พื้นดินรอบบ้านทรุด อย่าใจร้อน รีบปรับปรุง รีบแก้ไข ต้องทำใจยอมรับ และให้เวลากับปัญหาสักนิด ค่อยลงมือแก้ไข ไม่งั้นอาจจะต้องเสียเงินหลายรอบ เพราะปัญหาไม่จบง่ายๆ อย่างในกรณีวันนี้ เป็นภาพของหมู่บ้านที่สร้างใหม่ไม่นาน จากระยะเวลาการสร้าง ถึงวันที่ถ่ายภาพ ก็ประมาณ 2 ถึง 3 ปี ดินรอบๆ บ้านทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่นิ่งด้วย

พื้นที่ดีๆ ในปัจจุบัน ถูกแทนที่ด้วยหมู่บ้านจัดสรรไปหมดแล้ว คงเหลือแต่พื้นที่ๆ ต้องถมดินในปริมาณมากๆ เพราะมีความลึก เช่น พื้นที่เป็นหนอง ซึ่งหมู่บ้านจัดสรรหลายโครงการมาก มีปัญหาเรื่องดินรอบๆ บ้านทรุดตัว เพราะพื้นที่ตั้งหมู่บ้าน เกิดขึ้นจากการถมดินจำนวนมหาศาล และไม่รอเวลาให้ดินยุบตัวจนแน่นและนิ่งเสียก่อน แต่เริ่มดำเนินการ เริ่มสร้างบ้านเลย ปัญหาเลยตามมาหลังจากส่งมอบบ้านให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
พื้นที่ของบ้านหลังนี้ก็เช่นกัน เกิดจากการถมหนองที่มีน้ำขังตลอดปี ของหมู่บ้านจัดสรร พื้นดินด้านล่างที่ถมไป คือดินเลน เมื่อถมแล้วก็สร้างบ้านเลย เพราะเวลาไม่คอยท่า เงินกู้ต้องชำระดอกเบี้ย โอนบ้านให้ลูกค้าได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี ลูกค้าเลยต้องตามแก้ปัญหากันต่อ ซึ่งตัวบ้านไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากการตอกเสาเข็มที่ลึกมาก และทำโครงสร้างไว้ดี ตัวบ้านทั้งหลังที่ตั้งอยู่บนเสาเข็มทั้งหมด จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ไม่ทรุดตัวตามดินถมรอบๆ บ้าน จึงไม่ปวดหัวเท่าไหร่

ปัญหาอยู่ที่พื้นดิน พื้นที่รอบๆ บ้าน เมื่อดินทรุดตัว พื้นคอนกรีดส่วนต่างๆ ที่วางไว้บนพื้นดินโดยตรง ได้รับผลกระทบหมด ในภาพตัวอย่างที่ถ่ายมานี้ คือ ลานซักล้างหลังบ้าน ที่ทรุดตัวเอียงลงอย่างเห็นได้ชัด แต่การยุบตัวลงลักษณะนี้ แม้จะมีรอยแตก ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะลานซักล้าง ถูกออกแบบไว้ให้แยกจากตัวบ้าน สังเกตได้ว่า ปูนแผ่นใหญ่ๆ วางอยู่บนพื้นดิน และเว้นร่องระหว่างตัวบ้าน กับลานซักล้างเอาไว้ (ในภาพจะเห็นแนวปูนแคบๆ (ตามแนวท่อประปา) ที่แตกเป็นช่วงๆ วางตามตามยาว ระหว่างบ้าน กับลานซักล้าง ซึ่งแต่เดิม ช่องนี้เค้าโรยหินเอาไว้) ไม่มีการเชื่อมเหล็ก ระหว่างลานซักล้าง กับตัวบ้าน เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ โดยไม่ดึง หรือทำลายโครงสร้างบ้าน
จากภาพลานซักล้างถ้าเรารีบแก้ไข ปรับปรุงไป โอกาสที่จะต้องทำการแก้ไขซ้ำ มีสูงมาก เพราะดินยังคงทรุดตัวอยู่ ยังไม่นิ่ง (ยังไม่นิ่ง หมายถึงทรุดช้าลง หรือทีละน้อย ไม่เหมือนปีแรกๆ) ถ้าอดทนรอสักนิด ดินทรุดจนนิ่ง จะเสียเงินครั้งเดียว ใช้งานไปนานๆ เพราะบ้านข้างเคียงหลังนี้ ใจร้อน เห็นแล้วอดใจไว้ไม่ได้ สุดท้าย ก็ต้องทุบ ทำใหม่ แล้วก็ทุบ ทำใหม่ วนเวียนไปเรื่อยๆ

ภาพถัดมา เป็นผนังปูนสำเร็จรูป จำพวกสมาร์ทบอร์ด ความหนาประมาณ 20 มิลลิเมตร นำมาปิดรอบๆ บ้าน เพื่อกันดินไม่ให้ไหลลงไปรอบๆ บ้าน แต่ไม่ช่วยอะไร เพราะดินยังทรุดตัวอยู่ และยังไม่รู้ว่า จะไปหยุดนิ่งที่เท่าไหร่ (หยุดนิ่งในที่นี้หมายความว่า เริ่มทรุดน้อยลง ไม่เหมือนปีแรกๆ ของบ้าน เพราะดินด้านล่างแน่นหนาขึ้นแล้ว พื้นดินของกรุงเทพ และปริมณฆล มีการทรุดตัวทุกปี เป็นเรื่องปกติ) เมื่อยังไม่หยุดนิ่ง ความลึกของแผ่นสมาร์ทบอร์ดที่ใช้ จึงไม่ตรงกับความเป็นจริงที่จะแก้ปัญหาได้ และช่างที่มาทำให้ ก็วางแนวความลึกไว้เพียงแค่ระดับพื้นดินที่มองเห็นในตอนที่มาทำ ไม่ขุดดินรอบๆ บ้านให้ลึกลงไปอีก (เพราะความขี้เกียจ และหลอกเจ้าของบ้านที่ไม่เข้าใจงาน ทำแบบนี้ง่าย และได้เงินไว) ก่อนจะฝังแนวแผ่นสมาร์ทบอร์ด แบบนี้จึงกันอะไรไม่ได้เลย กันดินก็ไม่ได้ กันสัตว์ต่างๆ มุดเข้าไปใต้บ้านก็ไม่ได้อีก ต้องรื้อของเดิมออก แล้วทำใหม่ เสียเงิน และเสียเวลาอีกรอบแน่ๆ ถ้าทำแบบเดิม
ถ้าเป็นหมู่บ้านสร้างใหม่ แล้วมีปัญหาเรื่องดินรอบๆ บ้านทรุดแบบนี้ จะเกิดเป็นช่องว่าง ระหว่างคานตัวบ้าน กับพื้นดิน หรือที่เรียกว่าเป็นโพรง เป็นพื้นที่ให้สัตว์ต่างๆ ที่เราไม่พึงประสงค์ มุดเข้าไปอยู่ใต้พื้นบ้านได้ ทางแก้ที่ขอแนะนำคือ หากระถางต้นไม้ แบบยาวๆ หรือวัสดุใดๆ อื่นๆ ก็ได้ เช่น อิฐบล็อค อิฐมวลเบา ไปวางขวางปิดช่องว่างเอาไว้ก่อน สัตว์ต่างๆ จะได้มุดเข้าไปใต้พื้นบ้านเราไม่ได้ ที่อับๆ ชื้นๆ สัตว์ร้ายชอบนัก แต่เราจะไม่ทำการยึดติดกับผนังบ้าน ปล่อยให้ยุบตัวไปตามดิน จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างหลายรอบ
เมื่อดินทรุดตัวจนรู้สึกว่านิ่ง (ทรุดตัวต่อไปอย่างช้าๆ ไม่มากเท่ากับปีแรกๆ) เราค่อยเริ่มการปรับปรุงพื้นที่บริเวณรอบๆ บ้านที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ อาจจะถมดินเพิ่มถ้าต้องการ แต่ค่าใช้จ่ายจะไม่ถูกแน่นอน เพราะรถใหญ่เข้าไม่ได้ ต้องใช้รถเล็กแบบรถกระบะมาส่งดิน และใช้แรงงานคน ขนดินมาถมรอบๆ ตัวบ้าน ถ้าเป็นดินภาคกลาง เป็นดินเหนียวยิ่งยากไปใหญ่ เพราะการปรับดินให้เรียบเสมอไม่ง่ายแน่นอน ส่วนมากจึงใช้ทรายในการถม เพราะปรับพื้นที่ง่ายกว่ากันมาก แต่การปลูกพืชอะไรในภายหลัง คงต้องเจาะเป็นช่องเป็นรู ปลูกเอา

การทรุดตัวของพื้นดินรอบๆ บ้าน สร้างความเสียหายให้กับระบบน้ำประปาภายในบ้านด้วย เพราะดินที่ทรุดตัวลงไป ก็ดึงเอาท่อที่ฝังดิน ให้ต่ำลงไปด้วย ข้อต่อประปา ในส่วนต่างๆ รับแรงดึงเหล่านั้นไม่ไหวก็แตกเสียหาย ทางแก้จึงใช้ท่อ HDPE ซึ่งมีความเหนียว และยืดหยุ่นมากกว่า มาต่อระหว่าง ท่อใต้ดิน กับท่อที่ฝังกำแพง ซึ่งเคยเขียนเป็นบทความเอาไว้แล้ว ท่อ HDPE ท่อประปา ภายในบ้าน ฝังดินไม่ต้องกลัวแตก
ส่วนปัญหาเรื่องโพรงใต้บ้านนั้น ถ้าเราถมดิน ต้องปรับดินรอบๆ บ้านให้ดี โดยปรับให้ดินลาดเอียงไปทางกำแพงบ้านเล็กน้อย เพื่อให้น้ำฝนไหลลงไปที่ท่อระบายน้ำ ที่ออกแบบไว้ (ปกติโครงการ จะออกแบบให้ท่อระบายน้ำอยู่รอบบ้าน โดยอยู่ชิดกำแพงระหว่างบ้านแต่ละหลัง) แทนที่จะให้น้ำไหลเข้าสู่ตัวบ้าน ก็จะไม่เกิดโพรงง่ายๆ เพราะดินรอบๆ บ้านจะไม่ไหลไปเติมใต้พื้นบ้านอีก (ถ้าดินที่ถมรอบๆ บ้านมีเนื้อดิน เป็นดิน ไม่ใช่ทรายทั้งหมด เพราะถ้าเป็นทราย มันจะไหลไปตามน้ำยังไงก็ไม่เกาะกัน เวลากั้นน้ำท่วมเค้าถึงต้องเอาทรายเทใส่กระสอบ)
อีกวิธีนึงคือใช้แผ่นสมาร์ทบอร์ด อย่างในภาพด้านบน ปิดกั้น โดยขุดดินรอบๆ บ้านออก ให้ลึกลงไปมากๆ หน่อย ถ้าลึกถึงระดับพื้นใต้บ้านเลยก็ดี จากนั้นก็ติดแผ่นสมาร์ทบอร์ดรอบบ้านเลยแล้วกลบดินกลับลงไป ก็จะกันดินไหลลงไปเติมใต้พื้นบ้านได้ดี ในระยะยาวๆ แต่ค่าแรง ค่าของ ไม่ถูกแน่นอน





