วิธีประกอบพัดลมติดผนัง พร้อมกับการรีวิว แต่ถ้ารีวิวแล้วไม่ใส่ชื่อรุ่น เดี๋ยวจะต้องมีคนสงสัย แล้วถามมาอีกแน่ๆ ว่ารุ่นอะไร เลยต้องรีบบอกก่อน และรีวิวนี้ เป็นการรีวิวที่จ่ายเงินเอง งัดแงะ แกะเอง แต่อย่าไปบอกบริษัทล่ะครับ เดี๋ยวผมโดนตัดสิทธิ์การรับประกันสินค้า แงะซะขนาดนี้ ถ้าผิดพลาดไป แล้วเอาไปเคลม เค้าคงไม่ยอมให้เคลมแน่ๆ T T

น้องสาวอยากได้พัดลมใหม่สักตัว แต่พื้นที่ห้องมีจำกัด ถ้าใช้ตั้งพื้น ก็เกะกะไปหน่อย เลยอยากจะได้แบบติดผนัง ไปยืนเล็งอยู่หลายยี่ห้อ หลายรุ่น ยี่ห้อน้องใหม่หลายรุ่นก็น่าสนใจ ที่ว่าน่าสนใจมันอยู่ตรงราคานี่แหละ ถูกกว่าพัดลมในชื่อยี่ห้อที่คุ้นเคยหลักร้อยทีเดียว แต่ก็สนใจเพียงเพราะราคาถูกเท่านั้นแหละ และไม่ซื้อครับ ถึงแม้จะซ่อมได้ ซ่อมเป็น แต่ถ้าซื้อมาเพื่อซ่อม จะซื้อทำไมกันล่ะ
กวาดสายตาไปสะดุด Sharp รุ่นนี้ ที่กำลังลดราคาอยู่พอดี (แน่ะ ราคาดึงดูดอีกแล้ว) แถมยังมีเงื่อนไขจูงใจ รับประกัน 3 ปี ทุกชิ้นส่วนซะด้วย แบบนี้สิ ที่เราต้องการ ซื้อมาแล้วไม่ต้องซ่อมเอง ตั้ง 3 ปี ใช้อย่างเดียว ค่อยดูน่าซื้อหน่อย เพราะช่างในบ้านอย่างเราก็ขี้เกียจซ่อมเหมือนกันนะ (ก็จะได้มีเวลาไปซ่อมอย่างอื่นไง ไม่ใช่ชีวิต มีแต่พัดลมเนอะ) ก็เลยตกลงหยิบใส่รถเข็นได้ไม่ยาก

ขอไม่เริ่มรีวิว แบบ youtuber นะครับ ที่เริ่มจากการใช้คัทเตอร์ กรีดกล่อง ค่อยๆ ยกออกจากกล่อง ขอข้ามขั้นตอนไปเล็กน้อยแล้วกัน หยิบออกมากองไว้ให้ดูเลย ว่ามีชิ้นส่วนอะไรบ้างที่ได้มา ที่สำคัญ ถุงห่อใบพัดลม ยังย้ำอีก “รับประกันทุกชิ้นส่วน 3 ปี” แจ๋วเลย

เมื่อถอดถุงหุ้มตะแกรง กับใบพัดลมออก ก็จะเห็นว่า ใบพัด และตะแกรงหน้า-หลัง ซ้อนกันอยู่อย่างแน่นหนา ไม่แตกหักแน่นอน ถ้าไม่ทำตกซะเอง

ตอนนี้ หรือตอนไหนๆ จะประกอบพัดลม หรือถอดล้างพัดลม ก็ต้องหมุนฝาล็อคใบพัด เข้าออกให้ถูกทิศทางเสมอ ถ้าจำไม่ได้ให้ดูที่เขียนกำกับทิศทางเอาไว้ บนฝาล็อคใบพัด ห้ามลืมเด็ดขาด ไม่งั้นพัง หมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อถอดฝาล็อคออก และทวนเข็มนาฬิกา เพื่อล็อคใบพัดลม เอาล่ะ เพื่อให้จำได้ ทดลองถอดเ่ลยละกัน

เมื่อถอดแยกเอาใบพัดออกไปแล้ว ทีนี้ก็แยกตะแกรงหน้า และตะแกรงหลังออกจากกัน เพื่อแกะเอาแกนพลาสติกล็อคใบพัดเมื่อสักครู่ทิ้งไป เราไม่ต้องการมันแล้ว


เมื่อตะแกรงหน้า ตะแกรงหลัง และใบพัด พร้อมประกอบเป็นพัดลมแล้ว ก็ขอพักเอาไว้ก่อน เพราะนี่เป็นบทความรีวิวพัดลม ไม่ใช่สอนประกอบพัดลม ดังนั้น เราจะมารื้อกันต่อ เอ้ย สำรวจกันต่อ เริ่มจากส่วนของแกนใบพัดที่มีสีฟ้าๆ เคลือบอยู่ตลอดแกนใบพัด ไม่ใช่น้ำมัน และจารบี เพราะไม่ลื่น และแห้งสนิท จับไม่ติดมือ อาจจะเคลือบไว้เป็นสารป้องกันสนิมก็ได้ ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีก็ดีกว่าไม่มี เอาแบบนั้นแล้วกันเนอะ


ปริมาณลมที่พัดออกมา ทำได้ถึง 1.45 ลบ.ม/นาที/วัตต์ แต่พัดลมที่มีราคาถูกๆ หน่อย ฉลากเบอร์ 5 จะไม่มีแสดงให้เห็น ผมก็จะไม่เลือกซื้อ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ในปัจจุบัน เสมือนเป็นเครื่องหมายมาตรฐานไปแล้ว ถ้าเจ้าของผลิตภัณฑ์รู้ตัวว่า ส่งไปทดสอบแล้ว จะได้คะแนนไม่ดี ก็ไม่ส่งไปทดสอบซะเลยดีกว่า หรือทดสอบแล้วได้คะแนนน้อย ก็ไม่ติดฉลากซะเลยดีกว่า ผมก็เลยยึดเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างน้อย ต้องมีฉลากประหยัดไฟแสดงไว้ให้เห็น ไม่งั้นไม่ซื้อครับ จากนั้นค่อยไปพิจารณาในรายละเอียดที่เขียนไว้บนฉลากประหยัดไฟอีกที เพื่อประกอบการตัดสินใจ นอกเหนือไปจากรูปลักษณ์ภายนอกของตัวสินค้า และชื่อเสียง ชื่อเสีย ของยี่ห้อนั้นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย

ฐานของตัวพัดลม ทำมาจากแผ่นเหล็กปั๊มขึ้นรูป และทำเป็นสันนูนในจุดที่ต้องการเสริมความแข็งแรง จากการทดลองจับบิดไปมา ก็ไม่เสียทรงเสียรูปง่ายๆ

ในการติดตั้งพัดลมเข้ากับผนัง เราจะต้องติดตั้งตะขอแขวนพัดลมเข้ากับผนังก่อน ซึ่งตะขอแขวนพัดลมนี้ จะต้องมีความแข็งแรง รับน้ำหนักพัดลมได้ดี และเมื่อติดตั้งพัดลมเข้าไปแล้วจะต้องยึดติดได้แน่นหนา ไม่ให้ตัวเครื่องขยับไปมา แม้จะดึงเชือกเปิดปิดพัดลม หรือดึงเชือกส่ายแรงๆ

นอกเหนือไปจากการติดตั้งให้แน่นหนาแล้ว ยังต้องป้องกัน ไม่ให้พัดลมหลุดออกจากตะขอแขวนโดยไม่ตั้งใจได้อีก เช่น ในขณะพยายามถอดใบพัดไปล้าง ทำความสะอาด ดังนั้น เค้าจะออกแบบให้มีสกรูยึดฐานตัวพัดลมเข้ากับ ตะขอแขวนพัดลมด้วย ซึ่งพัดลม Sharp ใช้เป็นสกรูแบบหมุนได้ด้วยมือ เพิ่มความสะดวกในตอนติดตั้ง และตอนถอดยกพัดลมออกจากตะขอแขวนได้ตรงใจจริงๆ ชอบครับ

ตะขอแขวนพัดลม มีความแข็งแรง ลองสวมลงไปในช่องของฐานพัดลม แล้วลองขยับไปมา เพื่อดูความแน่นหนา ก็รู้สึกว่าทำได้ดีทีเดียว ไม่หลวม โยกคลอน เหมือนกับพัดลมที่เน้นราคาถูก แต่ไม่เน้นความแข็งแรง ทนทาน

ไหนๆ ก็ไหนๆ ถอดฝาหลังออกมาดูข้างในกันดีกว่า จะรีวิวทั้งทีเนอะ เอาให้หมดไส้หมดพุงไปเลย ชุดสวิตช์ควบคุมการส่าย และเปลี่ยนเบอร์ความแรงพัดลม ถูกติดตั้งบนฐานเหล็ก แล้วยึดเข้ากับตัวพลาสติกอีกที ไม่ได้ทำชุ่ยๆ ยึดเข้ากับเนื้อพลาสติกเพื่อลดต้นทุนนะ ส่วนสายไฟ ก็รวบไว้ให้เป็นระเบียบ ด้วยเข็มขัดรัดสาย หรือ cable tie ไม่ปล่อยเกะกะ จนไปขวางเชือกดึงพัดลม ส่วนจุดต่อสายไฟที่ต้องเชื่อมต่อกัน ก็สวมปลอกฉนวน แล้วย้ำอย่างแน่นหนาตามมาตรฐานโรงงาน แต่ถ้าผ่านมือร้านซ่อม รับรองได้ว่ามันจะกลายเป็นเทปพันสายไฟ ไม่เห็นแบบนี้แน่

เชือกดึง เปิดและปิดพัดลม เปลี่ยนเบอร์ความแรงของพัดลม จะคล้องอยู่กับขาเหล็ก ที่มีหมุดย้ำไว้แล้วพับลบคมอย่างเรียบร้อย ทนทาน และแข็งแรง ไม่บาดเชือกแน่นอน เก็บรายละเอียดดีครับ



เชือกดึงส่ายพัดลม จะเป็นการดึงสวิตช์ เพื่อเปิดปิดมอเตอร์ส่ายพัดลม พัดลมติดผนัง จะใช้มอเตอร์เป็นตัวขับ ไม่เหมือนกับพัดลมตั้งพื้น ที่จะใช้เฟืองเป็นตัวขับ ความทนทานก็เลยมากกว่าเป็นธรรมดา และช่องเล็กๆ ที่ฐานด้านล่างที่ร้อยเชือกผ่านลงมา เพื่อให้เราดึงเปิดปิดพัดลม ไม่กว้างมาก ไม่แคบไป และไม่คม เวลาเราดึงเชือก โอกาสที่เชือกจะถูๆไถๆ เข้ากับขอบด้านข้างก็จะน้อยลงหน่อย เชือกก็จะขาดช้าลงอีกนิด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พัดลมราคาถูก ไม่ค่อยใส่ใจกัน แต่ Sharp ไม่ละเลยนะ

ฐานเหล็ก ตรงบริเวณที่เชือกร้อยผ่าน Sharp จะพับแผ่นเหล็กโค้งออกเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหล็กบาดเชือก และที่ฐาน ก็มีปุ่มยางยึดติดเอาไว้ด้วย น่าจะมีไว้เพื่อลดอาการสั่นของตัวเครื่อง ไม่ให้สะเทือนไปถึงกำแพง หรือสร้างเสียงรบกวนในบริเวณที่ติดตั้งพัดลม

ฐานพัดลมก็ถอดกันไปแล้ว คราวนี้มาถอดหัวต่อ มอเตอร์ตัวใหญ่ๆ ยังใช้กระโหลกอลูมีเนียมอยู่ พัดลมตั้งโต๊ะ ตั้งพื้นคอยาว หลายๆ ยี่ห้อเริ่มเปลี่ยนไปใช้กระโหลกเหล็กกันแล้ว แต่ไม่แน่ในว่า พัดลมติดผนัง ยี่ห้ออื่นๆ เปลี่ยนไปใช้กระโหลกเหล็กแล้วหรือยัง แต่โดยส่วนตัว ชอบกระโหลกอลูมีเนียมแบบนี้มากกว่า เพราะปกติเราจะเปิดใช้พัดลมเป็นเวลานานๆ เสมอ การระบายความร้อนออกจากตัวมอเตอร์ต้องดี ถ้าอากาศไหลเวียนดี ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า มอเตอร์พัดลมตัวนั้นจะใช้งานได้ทนทาน



จับหัวหมุนไปหมุนมา เพื่อส่องดูรายละเอียด แล้วก็สะดุดตาเข้ากับ เบ้ารับแกนมอเตอร์ รูปทรงเหมือนไม่ได้ใช้บุช เหมือนพัดลมตั้งพื้นอีกหลายๆ ตัวหลายยี่ห้อ อ้อ รวมถึงพัดลมติดผนังราคาถูกด้วยนะ อยากจะรู้ก็เลยต้องแกะออกมาดู ทีแรกก็ลังเล กลัวประกันจะขาด แต่แงะมาขนาดนี้แล้ว คงไม่มีเจ้าไหนรับประกันให้แล้วล่ะเนอะ 555 เพราะความอยากรู้แท้ๆ แล้วก็พบว่า พัดลมรุ่นนี้ใช้ลูกปืนแล้วนะครับ ใช้งานกันไปยาวๆ แบบลื่นปรี๊ดๆ เลยทีเดียว สบายแล้วเรา ใช้อย่างเดียวจริงๆ แค่ถอดล้างเวลาสกปรกก็พอเพียง ไม่ต้องซ่อมบำรุงคอยหยอดน้ำมันอีกแล้ว เย้
ถ้าถามว่า พัดลมยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ น่าซื้อไหม โดยส่วนตัวแล้ว ขอตอบว่า น่าสนใจมาก ครับ ยี่ห้อชื่อญี่ปุ่น แต่แปะป้าย made in Thailand ก็เชื่อมั่นฝีมือคนไทยด้วยกัน และคุณภาพเท่าที่แกะ ชำแหละดูในครั้งนี้ ให้ผ่านครับ มั่นใจได้ว่า ซื้อมาแล้ว ใช้งานได้ยาวๆ แน่นอน ดีกว่าไปเสียเงินซื้อพัดลมถูกๆ เน้นเอาแต่ถูกเข้าว่า แล้วมีปัญหาตามมาทีหลัง ทั้งเสียง่าย ซ่อมบ่อย หรือจะเลือกเอาเสียแล้วทิ้งเลย ไปซื้อเอาใหม่ แบบนั้นก็ไม่ไหวนะครับ ผลาญทรัพยากรโลกเปล่าๆ เอาล่ะครับ ขอจบรีวิวพัดลมติดผนัง ยี่ห้อ Sharp ไว้เพียงเท่านี้ ส่วนขั้นตอน วิธีติดตั้งพัดลมติดผนัง ต้องอ่านต่อที่ วิธีติดตั้งพัดลมติดผนัง อย่างง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เขียนอธิบายไว้หมดแล้วครับ





