ท่อประปา ชั้นคุณภาพ ฟังดูเหมือนต้องสังเกตดูยี่ห้อ ดูตำหนิ เหมือนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่เปล่าเลย ชั้นคุณภาพของท่อประปา คือตัวเลข แสดงถึงแรงดันสูงสุดที่ท่อนั้นๆ รับได้ไหว ถ้าเป็นท่อเกษตรสีเทาๆ ส่วนมากไม่มีระบุชั้นคุณภาพ แต่ท่อสีฟ้าๆ ที่ใช้กันทั่วไปตามบ้าน จะระบุเอาไว้บนท่อทุกเส้น มีระดับคุณภาพ 5, 8.5 และ 13.5 ซึ่งท่อแต่ละชั้นคุณภาพ จะมีความหนาที่แตกต่างกันไป ชั้นคุณภาพสูง ที่ตัวเลขเยอะๆ คือ 13.5 จะหนาที่สุด และแพงที่สุด ซึ่งถ้าเรานำมาใช้งานภายในบ้าน ที่ซ่อนท่อเอาไว้ภายในผนัง กำแพงบ้าน ใต้พื้นบ้าน ควรจะเลือกท่อหนา ชั้นคุณภาพสูงๆ เอาไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า

ท่อประปา ท่อสีฟ้าๆ ที่วางขายกันอยู่ทั่วๆ ไป ร้านค้าในหมู่บ้าน หรือระแวกหมู่บ้าน บางทีจะขายของเน้นราคาถูก หาซื้อง่าย คนซื้อก็อยู่ระแวกร้านค้านั่นแหละ ตอนเปิดร้านเค้าก็กะว่าได้เงินจากผู้ที่ขี้เกียจออกไปหาซื้อจากห้างติดแอร์ (ถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องเข้าเมือง) เพราะงานซ่อมเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้าน ซื้อของแค่ไม่กี่ชิ้น ร้านแถวบ้านก็ตอบสนองได้ แต่คุณภาพของสินค้า ต้องพิจารณาให้ดีๆ ถ้าดูลักษณะของสินค้าต่ำกว่าที่เราคาดหวัง อย่าไปซื้อเลย เพราะเอามาใช้งานได้ไม่นาน ก็ต้องไปหาซื้อใหม่ ปัญหาแน่ๆ นี่พูดถึงสินค้าทั่วๆ ไป ที่หาซื้อได้ง่ายๆ นะครับ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นท่อประปาอย่างเดียว อย่างท่อน้ำทิ้งก็ใช่ เคยเดินไปหาซื้อ เพื่อจะนำมาใช้งานแก้ขัด ยังทำใจให้ซื้อไม่ได้เลย

ภาพของท่อประปา ที่นำมาให้ดูในบทความนี้ เป็นท่อ PVC ที่ซื้อมาใช้กับปั๊มน้ำ ท่อตรงช่วงบน ยังมีแถบสีฟ้าๆ บอกยี่ห้อ และชั้นคุณภาพให้เห็นอยู่ เป็นคลาส 8.5 คือ ทนแรงดันน้ำได้สูงสุด 8.5 บาร์ แต่ปั๊มน้ำตัวนี้ ติดตั้งสวิทช์แรงดันเอาไว้ที่ 1.5 – 2.0 บาร์ ยังห่างไกลจาก 8.5 มากมายนัก ส่วนท่อตรงที่ต่อกับข้อต่อตรง สวมเข้ากับปั๊มน้ำ เป็นช่วงท่อสั้นๆ มีแถบสีฟ้าๆ อยู่ แต่ระยะข้อท่อที่สั้น ตัดท่อไม่เจอกับตัวเลขกำกับชั้นคุณภาพของท่อด้วย จึงไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่สังเกตเห็นไหมครับว่า ท่อบวมเป่ง ผิดปกติไปจากเดิมแน่นอน ท่อจะไรจะพองได้แบบนี้

อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนแล้วว่า ปั๊มน้ำที่บ้านสวนตัวนี้ ใช้สวิทช์แรงดันที่ 1.5 – 2.0 บาร์ ประมาณนี้ ดังนั้น ยังไงแรงดันก็ไม่มีทางถึงแรงดันสูงสุดที่ท่อรับได้แน่นอน แต่บังเอิญว่าทิ้งบ้านไปหลายวัน โดยไม่ได้ปิดปั๊มน้ำ เพราะใช้ระบบรดน้ำกระถางรอบๆ บ้าน ด้วย Timer ตั้งเวลารดน้ำด้วย สปริงเกอร์เอาไว้ด้วย ปรากฏว่า สวิทช์แรงดันปั๊มน้ำก่อเรื่องให้ปวดหัวเล่นๆ มันทำงานไม่ยอมหยุดครับ!!!! แรงดันน้ำในท่อจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่เท่าไหร่นั้น ผมไม่รู้ เพราะไม่เคยทดสอบ แต่ที่แน่ๆ เกิน 2 บาร์ และไม่ถึง 8.5 บาร์ด้วย ปั๊มเล็กๆ แบบนี้ ไม่น่าจะทำแรงดันได้สูงขนาดนั้น ยังดีที่กลับไปแล้วเห็นว่าปั๊มทำงานตลอดเวลา ก็เลยปิดปั๊มและซ่อมบำรุง ปรับปรุงแก้ไขกันไปได้เรียบร้อย

อะไรทำให้ท่อบวมเป่งได้แบบนี้? สังเกตดีๆ จะเห็นว่า ท่อที่บวมเป่งนี้ อยู่ใกล้กับตัวมอเตอร์ และเป็นท่อคลาส 8.5 ซึ่งไม่หนามาก ส่วนข้อต่อท่อประปา ถ้าเราไปหาซื้อคงมีคนเคยสังเกตอยู่บ้างว่าข้อต่อเหล่านั้น จะพิมพ์คลาส ชั้นคุณภาพเอาไว้ที่ 13.5 ซึ่งมีความหนามากกว่า 8.5 แน่นอน ทีนี้สาเหตุที่ทำให้ท่อบวมเป่งแบบนี้ ก็เพราะน้ำที่ค้างท่ออยู่ ลองนึกภาพตามนะครับว่า ปั๊มน้ำ ทำงานตลอดเวลา แต่ดันน้ำเข้าไปในท่อไม่ได้แล้ว ใบพัดจะหมุนโดยที่น้ำทั้งหมดยังอยู่ที่เดิมไปไหนไม่ได้ เมื่อปั๊มน้ำทำงานตลอดเวลาก็ต้องเกิดความร้อนสะสมเป็นธรรมดา ตรงส่วนของตัวปั๊มน้ำ จะมีพัดลมจากตูดมอเตอร์ช่วยระบายความร้อนอยู่ แต่บริเวณใบพัด มันก็ต้องถ่ายเทความร้อนไปสู่น้ำ น้ำในท่อตรงส่วนที่ใกล้ปั๊มน้ำก็จะร้อนขึ้นๆ ในระดับนึง ข้อต่อที่มีอยู่เป็นชั้น 13.5 มีความหนา เจอความร้อนจากน้ำ ก็ไม่ถึงกับทำให้เนื้อท่อ PVC อ่อนตัวได้ แต่ท่อที่บางกว่า เนื้อท่อ PVC เกิดความอ่อนตัวเพราะความร้อนจากน้ำ และแรงดันน้ำที่มากกว่าปกติ ทำให้ท่อบวมเป่งได้แบบนี้ครับ
จากเหตุการณ์นี้ เห็นไหมครับว่า ท่อชั้นคุณภาพที่หนากว่า มีประโยชน์ยังไงบ้าง นี่ยังไม่รวมถึงท่อฝังดิน แล้วไม่รู้ตำแหน่ง พอจะปลูกต้นไม้ ดันเลือกตำแหน่งใกล้ๆ บ้าน ยกจอบขึ้นฟันลงไปเต็มแรง ไม่รู้ว่าท่อน้ำประปารออยู่ใต้ดิน บังเอิญว่า ท่อที่ใช้เป็นท่อหนาชั้นคุณภาพ 13.5 ทำให้ผิวถากเป็นรอย แต่ไม่ถึงกับแตกทะลุ ก็เคยพบมาแล้ว วิธีซ่อมแซมก็เลยง่ายหน่อยแค่ตัดท่อมาครอบทากาว ก็เรียบร้อยไป แต่ก็ไม่ใช่ว่า การเลือกใช้ท่อที่หนา 13.5 แล้ว จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำรั่วใต้พื้นผิวบ้านนะครับ นั่นมันคนละเรื่องกัน ที่พบเห็นหลายครั้ง ก็เป็นปัญหาที่ข้อต่อ ที่ช่่างทากาวเอาไว้น้อย แรงดันน้ำในบ้านเราตั้งเอาไว้สูง พอใช้งานไปนานๆ กาวที่ข้อต่อรับแรงดันไม่ไหวค่อยๆ เคลื่อนตัวหลุดออก จนน้ำรั่วใต้พื้นบ้านเรื่องปกติถ้าช่างทากาวเอาไว้ไม่ดีตั้งแต่ต้น
บทความวันนี้ขอจบดื้อๆ แบบนี้ แค่ต้องการเตือนกันเอาไว้ เวลาเลือกซื้อที่มาใช้งานภายในบ้าน โดยเฉพาะถ้าต้องฝังดิน ฝั่งผนัง ถ้าเลือกซื้อคลาสสูงๆ ชั้นคุณภาพสูงๆ 13.5 เอาไว้ได้ เป็นเรื่องที่ดีครับ อย่าคิดว่าแค่ 8.5 ก็พอ จริงๆ มันก็ใช่หรอก แต่เผื่อเอาไว้ก็ไม่เสียหาย ปัญหาที่เราไม่คาดคิด คิดไม่ถึง มันอาจจะรออยู่ข้างหน้าก็ได้ เหมือนในบทความนี้ ใครจะไปคิดว่า มันจะเกิดขึ้นได้ล่ะครับ





