เปลี่ยนบุชพัดลม เป็นลูกปืน เพื่อความลื่นไหล และประหยัดไฟมากขึ้น มันเป็นไปได้ยังไงกัน? สงสัยกันไหมครับ ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะความฝืด เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้พัดลมของเราต้องใช้พลังงาน ไฟฟ้ามากขึ้น เมื่อเราเปลี่ยนบุชพัดลม ก็เลยทำให้เราได้พัดลมที่หมุนได้เต็มพลังงาน เต็มรอบความเร็วที่บริษัทเค้าออกแบบเอาไว้ จึงได้ลมแรงๆ และเย็นขึ้น พร้อมๆ กับค่าไฟที่ลดลง(เล็กน้อย) แต่ก็ถือว่า เมื่อเปิดทุกวัน เป็นปีก็ลดลงค่าไฟลงไปได้หลายบาทล่ะน่า

พัดลมส่วนมาก จะใช้บุชไม่ใช่ตลับลูกปืน คิดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากการลดต้นทุนการผลิต เพราะสมัยก่อนโน้นๆ เมื่อนานมาแล้ว พัดลมก็ใช้ตลับลูกปืนเหมือนๆ กับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ที่เป็นมอเตอร์เหมือนกัน จนมาหลังๆ นี้ กระแสเรื่องการประหยัดพลังงาน ค่อยๆ บีบให้ผู้ผลิตที่ต้องการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดดาว ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ลูกปืน เพื่อให้ทำคะแนนการใช้พลังงานได้สูงๆ ซึ่งอีกหน่อย ก็คงจะเปลี่ยนกันหมดนั่นแหละครับ

สำหรับบ้านผม และบ้านท่านๆ อีกหลายคน ยังใช้พัดลมรุ่นเก่า ที่ใช้บุชพัดลม กับน้ำมันจักร น้ำมันหล่อลื่น คอยหล่อเลี้ยงแกนใบพัดลม ไม่ให้ฝืด ก็อาจจะต้องทนใช้กันต่อไป ถ้าไม่หาหนทางเปลี่ยนเป็นตลับลูกปืนด้วยตัวเอง ก็ต้องคอยหยอดน้ำมันกันบ่อยๆ หน่อย เพราะถ้าไม่ซ่อมบำรุงพัดลมเลย แค่เรื่องหยอดน้ำมันใส่บุชพัดลม ปัญหาก็ตามมาอีกเพียบทีเดียว เช่น ถอดใบพัดไม่ออก แกนฝืด ฝืดมากๆ แกนก็สึก ทำให้เสียงดัง พัดลมหมุนช้าลงเยอะ แต่กินไฟเท่าเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิม เพราะต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อเอาชนะความฝืดที่มากขึ้น นี่แค่เรื่องการหยอดน้ำมันใส่บุชนะ ซึ่งจริงๆ ปัญหามันมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

เมื่อมีโอกาส มีเวลาว่างมากพอ ก็เลยหาซื้ออะไหล่ ซึ่งเดี๋ยวนี้หาง่ายมากๆ ในร้านออนไลน์ต่างๆ มีขายกันเป็นชุดๆ ตลับลูกปืนกับยางรองลูกปืน ก็มีมาพร้อม สั่งซื่อทีละชุดก็พอ ไม่ต้องตุนเอาไว้หลายหรอกครับ เพราะร้านไม่หายไปไหน มีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ แข่งขันกันลดราคา แต่ต้องดูให้ดีนะ บางร้านลดราคาพร้อมลดคุณภาพสินค้าไปด้วย ตลับลูกปืนที่ได้มา อาจจะใช้งานได้ไม่ทนก็มีเหมือนกัน ทำให้ต้องถอดๆ ใส่ๆ เสียเวลาโดยไม่จำเป็น เวลาเลือกซื้อต้องดู อ่านรายละเอียดสินค้าให้ดีๆ เอาให้เกิน 7 บรรทัด พร้อมกับอ่านคอมเม้นต์ด้วย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันอีก

เมื่อได้ชิ้นส่วนอะไหล่ ตลับลูกปืนมาแล้วก็ชำแหละพัดลมเป้าหมาย ออกมาให้เรียบร้อย ผมลืมถ่ายภาพขั้นตอนการชำแหละ เปิดกะโหลกพัดลมออกมา แต่คิดว่า คนที่ต้องการจะเปลี่ยนตลับลูกปืนเอง น่าจะมีความรู้เชิงช่างอยู่บ้างแล้ว ขั้นตอนการชำแหละน่าจะทำกันได้ เอาเป็นเริ่มต้นจากการงัดแงะ เอาบุชทิ้งไปเลยแล้วกัน ทำไงได้ ก็ไม่ได้ถ่ายภาพตอนชำแหละมาเก็บเอาไว้ด้วย
กะโหลกพัดลม ตรงส่วนที่เป็นบุช จะมีฝาครอบ และแผ่นสปริง ยึดบุชเอาไว้ ให้อยู่ตรงกึ่งกลางของรู ซึ่งเราจะงัดแผ่นเหล็กที่ครอบทับเอาไว้ออกก่อน (พัดลมบางรุ่น บางยี่ห้อ อาจจะไม่มีแผ่นเหล็กครอบเอาไว้แบบนี้ก็ได้) ต้องออกแรงสักหน่อย

หลังจากงัดๆ แงะๆ สักพักใหญ่ๆ ฝาปิดก็จะเผยอขึ้น แบบในภาพ เราก็ดึงออกได้แล้ว หลุดออกมาเป็นวงเลย


แผ่นสปริงที่ทำหน้าที่ล็อคตัวบุชเอาไว้ เราก็ใช้ไขควงเล็กๆ สารพัดประโยชน์อันนี้นี่แหละ งัดมันออกมา ซึ่งมันจะหลุดออกมาได้ง่ายมากเลย



แผ่นผ้าสักหลาดที่วางครอบตัวบุชอยู่แห้งหมดแล้ว ทั้งที่เพิ่งจะหยอดน้ำมันใส่ลงไปไม่นาน หยอดจนชุ่ม แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน น้ำมันแห้งไปหมดแล้ว บ่งบอกถึงความฝืดที่แกนใบพัดลม ที่ฝืดมาก เกิดเป็นความร้อน น้ำมันก็เลยแห้งไวอย่างที่เห็น ถ้าไม่เปลี่ยนบุชเป็นตลับลูกปืน ก็คงต้องถอดใบพัด ออกมาหยอดน้ำมันกันทุกอาทิตย์ทีเดียว

ผ้าสักหลาดทำหน้าที่ซับน้ำมันที่เราหยอดใส่แกนพัดลม เก็บเอาไว้จนชุ่ม ซึ่งน้ำมันที่เราเห็นว่าเหลวๆ เหล่านั้น จะยิ่งเหลวมากขึ้น เมื่อพบกับความร้อน (น้ำมันอะไรก็เหมือนๆ กัน จะเหลวขึ้น เมื่ออุณหภูมิตัวมันร้อนขึ้น สังเกตจากรอบๆ ตัวเพื่อเปรียบเทียบง่ายๆ ก็น้ำมันพืชที่เราใช้ทอดอาหารนั่นแหละ) พอแกนใบพัดลม เสียดสีกับบุชพัดลม เกิดเป็นความร้อน น้ำมันก็จะเหลวมากขึ้น ไหลออกมาจากแผ่นผ้าสักหลาด ลงไปที่แกนพัดลม เพื่อหล่อลื่น เมื่อน้ำมันแห้ง ปัญหาเรื่องความฝืดก็เกิด และปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

ตัวกะโหลกพัดลมด้านหน้า ดูดีๆ กะโหลกรุ่นนี้จะมีขอบสองชั้น เป็นวงสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่ต่างกันไม่เยอะนัก แบบนี้ไม่เป็นไร ถ้าใส่ยางรองตลับลูกปืน และลูกปืนลงไปได้ ก็แน่นหนาดีอยู่

ถ้าเราวางตลับลูกปืนลงไปตรงๆ จะเห็นว่า ระยะห่างระหว่างขอบลูกปืน กับขอบของตัวกะโหลก จะมีระยะห่างเยอะทีเดียว ยางรองตลับลูกปืน จึงเข้ามาทำหน้าที่จัดการเรื่องระยะห่าง ระหว่างขอบตลับลูกปืน กับกะโหลก ให้ตลับลูกปืนอยู่ตรงกลางของรูกะโหลกพอดี

เวลาใส่ยางรองตลับลูกปืน เราจะไม่ใส่ลงไปแบบนี้นะครับ เพราะจะกดตลับลูกปืนลงไปในช่องให้สุดได้ยาก ทำงานไม่ถนัด

เราควรจะใส่ยางรองตลับลูกปืนลงไปในกะโหลกแบบนี้ เพราะเวลาที่เราใส่ตลับลูกปืนลงไป จะกดให้แนบสนิทกับตัวกะโหลกได้ไม่ยาก

ใส่ตลับลูกปืนลงไปที่ยางรองตลับลูกปืน แล้วดันเข้าไปให้สุด ก็เป็นอันเสร็จ

ต่อมาก็ตลับลูกปืน ที่กะโหลกด้านหลังกันบ้าง ไม่มีอะไรแตกต่างกัน งัดสปริงครอบบุชออก ก็จะเห็นภาพแบบนี้ ที่กะโหลกด้านหลัง แผ่นสักหลาดยังมีน้ำมันชุ่มฉ่ำอยู่เหมือนเดิม แสดงว่า ปัญหาที่ทำให้พัดลมหมุนฝืด เกิดขึ้นที่แกนพัดลม ด้านหน้าที่สวมใบพัด เนื่องจากผ้าสักหลาดที่แห้งสนิท เป็นสิ่งยืนยันถึงความผิดปกติ

ใส่ยางรองตลับลูกปืน และลูกปืนเข้าไปเหมือนกับกะโหลกด้านหน้า ก็เรียบร้อยแล้ว งานนี้ไม่ยาก จากนั้นก็ประกอบชิ้นส่วน กะโหลกหน้า กะโหลกหลัง เข้ากับแกนพัดลมเหมือนเดิม เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะครับ


เมื่อประกอบเสร็จ ก็ทดสอบหมุนด้วยมือเปล่าก่อน เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี หมุนได้ราบรื่น ลื่นดีแล้ว ไม่ติด ไม่ขัด ก็ประกอบชิ้นส่วนอื่นๆ กลับเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย เราก็จะได้พัดลมประหยัดไฟ มาใช้งานแล้ว ไม่ต้องคอยตรวจสอบ หยอดน้ำมันกันบ่อยๆ ด้วย (ถ้าเลือกใช้เลือกซื้อ ตลับลูกปืนที่มีคุณภาพหน่อยนะครับ)





