ล้างแอร์เอง ด้วยเครื่องมือในบ้าน (น้อยๆ แต่ได้มาก)

เข้าสู่หน้าหนาวที่ไม่หนาว ฤดูที่ยังไงก็ต้องพึ่งพาแอร์ต่อไป แอร์ขายดี (เครื่องทำน้ำอุ่นขายไม่ออกมานานกี่ปีแล้วนะ) แต่การใช้แอร์ ต้องเกี่ยวข้องกับการล้างทำความสะอาดด้วย ไม่ล้างก็ไม่เย็น ไม่ล้างก็เปลืองไฟ ซึ่งก่อนจะเริ่มต้นบทความนี้ ต้องขอบอกก่อนว่า การล้างแอร์เองไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน ถ้าเรายังไม่ชำนาญ หรือยังมีเครื่องมือที่ไม่พร้อม อย่างในบทความนี้ เป็นการใช้เครื่องมือแบบง่ายๆ ปั๊มน้ำแรงดันสูงก็ไม่มี ใช้เพียงแค่กระบอกฉีดกล้วยไม้ ฉีดดอกไม้ของคุณภรรยา มาใช้ชั่วคราว แต่หลายคนมองภาพแล้วคิดในใจว่า อย่าเหนื่อยแรงเลย ไม่สะอาดหรอก จ้างเค้ามาล้างให้ดีกว่า สบายกว่าเยอะ

ล้างแอร์เอง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป ล้างบ่อยๆ ก็สะอาดได้ ไม่แพ้ช่างแอร์ตัวจริง

หากใครคิดแบบนั้นก็ข้ามบทความนี้ไปได้เลยนะครับ เพราะแนวคิดเบื้องต้นของการล้างแอร์เองนั้น มาจากต้องการความเป็นส่วนตัว การให้บุคคลภายนอก เข้าออกห้องนอนเป็นว่าเล่น น่าจะไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยนัก
โดยเฉพาะในยุคนี้ เราไม่รู้หรอกว่า สายตาเค้ากวาดสายตามองหาอะไรบ้างเมื่อเข้ามาในห้องนอนของเรา ความจริง บ้านเล็กๆ ของผม ห้องนอนเล็กๆ ก็ไม่ได้มีของมีค่าอะไรที่น่าจะขายได้เงินได้ทอง หรือมีอะไรเป็นที่สะดุดตานักหรอก เพียงแต่ล้างแอร์เอง สำหรับผมแล้ว มันสบายใจกว่าเยอะ ช่างแอร์ตัวจริง จะได้ไม่เกิดความรู้สึกไม่สบายตา เวลาเห็นห้องรกๆ ของผม (555 เป็นงั้นไป)

ในบทความวันนี้ เน้นความง่าย ก็เลยใช้เครื่องไม้เครื่องมือแบบฉกคุณแม่บ้านมาใช้งาน แต่รอบหน้า บทความต่อไปจะมาเขียนถึงการล้างแอร์แบบลงทุนเพิ่มนิดหน่อย เพื่อความดูดี เหมือนช่างตัวจริงกันบ้าง แต่การล้างแอร์แบบบทความวันนี้ก็ไม่ใช่ไม่สะอาดนะครับ ถ้าเราล้างบ่อยๆ ยังไงก็สะอาดกว่า ปีนึงเรียกช่างแอร์มาล้างทีนึงล่ะน่า สะอาดกว่ากันเยอะแน่นอน

สิ่งที่หยิบฉวย มาใช้ล้างแอร์วันนี้ กระป๋องน้ำ และถุงดำ

บางคนก็มัวแต่รอช่างแอร์ ช่างแอร์สมัยนี้ก็งานเยอะเสียจริงๆ อยากจะล้างแอร์ต้องรอนัดวัน ครั้งจะเปลี่ยนเป็นเจ้าอื่นที่ไม่เคยใช้บริการ ก็ชั่งใจอยู่ กลัวจะงานไม่ดี หรือไว้ใจไม่ได้ กลัวโดนโขกราคากับค่าบริการอื่นๆ ที่แฝงมา กลัวสายตาที่ชอบสอดส่อง พอต้องรอช่างแอร์ที่คุ้นเคย ว่าจ้างกันอยู่เป็นประจำมีคิวว่าง เราก็ไม่ว่าง ผลัดวันกันไปเรื่อยๆ จนฝุ่นจับหนา หายใจเหมือนจะได้รับอากาศสะอาดบริสุทธิ์ แต่ที่ไหนได้ เป็นลมที่วิ่งผ่านฝุ่น ผ่านเชื้อรา ก่อนเป็นอากาศเย็นๆ ให้เราสูดหายใจแบบสบายอก สบายใจแล้วคิดกันไปว่า นี่แหละอากาศบริสุทธิ์ ปลอดภัยกว่า PM 2.5 นอกบ้านนั่นเป็นไหนๆ (PM 2.5 ที่นี้ อ่านว่า บ่ายสองโมงห้าสิบนะ 555)

จริงอยู่ เครื่องไม้เครื่องมืออาจจะดูไม่โปร ดูไม่ดี ไม่น่าจะสะอาดได้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ เราทำเอง เราจะใส่ใจในจุดต่างๆ ด้วยความตั้งใจกว่าช่างแอร์แน่นอน ลองฝึกล้างเองบ้าง ไม่ต้องรอช่างแอร์ ไม่แน่ ไม่โปร แต่ล้างบ่อยๆ ความเคยชิน ความชำนาญก็เกิดขึ้นมาเอง เอาล่ะ เดี๋ยวมาดูกันดีกว่าว่าล้างแบบเรา กับล้างแบบช่างแอร์ ต่างกันยังไงบ้าง

ถุงดำมีความกว้างเพียงแค่ช่องพัดลม ไม่เป็นไร พอไหวๆ
ที่ก้นถุง เราตัดปลายแหลมๆ ด้านนึงทิ้ง เพื่อระบายน้ำออกจากถุง

การล้างแอร์ สิ่งแรกที่เราต้องเจอแน่นอนก็คือ มันถอดยังไงกัน(ฟระ) แต่ถ้าตอนช่างแอร์มาติดตั้งแอร์ให้กับเรา แล้วเราสังเกตดูในขณะที่ช่างติดตั้ง เราก็จะรู้ว่า แอร์เครื่องนั้นๆ ของเรา มันถอดยังไง เพราะช่างจะติดตั้งแอร์ไม่ได้หรอก ถ้าไม่ถอดหน้ากากแอร์ออกมาก่อน ดังนั้น เวลาที่ช่างเค้ามาติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ให้กับเรา ก็แอบมอง แอบจำสักนิด เราก็จะพอมองแนวทางออกว่าจะรื้ออย่างไร ถอดอย่างไร และวางมันอย่างไรนะครับ

การถอดแอร์รุ่นใหม่ๆ จะง่ายขึ้น เพราะแอร์เริ่มเป็นสิ่งสามัญประจำบ้านกันไปแล้ว เมื่อเป็นสิ่งสามัญที่บ้านต้องมีสักเครื่อง สิ่งที่จะตามมาก็คือ ต้องการความง่าย เพราะคนส่วนนึงอยากจะทำเอง ไม่อยากจะเรียกช่างภายนอก ผู้ผลิตก็รับรู้ตรงนี้ และพยายามให้ถอดง่ายขึ้น เพื่อที่เจ้าของแอร์จะได้ล้างเองได้ง่ายๆ (ความจริง ช่างแอร์ก็ถอดง่ายขึ้นด้วยแหละ)

ตัดให้กว้างสักหน่อย น้ำจะได้ไหลออกจากถุงได้ง่าย
คลี่ออกมาก็ดูแหว่งๆ หน่อย แต่ไม่มีปัญหา

ก่อนที่จะเริ่ม ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าลืมปิดเบรคเกอร์แอร์ ต้องแน่ใจว่าเอาลงก่อนนะครับ การปิดแอร์ที่ตัวรีโมทคอนโทรล ไม่ได้หมายความว่าไม่มีไฟวิ่งเข้ามาที่ตัวแอร์ แต่การสับเบรคเกอร์แอร์ลง นั่นแหละเราจึงจะปลอดภัย ขั้นตอนนี้ต้องทำก่อนเลย ห้ามลืมเด็ดขาด

ด่านแรกเลย เราจะเอาตะแกรงกรองฝุ่นออกมาก่อน แต่ช่างแอร์บางคน จะไม่แกะออกมา เพราะยังไงก็ต้องถอดฝาด้านนอกออกทั้งหมดอยู่แล้ว ค่อยหิ้วไปล้างทีเดียวเลย แต่เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจายอีก แกะออกก่อนแล้วกัน ในภาพนี้ยังไม่มีฝุ่นจับมากเท่าไหร่ เพราะชิ้นส่วนนี้จะต้องล้างบ่อยอยู่แล้ว

เปิดฝาขึ้น ด่านแรก เอาตะแกรงกรองฝุ่น ออกมาก่อน
ฝุ่นเกาะพอสมควร ล้างน่ะดีแล้ว จะได้มีอากาศสดชื่นๆ ไม่ใช่ลมวิ่งผ่านเชื้อรา

การถอดหน้ากากชั้นนอกออก ความยากมันอยู่ตรงนี้แหละ แอร์บางยี่ห้อ นี่ซ่อนร่องรอยหัวสกรูเอาไว้แนบเนียน ทั้งนี้ก็เพราะลูกค้าทุกๆ ท่าน ต้องการความสวยงามนั่นแหละ ผู้ผลิตต้องตอบสนอง จะใช้โชว์หัวสกรูเต็มไปหมดแล้วบอกว่า ย้อนยุค ก็คงไม่มีลูกค้าคนไหนเอาด้วยแน่ ทำให้บางครั้ง เราทำงานยาก แต่ปกติ สกรูก็จะอยู่ด้านหน้า ซึ่งกลางลำตัวยังมีแผงคอยล์เย็นอีก สกรูจะอยู่ถัดลงมาเหนือช่องลมออก และใต้ช่องลมออก ถ้ามีร่องรอยใดๆ ที่เหมือนจะปกปิดรูสกรูเอาไว้ ก็ลองงัดๆ ดึงๆ ดูก็แล้วกัน แต่อย่าออกแรงมาก ถ้าลองแล้วยังไงก็ถอดไม่ได้ คงต้องทำใจเรียกช่างแอร์มาล้างให้ แล้วอย่าลืมใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ แอบชำเลือง มองดูการทำงานของเค้าด้วย ถอดยังไง เดี๋ยวก็เข้าใจเอง ถ้างงๆ สงสัย ก็ถามเลยนะ เสียเงินแล้ว เอาให้คุ้ม

มองหาสกรูก่อน ถ้าอยู่ด้านหน้า ส่วนใหญ่จะใช่ ถอดออกก่อนเลย แต่จำตำแหน่งไว้ด้วยนะ
มีช่องเล็กๆ แต่มองดูแล้ว ข้างใต้น่าจะมีสกรู งั้นแงะออกมาก่อน

สำหรับแอร์เครื่องนี้ของผม Haier ครับ ไม่คิดอะไรมาก เน้นราคาอย่างเดียว เสียก็ซ่อม พังก็ซื้อใหม่ ใช้ไม่กี่ปี แอร์รุ่นใหม่ ประหยัดไฟกว่าเก่าออกมา ก็ซื้อใหม่ไป อย่าคิดว่าซื้อแอร์มาแล้วจะใช้ตัวเดียวตลอดชีวิต เพราะสมัยนี้ แอร์ต้องประหยัดไฟ และฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ค้ำคอแต่ละยี่ห้ออยู่ ไม่ทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เบอร์ 5 ลูกค้าไม่ซื้ออีก ยิ่งตอนนี้เป็นเบอร์ 5 ติดดาว ยิ่งดีใหญ่ ซื้อแอร์ใหม่ ประหยัดไฟกว่าเก่า ใช้ไม่กี่เดือน ก็คุ้มค่าแอร์ที่ซื้อใหม่แล้ว เพราะส่วนต่างค่าไฟมันมากพอ ที่จะให้เราเปลี่ยนใหม่ จริงๆ ก็ไม่ค่อยดี เหมือนเป็นการเพิ่มขยะให้โลก แต่ทำไงได้ แอร์มัน upgrade เปลี่ยนเฉพาะส่วนแล้วประหยัดไฟไม่ได้ ไม่เหมือนคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนเป็นส่วนๆ ก็ยังใช้งานต่อได้อีกนาน แบบนี้ต้องทำใจ

ช่องเล็กๆ ประมาณไขควงทดสอบไฟ ค่อยๆ งัดออกมา เค้าปิดช่องไว้ เพื่อความสวยงาม
สกรูอยู่ด้านใน ใช้ไขควงไขออกมา ยังมีอีกหลายจุด ที่ซ่อนสกรูแบบนี้
ตรงนี้เป็นช่องรับสัญญาณรีโมท แกะออกก่อน แต่ไม่ต้องถอดสาย

ช่องรับสัญญาณรีโมทคอนโทรล ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ จะมีสกรูไขออก เราก็ไขสกรูออกก่อน พอยกหน้ากากด้านหน้าเพื่อจะถอดออก ค่อยหลบเจ้าช่องรับสัญญาณนี้ จะได้ไม่ต้องไปถอดสายให้งงๆ ตอนใส่อีก

ถอดสกรูออกหมดแล้วก็ดึงด้านล่างขึ้น อาจจะติดๆ ขัดๆ ตรงช่องลมออกนิดหน่อย ค่อยๆ ดึงดูให้ดี
นี่ไง ติดช่องลมออก บานพับชุดนี้ขวางเอาไว้ ใช้มือจับปรับตำแหน่งให้ดี ก็เอาออกได้
ด้านบนไม่มีสกรู แต่จะเป็นล็อคพลาสติก บังคับเอาไว้อยู่ ยกหน้ากากขึ้นนิดนึง แล้วดึงออกตรงๆ

ปกติ ด้านบนของตัวแอร์ จะไม่มีสกรู แต่จะเป็นเขี้ยวพลาสติก ใช้ล็อคฝาครอบเครื่องด้านหน้า เข้ากับตัวเครื่อง เพราะความเรียบ ไม่มีมุมที่จะให้ใช้สกรูได้ อีกสาเหตุก็คือ ตัวแอร์มักจะถูกวางตำแหน่งใกล้กับเพดานมาก ถ้ามีตำแหน่งสกรูอยู่ด้านบน ช่างก็ทำงานไม่สะดวก การออกแบบเค้าคำนึงถึงตรงนี้อยู่แล้ว ดังนั้น สกรูยึดฝาครอบด้านหน้า จึงต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งจะอยู่แถบๆ ช่องเปิดปิดลมแอร์นั่นแหละ มีกี่ตัว สำรวจให้ดี

แม้จะมีแผ่นกรองอากาศ แต่ฝุ่นเล็ดลอดเข้ามาด้านข้างๆ ได้บางส่วน เห็นฝุ่นเกาะชัดเจน
ต่อมา ถอดรางน้ำทิ้งของแอร์ออกมาก่อน จะได้ล้างใบพัดลมได้
มีร่องเสียบเล็กๆ รางน้ำจะเสียบเข้าไปในร่องเล็กๆ นี้ เพื่อช่วยรับน้ำหนักของรางน้ำทิ้ง
รางน้ำ ทำหน้าที่รองรับน้ำทิ้ง ที่หยดลงมาจากคอยล์เย็น
รูน้ำทิ้ง ต่อกับท่อน้ำทิ้ง ออกไปภายนอกห้อง ยังมีสภาพดีอยู่ ไม่มีน้ำเหลือตกค้าง ไม่มีตะไคร่น้า

รางระบายน้ำทิ้ง ไม่มีเศษผง หรือเศษตะไคร่น้ำ ใดๆ นั่นหมายความว่า แอร์เครื่องนี้ วางระดับไว้ดีพอ ทำให้น้ำระบายออกจากรางน้ำได้หมด ไม่มีเหลือตกค้างจนเกิดตะไคร่น้ำ จากเศษฝุ่นละอองต่างๆ

มีเศษสนิมตกค้างบ้างนิดหน่อย เพราะโครงเป็นเหล็ก เจอน้ำกับความชื้นมากๆ เป็นสนิมได้
เอียงห้อยเอาไว้แบบนี้ ไม่ต้องถอดออกก็ได้ ถ้าไม่หลุดร่วงลงมา
ตัวโครงที่ยึดท่อน้ำยาแอร์ เป็นเหล็ก โดนน้ำก็ผุพังได้ตามเวลา
สภาพฝุ่นที่จับใบพัดลม แค่มีฝุ่นเกาะปลายใบเยอะๆ แรงลมก็ไม่เหลือแล้ว เพราะช่องระหว่างใบมันแคบมาก
ถุงดำใบเล็กไปหน่อย ครอบแอร์ทั้งเครื่องไม่ได้ ใช้เทปใส แปะถุง แล้วแปะไปที่โครงแอร์อีกที

ถุงดำที่นำมาใช้ เป็นขนาดปกติที่ใส่ขยะภายในบ้าน แต่ใบเล็กไปหน่อย ครอบแอร์ทั้งเครื่องเลยไม่ได้ แต่ก็กว้างมากพอที่จะใช้งานได้ เพราะครอบคลุมพื้นที่ ช่องแอร์ ช่องที่ต้องการล้าง จึงต้องใช้เทปใสช่วย โดยแปะถุงเข้ากับช่องที่ลมออก โดยแปะยาวๆ ไปเลย ไม่ต้ดเป็นแถบเล็กๆ เพราะน้ำจะได้ไหลผ่านเข้าถุงไปท้้งหมด

ห้ามพลาด  รีดประสิทธิภาพ แอร์เคลื่อนที่ ให้เย็นสุดๆ
ก็จะออกมาประมาณนี้

ใช้สก็อตเทป หรือเทปใสแปะ จะอยู่เหรอ? เทปใสก็ไม่ค่อยถูกกับน้ำหรอกครับ ถ้าโดนน้ำนานๆ ก็เกาะไม่อยู่ ร่อนออกมาเหมือนกัน แต่มันก็นานพอสำหรับการทำงานในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้ กว่าเทปจะร่อน งานเราก็เสร็จ

ก้นถุง ตรงปลายแหลมๆ ที่เราตัดเสียกุด ก็หาถังน้ำมารองรับน้ำไว้แบบนี้
กระบอกฉีดน้ำ อัดแรงดัน ยืมคุณแม่บ้านมา เค้าใช้ฉีดรดปุ๋ย ดอกไม้เค้า
แรงดันน้ำก็มากพอที่จะฉีดฝุ่นเล็กๆ ที่เกะอยู่ให้กระจุยไปได้เหมือนกัน
ปรับหัวฉีด ให้เป็นการฉีดแบบเป็นเส้นๆ ไม่ฉีดเป็นฝอยฟุ้งกระจาย
น้ำก็จะไหลลงไปผ่านถุงไปสู่ถังน้ำ ที่รองอยู่ด้านล่าง
ถ้าล้างแอร์บ่อย ฝุ่นจะไม่ติดแน่น ฉีดน้ำนิดหน่อยก็ออกแล้ว
แล้วฝุ่นก็หายไป ฝุ่นที่ติดเมื่ออยู่ในภาพก่อนหน้านี้ หายไปแล้ว

ส่วนหนึ่งที่แผงคอยล์เย็น แม้กระทั้งแผงคอยล์ร้อนด้านนอกห้อง ล้างทำความสะอาดง่ายขึ้น เพราะตัวครีบอลูมีเนียมในแอร์สมัยนี้ ต่างก็พัฒนาเคลือบสารที่ช่วยให้ครีบคงทน ใช้งานได้นาน ขึ้น ไม่เป็นสนิมอลูมีเนียมไปเสียก่อน เมื่อครีบไม่มีสนิม ก็เรียบดี เมื่อเรียบดี ฝุ่นก็เกาะได้ยาก ลมระบายได้ดี ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ถ้ายี่ห้อไหนไม่ทำ ลมไม่แรง คนซื้อก็จะเปลี่ยนยี่ห้อแน่ๆ จึงเป็นประโยชน์กับเรา ล้างง่ายขึ้น

แล้วมาจบที่น้ำยาทำความสะอาดครีบแอร์อีกทีนึง

น้ำยาทำความสะอาดช่องแอร์ กระป๋องแบบนี้ จำเป็นไหม ตอบว่าไม่จำเป็นหรอกครับ ถ้าล้างสะอาดพอ ซึ่งผมเองไม่เข้าใจการทำงานของสเปรย์ตัวนี้นัก แต่เท่าที่สังเกตดู เมื่อฉีดสเปรย์ออกมาจะเป็นฟองละเอียดๆ เมื่อฟองแตกตัว น่าจะทำให้ฝุ่นผงที่เกาะติดกับครีบอลูมีเนียม ถูกกระเทาะไปด้วย ซึ่งก็ไม่แน่ใจนัก แต่ที่แน่ๆ เมื่อฉีดล้างเรียบร้อยแล้ว รู้สึกสดชื่นดี เวลาสูดอากาศที่ออกจากแอร์โดยตรง

ฉีดให้ทั่วๆ ทั้งแผงคอยล์แอร์ แบบนี้
น้ำยาที่ฉีดล้าง จะค่อยๆ แตกตัว แทรกลงไปในช่องว่างของครีบแอร์แบบนี้

การใช้น้ำยาทำความสะอาดครีบคอยล์เย็นของแอร์แบบนี้ เมื่อฉีดโฟมลงบนครีบแอร์แล้ว จะต้องรอเวลาให้ฟองค่อยๆ แตกกระจายจนหมด แล้วค่อยฉีดน้ำล้างทำความสะอาดอีกครั้ง ซึ่งสามารถใช้ล้างครีบแอร์ได้บ่อยๆ เมื่อเราล้างแผ่นกรองฝุ่นก็ได้นะ ไม่มีใครห้าม

มาถึงตัวใบพัดลมบ้าง เริ่มต้นจากแปรงสีฟัน เก่าๆ แบบนี้แหละ

การล้างใบพัดนี่แหละ ความแตกต่างที่เรากับช่างแอร์ ทำไม่เหมือนกัน ความสะอาดก็ต่างกัน เพราะอะไร? แม้ช่างแอร์มีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แต่การฉีดน้ำของเค้า จะไม่ปรับหัวฉีดให้เป็นเส้นตรงบางๆ แรงๆ แต่จะปรับหัวฉีดเป็นแบบกระจาย เพราะอะไร? การปรับหัวฉีดให้เป็นเส้นเล็กๆ บางๆ หรือแผ่กระจายแบบครีบ แรงฉีดก็จะดีนะ แต่แรงสะท้อนก็มากขึ้นไปอีก การฉีดไปที่ใบพัด ซึ่งมีพื้นผิวโค้งๆ แบบนี้ ถ้ามุมตกกระทบได้จังหวะ น้ำจะสะท้อนกลับแรงเป็นเส้นตรงๆ เหมือนกัน ถ้าทิศทางผิดพลาดไป ทำให้ของในห้องเปียก ลูกค้าคงจะไม่พอใจแน่ๆ (แม้จะมีถุงผ้าคลุมที่ตัวแอร์เกือบทั้งหมดแล้วก็ตาม) มันจึงต้องมีเทคนิคกันบ้าง รวมถึงการยอมรับกันบ้าง ว่าสะอาดได้เท่านี้จริงๆ

ห้ามพลาด  หัวแปลงปลั๊กไฟ ปลั๊กแปลงขา หากซื้อมาใช้ ต้องเลือกให้ดี ภาค2

ความสะอาดจึงอยู่ในระดับที่พอใช้ได้ เท่านั้น ล้างเสร็จแล้วยังมองเห็นจุด เห็นคราบดำๆ ติดอยู่เพราะฉีดน้ำให้เสร็จก็จบกัน ไม่มาคอยไล่ทำความสะอาดทีละครีบอย่างนี้แน่นอน ถ้าใครเรียกช่างมาล้างแอร์ไม่บ่อย บอกเลยว่าล้างออกยากแน่นอน เพราะใบพัดจะหมุนเหมือนกับควบเอาฝุ่นให้เกาะแน่นเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งมีความชื้นจากตัวแอร์ด้วย ฝุ่นยิ่งเกาะแน่น

ใช้แปรงปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ออกก่อน จากนั้นฉีดค่อยฉีดน้ำไปที่ใบพัด
ทำความสะอาดด้วย แผ่นใยขัด มุมๆ ขอบๆ ที่ช่างแอร์ ล้างให้เราไม่หมด เราทำเองเกลี้ยงแน่นอน
ฝุ่นที่เกาะอยู่ตรงมุมๆ ขอบๆ ของใบพัด แค่ฉีดน้ำไม่ออกแน่ ต้องออกแรง ค่อยๆ ทำทีละครีบ

หลังจากล้างทำความสะอาดด้วยใยขัดแล้ว (ทำความสะอาดทีละครีบ ไม่สะอาดให้รู้ไปสิ) ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดคอยล์เย็น หรือครีบแอร์ กับใบพัดลมแอร์อีกครั้งหรือไม่? ตอบว่า ใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ เพราะเท่าที่ลอง ไม่เห็นผลในเรื่องของการทำความสะอาด แต่อาจจะช่วยเรื่องกลิ่นได้ครับ

น้ำที่ล้างแอร์ สีของน้ำก็จะประมาณนี้ ล้างแอร์เอง ใครว่าไม่สะอาดหนอ
ล้างแล้ว สะอาดแล้ว เตรียมประกอบส่วนต่างๆ เข้าที่เดิม จบการล้างแอร์ด้วยเครื่องมือในบ้าน

บางทีเรื่องของการล้างแอร์ ก็ไม่น่าจะแตกต่างจากการถอดพัดลมมาล้างเท่าไหร่นัก เพียงแต่เราเรียกใช้บริการจากช่างแอร์ จนติด จนชินกันว่า ถ้าจะทำความสะอาดแอร์ ต้องช่างแอร์เท่านั้น หากได้ลองทำความสะอาดแอร์ด้วยตัวเองบ้าง ก็จะทำให้เรารู้ว่า เมื่อเรียกช่างมาล้างแอร์แล้ว เราต้องคอยสังเกต ต้องคอยระวังเรื่องของความสะอาด ในจุดใดบ้าง

มีคนบอกว่า จ้างเค้ามาล้างแอร์ เพราะถอดหน้ากากแอร์ไม่เป็น แล้วเราจ้างช่างมาล้างแอร์ คิดว่าเค้าถอดเป็นหรือ? คำตอบคือ ไม่ทุกคนครับ ยังมีคนเคยบอกว่า จ้างช่างมาล้างแอร์ พอเจอแอร์ยี่ห้อ หรือรุ่นที่ไม่คุ้นเคย ก็ยังดึงเสียแตกเสียหายก็มี วิธีแก้ก็ติดกาวนั่นแหละครับ เค้าคงไม่จ่ายเงินซื้อหน้ากากให้ใหม่แน่ๆ อย่างนี้แล้ว ทำไมไม่ลองทำเอง แม้แตกเสียหายไปบ้าง ก็ฝีมือเรา ซึ่งเราก็คงจะไม่ทำผิดซ้ำๆ เหมือนเดิมใช่ไหม? เพราะคนเรา ต้องทำผิดอะไรใหม่ๆ เสียบ้าง อย่าผิด อย่าพลาดซ้ำๆ เพราะหมายความว่าเราไม่รู้จักพัฒนานั่นเอง

งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

ซ่อมสวิทช์แรงดันปั๊มน้ำที่เสีย ซื้อเปลี่ยนก็ได้ แต่ซ่อมเองท้าทายกว่า

เรื่องราวงานช่างวันนี้ เป็นงานซ่อมที่นำมาบอกเล่าให้ฟัง มากกว่าจะเป็นการแนะนำ และบอกเล่าขั้นตอนในการทำเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ก็ไม่ใช่งานซ่อมในปัจจุบัน แต่มันเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีมาแล้ว หลังจากไปค้นหาภาพเก่าๆ ในคลังภาพ ...

วิธีเปลี่ยนหลอด LED ให้โคมไฟเพดานชุดเก่า

โคมไฟเพดาน ที่ติดใช้งานกันส่วนใหญ่จะเป็นโคมกลม และหลายคนเหมารวมและเรียกโคมไฟแบบนี้ว่าโคมซาลาเปา ซึ่งในความเป็นจริง รูปแบบโคมซาลาเปา ที่หน้าตาเหมือนซาลาเปา ก็มีอยู่เหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโคมไฟที่ใช้ติดตั้งในห้องน้ำ เนื่องจากโคมไฟซาลาเปา จะมีขนาดเล็ก ...

ซ่อมของใช้ในบ้าน

ปลอดภัยไว้ก่อน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่าลืมคำเตือน

เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์ สั้นๆ ที่ยังไม่เกิดเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็เก็บเอามาเล่าเตือนใจกัน ให้ระมัดระวังให้มากๆ ในการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นปลั๊กไฟ แม้จะถอดปลั๊กไฟออกได้ง่ายๆ แต่ก็ต้องระมัดระวังว่าจะมีใครในบ้าน ...

วิธีเช็ดคราบเทปกาวบนพลาสติก (ลบ ล้างคราบกาวสติ๊กเกอร์) ต้องระวัง

ก่อนหน้านี้ ได้เขียนบทความเรื่องการขจัดคราบกาวจากสติ๊กเกอร์ ไว้แล้ว แต่มีคำถามว่า แล้วอีกหลายตัวช่วย ที่เว็บต่างๆ หยิบมานำเสนอ ใช้ไม่ได้หรือ วันนี้จึงขอนำเสนอ การเช็ดคราบกาวจากสติ๊กเกอร์ ...

งานช่างในสวน

สวิทช์ลูกลอยไฟฟ้า เสีย ไม่ทำงาน ทำงานผิดปกติ

ที่บ้านสวน ใช้น้ำบาดาล โดยใช้ปั๊มน้ำบาดาลสูบขึ้นมาเก็บไว้ในโอ่ง แล้วค่อยดูดผ่านปั๊มน้ำอัตโนมัติไปใช้งานภายในบ้านอีกทีนึง ซึ่งการควบคุมระดับน้ำในโอ่ง อาศัยสวิทช์ลูกลอย หรือลูกลอยไฟฟ้า ในการควบคุม ซึ่งลูกลอยไฟฟ้าแบบนี้ เป็นชนิดมีตุ้มน้ำหนักสองตุ้ม ...

ท่อค้ำกล้วย ใช้ของที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์

เรื่องราวที่จะบอกเล่าวันนี้ ไม่ใช่เรื่องงานช่างตรงๆ แต่เป็นเรื่องของกล้วย ที่บางทีก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ ยิ่งกล้วยต้นสูงๆ ยิ่งต้องระวังลำต้นหัก ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่ลมในช่วงที่ฝนกำลังจะตก ก็ทำให้ลำต้นของกล้วยที่กำลังออกเครืออยู่หักลงมาได้แล้ว นี่ขนาดปลูกอยู่ภายในรั้วบ้าน ...

งานซ่อมประปา

ข้อต่อเกลียวในทองเหลือง ทนแค่ไหนก็ปริแตกได้

ข้อต่อเกลียวในของท่อประปา PVC สีฟ้าๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อตรง หรือข้องอ 90 ก็ตาม ในสมัยก่อนจะมีการผลิตออกขายเฉพาะข้อต่อที่เป็นเกลียว PVC ปกติ ...

ข้อต่อเกลียวใน PVC ฝังในกำแพง เกิดการปริแตก ต้องเปลี่ยนใหม่ ทำอย่างไรดี

ข้องอ PVC 90 องศา เกลียวใน หรือบางทีก็เป็นข้อต่อตรงเกลียวใน แต่ถ้าฝังท่อทั้งหมดไว้ในกำแพงมักจะเป็นข้อต่อ 90องศา เกลียวใน ซึ่งจะมีปัญหาอยู่ปัญหาหนึ่งที่ตามกวนใจอยู่เสมอๆ ...

เก็บมาคิดหยิบมาเล่า

เห็นช่างทำ อยากทำเองบ้าง ต้องเข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ

วันนี้ขอเล่าเรื่องเป็นกรณีศึกษาสักหน่อย เป็นเรื่องราวของงานช่างประปา ซึ่งความจริง งานช่างด้านอื่นๆ ก็น่าจะเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน ส่วนภาพประกอบ เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะพูด เดี๋ยวมีเฉลยครับ เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้มีโอกาสได้ผ่านไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ...

ปลอดภัยไว้ก่อน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่าลืมคำเตือน

เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์ สั้นๆ ที่ยังไม่เกิดเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็เก็บเอามาเล่าเตือนใจกัน ให้ระมัดระวังให้มากๆ ในการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นปลั๊กไฟ แม้จะถอดปลั๊กไฟออกได้ง่ายๆ แต่ก็ต้องระมัดระวังว่าจะมีใครในบ้าน ...

Review รีวิว

รีวิว ตู้เย็น Sharp 2 ประตู รุ่น SJ-X380T-SL

ได้ตู้เย็นใบใหม่มา หลังจากตู้เย็นใบเดิม ยี่ห้อ M.. เสียไปแบบไม่น่าจะเสีย สองประตูเหมือนกัน น้ำยารั่วหมดตู้เลย ลองรื้อ ลองซ่อมแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ ...

ใบเลื่อยเลียนแบบ ของแบบนี้ แค่พอใช้ได้

ใบเลื่อยเหล็ก ใบเลื่อยโลหะ วันนี้เดินห้าง เจอกับใบเลื่อย เทียมแท้ๆ แค่ใบละ 5 บาท ไม่พลาดที่จะหยิบมาทดลองใช้งาน รู้ทั้งรู้ว่าคุณภาพเทียบชั้นกันไม่ได้ ...

เครื่องไม้เครื่องมือช่าง

วิธีขูดร่องยาแนวเก่า ด้วยใบเลื่อยโลหะ

การปูกระเบื้องโดยทั่วไป ไม่ว่าพื้นห้องน้ำ พื้นครัว หรือพื้นบ้านส่วนอื่นๆก็ตาม หลังจากที่ช่างได้ปูกระเบื้อง และทิ้งไว้จนแห้งแล้ว จะต้องลงยาแนวด้วย ยาแนวในศัพท์ทางช่าง จะหมายถึงการอุดช่องว่างระหว่างแผ่นกระเบื้องด้วยผงยาแนว หรือปูนยาแนว ...

วิธีใช้ไม้วัดระยะลึก หรือแท่งวัดความลึกของสว่านไฟฟ้า

วันนี้ขอพูดถึงอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่มักจะแถมมาพร้อมๆ กับสว่านไฟฟ้าเสมอๆ แต่ว่าเรามักจะไม่ค่อยได้นำมาใช้งานกัน นั่นก็คือ ไม้วัดระยะความลึก หรือก้านวัดระยะ หรือแท่งวัดระยะ จะเรียกยังไงก็ตาม บางคนก็ไม่รู้ว่าจะนำมาใช้งานยังไง หรือบางคนก็เลือกที่จะไม่ใช้ ...

Leave a Comment

6 + five =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.