พลาสติกทั้งหลาย จะย่อยสลายช้า หรือแทบจะไม่ย่อยสลายเลย ถ้าถูกฝังในดิน และไม่ถูกแสงแดด แต่ถ้าโดนแสงแดดส่องถึง เนื้อพลาสติกก็จะค่อยๆ ถูกทำลายพื้นผิวไปเรื่อยๆ ปีละนิดๆ ในที่สุดก็ผุพัง ยิ่งพลาสติกบางเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมดอายุการใช้งานไวเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่อที่มีความหนามาก ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่าท่อที่มีความหนาน้อยกว่า

อย่างท่อร้อยสายไฟนี้ เป็นท่ออ่อน ที่เค้าใช้ท่ออ่อน เพราะเป็นส่วนที่สายไฟต้องโค้งงอเข้าตู้ไฟกันน้ำ ซึ่งมีสวิตช์ และเต้ารับ ซึ่งการดัดงอท่อร้อยสายไฟ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป การดัดงอท่อน่ะง่าย แต่ระยะที่ต้องพอดีเนี่ยสิยาก ช่างไฟ ก็เลยต้องมีตัวช่วยให้ทำงานง่าย นั่นก็คือ ท่อร้อยสายไฟแบบอ่อน แต่ท่อพวกนี้ เนื้อวัสดุมีความบาง และบางกว่าท่อร้อยสายไฟแบบแข็ง แบบปกติมาก ซึ่งความบางนี่แหละ ที่ทำให้มันอ่อนตัว โค้งไปมาได้มาก ช่างไฟก็ทำงานง่ายขึ้น
ถ้าท่อแบบนี้ เดินอยู่ใต้หลังคา อยู่ในส่วนที่ไม่โดนแดดส่องถึง อายุการใช้งานก็จะยาวนานกว่านี้ แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่แดดส่องถึง ก็มีอายุการใช้งานที่จำกัดแบบนี้แหละ ทางเลี่ยงก็คือ หาตำแหน่งการติดตั้งใหม่ โดยเลือกตำแหน่งที่ตัวกล่องพลาสติก จะไม่โดนแสงแดด และความร้อน และแน่นอนว่าท่ออ่อนร้อยสายไฟ ก็จะไม่อยู่ในตำแหน่งแบบนี้ เพราะต้องย้ายตามตัวกล่องไปด้วย

อีกวิธีนึงคือการใช้ท่อร้อยสายไฟแบบแข็งนี่แหละครับ มาตัดเป็นเกลียววนๆ ไป ท่อแข็งก็จะกลายเป็นท่ออ่อน โค้งงอได้มาก (ขออภัย หาภาพไม่เจอ ถ้าเจอเดี๋ยวจะนำมา update ให้ดู) เอามาใช้งานแบบนี้ได้ ซึ่งความหนาของท่อที่มากกว่ากันเยอะ ก็ช่วยให้อายุการใช้งานอยู่ได้นานกว่ากันพอดู
ปัญหาเรื่องพลาสติกนี่คงทำให้นักวิทยาศาสตร์ลำบากใจเนอะ ทำพลาสติกออกมา ให้ใช้งานกันได้ทนๆ ราคาถูกๆ บางเวลา บางงาน ก็บ่นว่านักวิทยาศาสตร์ที่ผลิตมันออกมาว่า เป็นต้นเหตุทำให้เกิดปัญหากับโลก ปัญหาขยะ แต่บางเวลา บางงาน ก็บ่นว่า ความทนทานแค่นี้ไม่พอ โดนแดดหน่อย(เป็นปีๆ อยู่นะ) ก็ผุพัง สลายตัวซะแล้ว ช่วยคิดค้น ค้นคิดวัสดุที่ดีกว่านี้หน่อยได้มั๊ยซะอีก





