เสื้อคนงาน ใส่เดินซื้อของในห้างขายสินค้าสำหรับบ้าน สบายใจ เพราะถ้าใช่ชุดปกติ สามัญ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ก็ยังมีพนักงานคอยสอบถาม คอยคะยั้นคะยอ สารพัด เดินซื้อของไม่ค่อยสนุก ไม่รู้สึกถึงความปลอดโปร่ง สบายใจเลย แม้จะบอกว่า ขอดูของก่อน ยังไม่ซื้อครับ ขอดูก่อน ก็ตาม
เสื้อคนงาน แปลกตรงไหน ผมชอบใส่เสื้อแขนยาว มีปก ส่วนมากก็เป็นเสื้อสีเดียว ที่ซื้อตามเว็บตัวละไม่กี่บาท ไม่ถึงร้อย เวลาทำงาน จะเปื้อนก็ไม่ต้องกลัว ระบายอากาศก็ดี เหงื่อออกไม่นานก็แห้งไปได้ง่ายๆ (เสื้อคนงาน ก็ต้องออกแบบ และทำให้คนงานใส่แล้วสบายตัวเหมือนกัน ไม่งั้นผู้ผลิตก็ขายไม่ได้ เพราะถ้าคนงานไม่ใส่ บริษัทก็ไม่ซื้อใช่ไหมครับ) ผมลองซื้อมาใช้ เพราะเบื่อการทำงานออฟฟิศ เบื่องานโปรแกรมเมอร์ แล้วไปลุยกับงานสวน แต่จะใส่เสื้อเหมือนคนทำงานบริษัท ก็คงไม่เหมาะ มาจบที่เสื้อราคาถูก ที่ใครๆ ก็เรียกว่า เสื้อคนงานนี่แหละ ใส่แล้วสบายตัวดีจัง ขาดเป็นรู ก็ไม่ลาม ไม่รุ่ย ใส่จนเปื้อนมากๆ ก็ทิ้งไป ไม่เสียดายอะไรมาก ใส่เป็นแขนยาว ก็ปกป้องแสงแดดได้อีก มีประโยชน์หลากหลายมากๆ
ไม่มีใครเหลียวแลเสื้อคนงานเลย แต่ผมเองกลับชอบ โดยเฉพาะการใส่แล้วไปเดินซื้อของในห้างขายสินค้าเกี่ยวกับบ้าน ทั้งหลาย 3-4 สโตร์ (ยี่ห้อ) นั่นแหละ ใส่เสื้อคนงานไปเดินมาหมดแล้ว พนักงานเดินผ่านก็สวัสดีครับ แล้วส่วนมากก็จะเดินหายไปเลย ไม่มายุ่ง ไม่มาวอแว ที่เค้าทักว่า สวัสดี เพราะความเคยชินมากกว่า พอเห็นใส่เสื้อคนงาน เค้าก็ปลีกตัวไป เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนรู้สึกสบายตัว สบายใจ เดินเลือกซื้อของสบายๆ ไม่ค่อยมีใครกวน
มีครั้งนึง เดินไปซื้อหลอดไฟ ก็มีพนักงานผู้หญิงคนนึง เพียงคนเดียว ที่เดินตาม และเชียร์สินค้า ความจริงก็ไม่ถึงกับเรียกว่า เชียร์ แต่สอบถามว่า ต้องการแบบไหน ซึ่งเดาได้ไม่ยาก ใส่ชุดคนงานแบบนี้ เค้าแนะนำความคุ้มค่าให้ก่อนเลย พี่คะ ทางนี้ค่ะ ทางนี้ลดราคา ซื้อสองชิ้น ราคาเท่านี้เอง ขณะที่กำลังมองๆ สินค้าเพลินๆ ก็มีพนักงานอีกคนนึง เดินผ่านไปข้างหลัง แล้วพูดกับพนักงานคนนั้นว่า “ชุดคนงาน” แล้วก็เดินผ่านไป ได้ยินแต่เสียง เพราะผมกำลังมองสินค้าอยู่ ไม่รู้ว่า พนักงานคนที่แนะนำสินค้าให้ผมตอบอะไรไปนะครับ ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ซึ่งรอบๆ ตัวผม ไม่มีใครแล้ว ก็มีแต่ผมนี่แหละที่ใช่ ตรงตามลักษณะที่เค้าเอ่ย
แต่พนักงานคนนี้ ผมให้คะแนนการบริการเต็มสิบนะ เพราะเค้าไม่เลือกการแต่งตัว แต่พยายามดูว่า การแต่งตัวลักษณะนี้ แบบนี้ น่าจะมองหาสินค้าแบบไหน (ถ้ามีระบบให้ทิปพนักงานได้ เค้าคงได้ทิปจากผมไปแล้ว จริงๆ) ไม่พูดกดดัน ไม่พูดดูถูก (บางคนจะใช้วิธีพูดดูถูก ประมาณว่า เอ็งไม่มีตังค์ซื้อหรอก ก็มีนะ เพื่อกดดันให้เราซื้อ) ซึ่งสุดท้ายแล้วผมก็ซื้อตามที่พนักงานคนนี้เค้าบอก เพราะผมมองหาของถูกจริงๆ ไม่ได้เน้นยี่ห้อ เพราะเท่าที่ลองมา ณ ปัจจุบัน หลอดแต่ละยี่ห้อ ความทนไม่รู้สึกว่าหนีกันเลย พังเร็วเหมือนกันหมด ไม่เหมือนกับหลอด LED ช่วงที่ออกมาใหม่ๆ บางดวง ใช่มาเกือบ 8 ปี ยังใช้ดีอยู่เลย เป็นหลอดไฟที่เปิดเฉพาะตอนกลางคืน ทำงานตามสวิตช์แสงแดด
ส่วนมากเลย เวลาที่ใส่ชุดคนงานไปซื้อ เวลามีพนักงานพยายามจะแนะนำสินค้า เค้าจะบอกเราเลยว่า ทางนี้ค่ะ สินค้าตัวนี้ลดราคาอยู่ ราคาเท่านั้น เท่านี้เอง เพราะคนงาน หรือช่าง มักจะมองหาสินค้าราคาถูกมากๆ เพื่อจะได้ส่วนแบ่งรายได้ที่มากขึ้น ผมก็เลยได้สินค้าถูกไปด้วยโดยปริยาย แต่จะซื้อหรือไม่ ก็ดูตามความเหมาะสมอีกที เลือกดูเอาตามประสบการณ์ของเรา อะไรถูกแต่ดูแล้วไม่เหมาะกับราคา ก็ผ่านไป เท่านั้นเอง
พอถึงเวลาจ่ายเงิน ผมไปกับแฟน ซึ่งแฟนผมก็แต่งตัวตามปกติทั่วไป ก็เลยดูเหมือนว่า ตัวผมเป็นช่าง ไปเลือกซื้อของกับเจ้าของบ้าน คิดเงินเสร็จ พนักงานก็จะบอกราคารวม แล้วหันไปหาแฟนผม เพื่อถามหาเงินค่าสินค้า แต่ผมเอง กลับเปิดกระเป๋าจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต พนักงานก็งงๆ นิดหน่อย และรับไปด้วยความไม่เคยชิน เพราะปกติเจ้าของบ้านน่าจะจ่ายเงินเนอะ แต่กลายเป็นเจ้าคนที่ใส่เสื้อคนงานนี่แหละ จ่ายเงิน ด้วยบัตรเครดิตแทน ส่วน รปภ. ก็ยืนอยู่ติดกัน ตอนเดินเข้าช่องจ่ายเงิน เค้าสวัสดีแฟนผมคนเดียว แต่พอจ่ายเงินเรียบร้อย เดินออก ยกมือสวัสดีทั้งสองคน จนผมยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ใส่เสื้อคนงาน ไปเดินซื้อของ อุปกรณ์แต่งบ้าน ซ่อมแซมบ้าน นี่มันได้อะไรเยอะจริงๆ ครับ





