พื้นกระเบื้องลายไม้ อีกหนึ่งตัวเลือกของคนรักไม้ (พื้นไม้) เพราะพื้นไม้จริง มีข้อจำกัด ทั้งเรื่องของราคา และการดูแลรักษา ในขณะที่พื้นกระเบื้องลายไม้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคุณสมบัตของพื้นผิว และวัสดุที่ทดแทนกันไม่ได้

วัสดุที่เรานำมาปูพื้น แต่ละชนิด มีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป จำเป็นที่จะต้องพิจารณา และดูสภาพความเป็นจริงในการใช้งานของเราด้วย ซึ่งเคยเขียนบทความ ถึงพื้นไม้ลามิเนต มาบ้างแล้ว แม้ว่า พื้นไม้ลามิเนต จะมีข้อเสียที่ไม่ถูกกับน้ำ แต่ก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น พื้นสัมผัส และความต้านทานต่อความเย็น
ถ้าเรานั่งเล่น หรือนอนเล่นบนพื้นที่ปูด้วยกระเบื้อง จะรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมา ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือ ความร้อนของตัวเรา ที่ถูกแผ่นกระเบื้องปูพื้น ดูดออกไปนั่นเอง แต่ถ้านั่งเล่นบนพื้นไม้ปาร์เก้ หรือพื้นไม้ลามิเนต จะมีความรู้สึกถึงความเย็นน้อยกว่า เพราะเนื้อไม้ จะเป็นฉนวน ป้องกันความร้อน และความเย็นได้ดี หลายคนน่าจะยังจำได้ถึง “กาแฟถุงกระดาษ” แค่ถุงกระดาษใบเดียว ยังรักษาน้ำแข็ง ให้ละลายได้ช้าขนาดนั้น พื้นไม้ลามิเนต ยังมีความหนามากกว่า ยิ่งพื้นไม้ปารเก้ด้วยแล้ว ยิ่งสบายๆ
เราจึงรู้สึกสบาย เมื่อนั่งเล่น หรือนอนเล่นบนพื้นไม้ โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้สูงวัย ที่ร่างกายต้องผลิต ต้องสร้างความร้อนขึ้นมาเพื่อชดเชยกับความร้อนที่สูญเสียไป จากการเดิน นั่ง นอน บนพื้นปูนได้น้อยกว่าวัยอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่า พื้นกระเบื้องลายไม้ จะไม่มีข้อดี ซึ่งข้อดีของพื้นกระเบื้องลายไม้ ก็มีมากเหมือนกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่า ต้องพิจารณาเรื่องการใช้งานของเราเป็นอันดับแรกๆ แล้วค่อยมาพิจารณาเลือกวัสดุที่เหมาะสมอีกที

พื้นกระเบื้องลายไม้ มีคุณสมบัติที่พื้นไม้ใดๆ ให้ไม่ได้ อันดับแรกเลยคือเรื่องของน้ำ พื้นกระเบื้องลายไม้ ทนต่อน้ำ แม้จะทำน้ำหก หรือเกิดน้ำนอง แม้กระทั่งน้ำท่วมบ้านจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม พื้นกระเบื้องลายไม้ ก็ไม่มีการบวมน้ำ ไม่มีปัญหาเรื่องการหลุดร่อนอะไรเลย ถัดมา อันดับสอง การทนต่อรอยขูดขีดได้มากกว่า แม้ว่า พื้นผิวไม้ลามิเนต หรือไม้ปาร์เก้ จะเคลือบผิวมาดีขนาดไหน ก็แพ้พื้นกระเบื้องแน่นอน อันดับสาม คุณสมบัติในเรื่องของความเย็น พื้นกระเบื้องลายไม้ จะมีความต้านทานจากความเย็นน้อยกว่าพื้นไม้ ความเย็นจากพื้นปูนที่อยู่ด้านล่าง จึงขึ้นมาด้านบนได้มาก หรือดูดความร้อนจากร่างกายเราไปได้มาก ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเด็กๆ และผู้สูงวัย อย่างที่ได้บอกไปแล้ว
พื้นกระเบื้องลายไม้ จึงเหมาะสม กับพื้นที่การใช้งาน ที่ไม่ต้องการความระมัดระวังในการใช้งานมาก เช่น พื้นที่ร้านค้า ที่ลูกค้าสวมรองเท้า เดินเข้าเดินออกเป็นประจำ เกิดการขัดถูจากรองเท้าที่ติดฝุ่น ติดทราย เข้ามาภายในร้าน อีกทั้งยังเช็ดถูทำความสะอาดได้บ่อยๆ อย่างที่เราต้องการ โดยไม่มีผลกระทบจากความเปียก ความชื้น ในการเช็ดถู
พื้นกระเบื้องลายไม้ เหมาะกับพื้นที่ทำออฟฟิศ เพราะพื้นที่เฉพาะเจาะจงนี้ จะมีการลาก หรือเลื่อนเก้าอี้บ่อยๆ เป็นประจำ มีการเดินไปเดินมาบ่อยๆ ถ้าเป็นเก้าอี้หมุน เก้าอี้ล้อเลื่อน ที่เลื่อนตัว หมุนตัวอยู่บ่อยๆ ก็จะไม่มีผลกระทบกับพื้นผิวใดๆ ทำให้เราไม่ต้องกังวล ไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแล และการบำรุงรักษาใดๆ เป็นประโยชน์ในการทำงานมากกว่าพื้นไม้ลาเนต หรือพื้นไม้จริง
ปัจจุบัน พื้นกระเบื้องลายไม้ มีลวดลาย ที่สมจริงมากขึ้น มีสีให้เลือกมากมาย มีราคาที่ถูกลง เราสามารถเลือกตามความเหมาะสมกับสีของห้องเราได้ด้วย อย่างที่บอกไปแล้วว่า พื้นผิวแต่ละชนิด มีความเหมาะสมต่อการใช้งานที่แตกต่างกันไป ไม่มีอะไรที่เหมาะกับทุกๆ งาน ซึ่งเราต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานของเอาเอง





