่ต่างกันมาก ทำให้ชาร์จเจอร์ตัวนี้ วางวงจรแยกแบบนั้นไม่ได้ พื้นที่ไม่พอ

ดูการจัดวางอุปกรณ์ไปแล้ว มาดูการทดสอบการรักษาระดับแรงดัน และกระไฟทาง Output ดูบ้างว่าตรงตามที่ระบุเอาไว้บนตัวผลิตภัณฑ์หรือไม่? เมื่อเปิดสวิตช์จ่ายไฟให้กับ ตัวชาร์จเจอร์ แรงดันขณะยังไม่ต่อโหลด หรือเปิดไฟ LED สำหรับทดสอบ อ่านค่าจากตัววัดได้ที่ 5.25 แบบนิ่งๆ ไม่วิ่งขึ้นๆ ลงๆ

พอเปิดไฟหลอด LED ไฟไลฟ์สด แรงดันก็จะตกทันทีเหมือนกัน แต่มาค้างอยู่ที่ 4.94 แล้วก็วิ่งอยู่แถวๆ นี้ ไม่หนีไปไหน ส่วนกระแสไฟที่จ่ายให้กับหลอด LED ค้างที่ 1.1A แบบนั้น ซึ่งเป็นการจ่ายกระแสไฟสูงสุดเท่าที่ชาร์จเจอร์ตัวนี้จะจ่ายได้ ในขณะที่หลอด LED ชุดนี้ จะกินไฟสูงสุดอยู่ที่ 1.5A ทำให้ชาร์จเจอร์พยายามจ่ายไฟในระดับสูงสุดตลอดเวลา

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ตัว IC ที่มันทำหน้าที่เรื่องการควบคุม มันจะอ่านค่าแรงดันที่จ่ายทาง Output แล้วค่อยๆ ปรับแรงดันให้อยู่ในพิกัด ที่ใกล้กับ 5V มากที่สุดไปเรื่อยๆ จนในที่สุด มันก็วิ่งขึ้นมาที่ 5.1V จนได้ ในขณะที่ชาร์จเจอร์ 10 กว่าบาท ทำไม่ได้

อย่างที่บอกไปแล้วว่า มองภายนอก ชาร์จเจอร์ตัวนี้ ยี่ห้อนี้ กับชาร์เจอร์ 10 กว่าบาทในบทความก่อนหน้านี้ หน้าตาภายนอก กับขนาดมันก็พอๆ กันนั่นแหละ แต่สิ่งที่อยู่ภายในนั้น มันต่างกันโดยสิ้นเชิง สินค้าอีกหลายๆ ตัว โดยเฉพาะพวกชาร์จเจอร์ทั้งหลาย ชาร์จแบตเตอรี่ก็ด้วย ภายนอกมันเหมือนๆ กัน แต่ภายในนั่นสิ ต่างกันอย่างมากจริงๆ
จนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะซื้อวงจรชาร์ตแบต หรือวงจรแปลงไฟจาก AC มาเป็น DC ตัวเลือกที่อยู่ในหัว คือ วงจรเปลือย เพราะมองเห็นว่าเรากำลังจะซื้ออะไร มีอุปกรณ์อะไรบนบอร์ดบ้าง (มองผ่านๆ) แล้วค่อยมาหากล่องใส่ทีหลัง เพราะวงจรที่อัดมาในกล่องพลาสติกทั้งหลาย มันไม่เห็นอะไรจริงๆ คนที่เขียนรีวิว ก็คือ ผู้ซื้อไปใช้งาน เสียบปลั๊ก ใช้ได้ ก็ให้ 5 ดาวครบ แต่พอใช้ไป ไม่กี่วัน ก็พังเสีย เพราะวงจรภายในนั้น ตัดทุกสิ่งอย่างออกไป จนเหลือแค่พอทำงานได้ ไฟไม่นิ่ง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ขายในราคาเดียวกับชนิดที่มีคุณภาพ การอ่านรีวิวในหน้าสินค้า บางทีมันก็ไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องไปซะหมด สำหรับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์แบบนี้





