สายไฟขาดใน อีกปัญหาหนึ่งที่พบกันได้บ่อยๆ เช่นกัน แต่ก็มีหลายสาเหตุ หลายอาการ กับสายไฟหลายชนิด หลายรูปแบบ ซึ่งไม่สามารถจะนำมาเป็นตัวอย่าง และเขียนเป็นบทความได้ทั้งหมด และในบทความวันนี้เป็นตัวอย่างจากสายไฟของกาต้มน้ำไฟฟ้า (หรือกระติกน้ำร้อนนั่นล่ะนะ) ที่ใช้อยู่ประจำทุกวัน แต่แล้ววันหนึ่งภรรยาแสนดีก็เดินเข้ามาแจ้งข่าวว่า กระติกน้ำร้อนไม่ทำงาน หรือ ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง ขยับสายเล็กน้อยก็ติด ขยับอีกครั้งก็ดับ อาการแบบนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่า สายขาดในแน่นอน และถ้าสังเกตเห็นแล้ว ไม่ควรที่จะใช้งานอุปกรณ์นั้นต่อ เพราะการที่สายขาดในเช่นนี้ จะทำให้เกิดความร้อนสูงสะสมในบริเวณจุดที่สายขาด เพราะกระแสไฟเดินได้ไม่สะดวก ซึ่งอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เราคาดไม่ถึงได้ แม้ว่าสายไฟที่ได้มาตรฐานจะถูกห่อหุ้มด้วยฉนวนที่ไม่ลามไฟอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่สามารถที่จะแน่ใจได้เลยว่าวัสดุที่อยู่โดยรอบจะชอบความร้อนแบบนี้ด้วยหรือไม่ ดังนั้น ทางที่ดีให้หยุดการใช้งานสายไฟเส้นนั้นไว้ก่อน และทำการตรวจเช็คซ่อมแซม หรือหาสายไฟเส้นใหม่มาใช้ทดแทนเส้นเดิมที่ชำรุด หากทำการซ่อมแซมไม่เป็น

ข้อควรระวัง ก่อนการเริ่มต้นตรวจเช็ค หรือซ๋อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องแน่ใจว่า อุปกรณ์นั้นๆ ไม่มีกระแสไฟไหลผ่าน อย่างแน่นอน เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟ ควรสับคัทเอาต์ หรือเบรคเกอร์ลงให้เรียบร้อย ถ้าซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องถอดปลั๊กไฟ ออกก่อน เป็นต้น ที่สำคัญควรจะทำการซ่อมแซมด้วยความรอบคอบ และระมัดระวัง เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้ว ต้องตรวจเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนการเปิดสวิทช์ไฟทดสอบ และนำไปใช้งาน

สายไฟขาดใน ต่อใหม่ได้ หาจุดขาดให้เจอก่อน
สายไฟขาดใน มักจะมีสาเหตุมาจาก สายไฟในจุดที่ขาดในนั้นมีการหักหรืองอบ่อยๆ ทำให้สายทองแดงด้านในสายไฟถูกหักงอไปพร้อมๆกัน จนสายทองแดงขาดในไปในที่สุด หรือการถอดปลั๊กไฟอย่างไม่ถูกวิธี โดยการดึงกระตุกที่ตัวสายไฟ แทนที่จะใช้นิ้วจับที่ตัวปลั๊กไฟแล้วค่อยๆดึงออก ซึ่งกรณีสายไฟขาดในแบบนี้ จะพบเห็นได้บ่อยมากๆ เพราะคนส่วนมากจะไม่ระมัดระวังและคำนึงถึงกันสักเท่าไหร่ ชอบดึง กระตุกสายไฟกันจนชิน และอาการสายขาดในแบบนี้มักจะเกิดในบริเวณขั้วของปลั๊กไฟ (ตรงรอยต่อปลั๊กไฟและสายไฟนั่นแหละ)

ตัวปลั๊กถูกออกแบบให้จับได้ถนัดๆแล้ว ยี่ห้อไหนๆ ก็ทำแบบนี้ อย่าใช้มือจับสายไฟแล้วกระตุกอีกเลยนะ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อสายไฟเส้นใหม่กันบ่อยๆ ไม่ต้องซ่อมแซมกันบ่อยๆ หรือยิ่งกรณีที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ ก็จะพาลคิดไปว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ไม่ทำงาน เลยไปซื้อเครื่องใหม่มา เสียเงินเสียทองกันไปใหญ่

สายไฟด้านที่ต่อกับกระติกน้ำ เราต่อทิ้งไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะใช้มัลติมิเตอร์วัดปลายสายอีกด้าน ที่ตัวปลั๊กกัน

ใช้มัลติมิเตอร์วัดดูโดยตั้งมิเตอร์เครื่องวัดไปที่ย่าน Ohm ทั้งแบบดิจิตอล และแบบเข็ม

ถ้าใช้มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลวัดดู จะขึ้นเป็นเลข 1 แต่มิเตอร์แบบเข็ม เข็มจะไม่กระดิก กรณีที่ไม่ครบวงจร หรือสายขาดใน คือไม่สามารถวัดความต้านทานของวงจรนี้ได้

ลองขยับสายไฟในจุดที่คิดว่าเป็นปัญหาดู ขยับเล็กน้อยสายไฟในจุดที่ขาดก็ชนกัน ตัวเลขก็ขยับแต่ไม่นิ่ง วิ่งไปมา เพราะความต้านทานเปลี่ยนไปตลอดตามการขยับมือ (ถ้าเป็นมิเตอร์เข็มก็จะวิ่งขึ้นวิ่งลง)

ขยับสายอีกรอบจุดต่อก็ขยับหลุดออกจากกัน ทำให้ตัวเลขที่มิเตอร์กลับไปเป็น 1 อีกครั้ง

จับสายไฟขึ้นมาพิจารณาดูอีกครั้ง เห็นชัดๆ บริเวณขั้วของปลั๊กไฟ มีร่องรอยว่าบริเวณนี้เกิดการหักงอมากอย่างชัดเจน

เราใช้คีมตัด มาตัดสายไฟเหนือขึ้นมาจากจุดที่คิดว่าสายไฟขาดในเล็กน้อย ในที่นี้คือบริเวณขั้วของปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟใหม่ที่เราจะนำมาเปลี่ยน แทนของเดิม ตัวนี้ซื้อมา 15 บาท ถ้าซื้อใหม่ทั้งเส้นประมาณ 100 ผมเข้าข้างความประหยัด แก้ไขไปตามอาการ แทนที่จะซื้อใหม่ ช่วยลดขยะให้โลกด้วย

ปลั๊กไฟยี่ห้อนี้ ขั้วต่อสายทำไว้ให้ต่อง่ายดี

กะความยาวของสายไฟก่อน จะได้ไม่ปอกสายไฟให้ยาวจนเกินไป ให้พอดีๆ ดีกว่า

อย่าปอกสายไฟให้ยาวจนเกินไป ในภาพดูเหมือนจะยาวเกินเลยออกไปด้านนอกตัวปลั๊ก แต่ความจริงเราต้องการงอสายไฟเป็นตัว U แต่ให้สังเกตว่าบริเวณฉนวนหุ้ม อยู่ตรงกับจุดต่อสายพอดีๆ

ควรปั่นสายไฟให้เป็นเกลียว ตอนไขสกรูเข้ากับขั้วต่อสายจะได้ไม่บานเลยออกมานอกจุดต่อ

หลังจากตัดปลั๊กทิ้งไปแล้ว ปอกสายแล้ว จะลองจับเอาปลายสายมาวัดด้วยมิเตอร์อีกทีก่อนก็ได้ เพื่อความแน่ใจว่าส่วนที่ขาด ถูกตัดทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

ผมถอดจุดต่อสายออกมาแบบนี้เลย จะได้งอสายไฟใส่ลงไปได้สะดวก

งอสายเป็นตัว U ใส่ลงไปที่ขั้วต่อสาย ทิศทางตามทวนเข็มนาฬิกา แต่ในภาพผมหงายขึ้นมาให้เห็นชัดๆ ภาพจึงเป็นทิศทางทวนเข็มนาฬิกา แต่เมื่อคว่ำลงตรงจุดต่อสาย จะเป็นทิศทางตามเข็มนาฬิกาที่ถูกต้อง ที่ให้ขดตามเข็มนาฬิกาเพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกันกับการไขสกรู สายไฟจะได้ไม่คลายออก หรือหนีออกจากจุดต่อสายง่ายๆ

เมื่อต่อสายแล้วไขสกรูให้แน่น อย่าให้มีปลายสายทองแดงหลุดรอดออกจากจุดต่อสายได้

เมื่อต่อสายจนครบทั้งสองสายแล้ว ตรวจเช็คด้วยสายตาอีกครั้งก่อนประกอบปลั๊ก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสายทองแดงฝอยๆ โผล่ออกมาจากจุดต่อ เพราะถ้าสายฝอยๆสักเส้นเดียว พาดไปยังขั้วอีกด้านนึง เสียงระเบิดตอนเสียบปลั๊กจะตามมา และถ้าหลุดลอดโผล่ออกจากฉนวนสักเส้นเดียว มือเราอาจจะพลาดโดนได้ และนั่นคือเราโดนไฟดูดแน่ๆ ควรใช้ความระมัดระวัง และความละเอียดรอบคอบในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า

แล้วสายไฟของเราก็ซ่อมเสร็จเรียบร้อย พร้อมสำหรับการใช้งาน ประหยัดตังค์ได้อีกแล้ว ลดขยะให้โลกลงไปได้อีก 1 ชิ้น

แล้วกระติกน้ำใบเก่งของเรา ก็กลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติอีกครั้งหนึ่งแล้ว จบงาน!!






ขอโทษนะคะช่วงเขียนบทความแนะนำการเลือกซื้ออุปกรณ์ในห้องน้ำได้มั้ยคะ พวกสายชำระ ที่ชักโครก ก๊อกน้ำ ฝักบัว สะดืออ่าง ท่อน้ำทิ้ง คือดิฉันทำกิจการหอพักอยู่และกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเลือกซื้อของพวกนี้ แต่หาไม่เจอเลย แต่ถ้าเป็นการรบกวนมากเกินไปก็ขอทราบยี่ห้อที่คุณใช้ก็ได้ค่ะ ดิฉันจะได้ซื้อใช้ตาม
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำเสนอแนะ กำลังคิดที่จะเขียนเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติมเหมือนกันครับ แต่ยังไม่มีเวลามากพอ ต้อขออภัยจริงๆครับ
ขอแนะนำคร่าวๆแล้วกันครับ ส่วนจะให้ระบุยี่ห้อนั้น คงไม่ได้ครับ แต่บอกได้ว่า เดี๋ยวนี้ทุกๆยี่ห้อ จะทำออกมาหลายเกรด เพื่อให้แข่งขันกับยี่ห้ออื่นๆได้ คุณภาพก็ตามราคาครับ
ท่อน้ำทิ้งอ่างล้างหน้า จากที่ใช้มาหลายแบบ พลาสติกถูก และดีที่สุดแล้วครับ ชนิดที่เป็นโลหะ ตรงส่วนดักกลิ่นน่าจะทำจากอลูมีเนียมหล่อและชุบโครเมียม เพิ่มความมันวาวน่าใช้งาน ส่วนที่เป็นสแตนเลสจะมีเพียงแค่ท่อครับ เกรดก็ไม่ดีอะไรนัก แต่ยี่ห้อที่สแตนเลสทุกส่วนก็มี แต่ราคาแพง ไม่เหมาะกับธุรกิจ
ตะแกรงท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ ปัญหามากที่สุดแล้ว ผู้เช่ามักจะทำลายของ งัดออกกันเป็นเรื่องปกติ ท่อระบายน้ำทิ้งต้องเผื่อให้ใหญ่สักหน่อย ส่วนตะแกรงท่อน้ำทิ้ง ถ้าเป็นผม จะเลือกใช้แบบโบราณ ที่ไม่มีตะแกรงดักกลิ่น ถูก และเป็นสแตนเลสแน่นอน แถมระบายน้ำได้เร็ว ถ้าฝังให้ต่ำกว่าพื้นหน่อย พอกปูนให้มากสักนิด ลดการงัดแงะได้ทีพอควร แต่ถ้ากลัวเรื่องกลิ่น ก็ควรใช้แบบมีดักกลิ่นด้วย แต่แบบนี้มีตัวเลือกเยอะมากๆ และน้ำมักจะไหลช้า สุดท้ายก็ชอบแกะออกกัน เพราะน้ำไหลช้า การเลือดควรเลือกชนิดที่เป็นสแตนเลสแท้ๆ ยี่ห้อที่คุ้นเคย เพราะถ้าติดตั้งไปแล้ว แก้ไขลำบาก ต้องทุบปูน และทุบพื้นเท่านั้น ไม่เหมือนก๊อกน้ำ เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่ามาก
สะดืออ่างล้างหน้า ผมชอบแบบโบราณ แยกส่วนสองส่วน ตะแกรงเป็นสแตนเลส และถ้วยเป็นทองเหลือง แต่ที่เห็นขายกัน ตัวสกรูจะเป็นเหล็ก ก็เปลี่ยนมาใช้แบบสแตนเลสเสีย จะได้ใช้งานกันยาวๆ ส่วนที่เป็นแบบท่อนเดียว มีรูระบายน้ำล้น หรือไม่มีก็ตาม ทำจากทองเหลืองชุบโครเมียม ดูสวย แต่เมื่อขัดล้างบ่อยๆ ส่วนที่ชุบก็บางลงเรื่อยๆ จนทองเหลืองโผล่ไม่น่าใช้ (ไปห้างแล้วลองสังเกตดูห้องน้ำในห้างก็ได้) แต่ของใหม่ๆจะสวยมาก ถ้าเทียบกับสะดืออ่างแบบแยกส่วน
ก๊อกน้ำ ผมชอบยี่ห้อไทยขึ้นต้นด้วยตัวแอล โลโก้เป็นตัว L แบบตัวเขียน ใบ้ได้เท่านี้ เลือกแบบที่เค้าแปะโลโก้ด้วย บางรุ่นที่วางขาย ยี่ห้อไหนๆก็จะมีรุ่นนั้น หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ แต่ไม่ยอมติดยี่ห้อที่ตัวผลิตภัณฑ์ เพราะอะไรลองคิดดู ต่างกันที่ราคาเท่านั้น
สายชำระ ฝักบัว ยี่ห้อดั้งเดิมของไทยที่ทำตลาดมานาน ขึ้นต้นด้วย H ก็คุณภาพดีสมราคา นับเป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน
ถัดมาวิธีจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนๆ ลองดูห้องน้ำตามห้างประกอบก็ได้ครับ ถ้ายี่ห้อไหนดูแล้วยังใหม่ๆ แต่กลับใช้งานไม่ได้ก็น่าคิดนะครับ ว่าจะน่าซื้อไหม