เปลี่ยนถังแก๊สเอง งานง่ายๆ ที่ต้องระวังให้มากๆ อย่าทำด้วยความเคยชิน แต่ต้องตรวจสอบให้ดี ก่อนเปิดวาล์วถังแก๊สเพื่อใช้งาน เพราะว่าเรื่องของแก๊ส ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ พลาดพลั้งไป มีแต่ความเสียหาย อย่างในกรณีของวันนี้ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนถังแก๊สเอง แต่ด้วยความไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง คิดว่าแค่ขันเกลียวให้สุดเป็นอันใช้ได้ แต่เรื่องมันไม่เป็นแบบนั้นน่ะสิ

บ้านที่ตั้งอยู่ในเมือง บ้านอยู่ติดๆ กันเป็นจำนวนเยอะๆ ไม่ว่าจังหวัดไหนๆ ถ้าแก๊สหมด เราจะเรียกหาบริการส่งแก๊สถึงบ้านได้ไม่ยาก ยกมา แล้วก็เปลี่ยนให้ เปิดแก๊สติดค่อยจ่ายเงินไป แต่บ้านที่อยู่ตามต่างจังหวด ที่อยู่ไกลจากตัวเมืองออกไป อยู่ในสวน อยู่ในไร่ ถ้าอยากจะเปลี่ยนถังแก๊ส ต้องยกถังแก๊สไปเปลี่ยนที่ร้านเอง ยกขึ้นรถกลับมาเอง แล้วก็ต่อตัวเรกกูเรเตอร์เข้ากับถังแก๊สเอง
เปลี่ยนถังแก๊ส ต้องรู้จักเรกกูเรเตอร์ หัวปรับแรงดันแก๊ส
ตัวเรกกูเรเตอร์ คือตัวปรับแรงดันแก๊ส ให้เหมาะสมกับการใช้งานกับเตาแก๊สที่ใช้งานภายในบ้าน ซึ่งจะใช้หัวปรับแก๊สแรงดันต่ำ สำหรับเตาแก๊สแบบแรงดันต่ำ ที่ใช้ในครัวทั่วไป ไม่เหมือนกับร้านอาหารตามสั่ง ผัดผักบุ้งไฟแดง ที่ต้องใช้ไฟแรงๆ ก็ต้องใช้ตัวปรับแรงดันแก๊สแรงดันสูง แบบปรับด้วยมือเป็นเกลียวหมุนปรับได้เอง และใช้กับหัวเตาแก๊สที่รับแรงดันสูงได้ ซึ่งปกติหัวเตาแบบนี้จะเป็นเหล็กหล่อมาทั้งดุ้น ไม่ใช่หัวแก๊สแบบยก แยกหัว ได้แบบเตาแก๊สแรงดันต่ำ

เวลาที่เราเปลี่ยนถังแก๊ส มักจะทำด้วยความเคยชิน คือ ปลดตัวเรกกูเรเตอร์ออกจากถังใบเก่า (หันหน้าเข้าหาเกลียวถังแก๊ส แล้วหมุนตามเข็มนาฬิกา คือถอดตัวเรกกูเรเตอร์) จากนั้นก็นำถังแก๊สที่ว่างเปล่าไปเปลี่ยนที่ร้านใกล้บ้าน กลับมาถึงบ้าน ก็ยกลง แบกเข้าครั้ว แล้วเราก็ใส่ตัวเรกกูเรเตอร์เข้าไปที่วาล์วถังแก๊ส (หันหน้าเข้าหาเกลียวถังแก๊ส แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา คือใส่ตัวเรกกูเรเตอร์) แล้วขันกวดให้แน่นๆ ก็เปิดวาล์วถังแก๊สใช้งานทันทีเลย แต่กรณีศึกษาวันนี้มันไม่ง่ายแบบนั้น
กรณีศึกษา เปลี่ยนถังแก๊ส แล้วได้กลิ่นแก๊สรั่ว
หลังจากเปลี่ยนถังแก๊สใหม่ที่เพิ่งจะยกกลับมา ให้เข้าที่ประจำการเพื่อใช้งาน ก็มีปัญหากับเตาแก๊สแรงดันต่ำทันที ซึ่งเป็นเตาแก๊สแบบหัวเตาคู่ เปลวไฟมีลักษณะที่ผิดปกติไปจากเดิม แทนที่จะเป็นสีน้ำเงิน แต่เปลวไฟมันกลับเป็นสีส้มแทน ถ้าหรี่แก๊สให้เหลือเพียงวงด้านในของหัวเตาแก๊ส เปลวไฟจะปกติ แต่ถ้าเปิดเร่งให้ไฟติดขึ้นมาที่หัวเตาวงนอก และวงในด้วย เปลวไฟวงนอก จะเป็นสีส้มๆ แดงๆ เปลวไฟไม่แรง และทำให้ก้นหม้อดำเพราะเปลวไฟแบบนี้

ได้ยินเสียงเค้าบ่นๆ กัน ก็เลยเข้าไปดูให้ โดยเริ่มสำรวจจากเตาแก๊สก่อน ตรวจสอบที่วาล์วอากาศ ว่าเปิดให้อากาศเข้าไปผสมกับแก๊ส มากหรือน้อยผิดปกติหรือไม่ (อาจจะเคลื่อนตำแหน่งได้ ในเวลาเช็ดทำความสะอาดเตาแก๊ส เพราะมีการยกขึ้น เพื่อเช็ดถูโต๊ะด้านล่าง) ปรากฏว่า ปรับแบบไหน ไฟก็เป็นสีส้มๆ แดงๆ เหมือนเดิม แสดงว่า มาไม่ถูกทาง ต้องถอยกลับไปเริ่มใหม่ คราวนี้มาพิจารณาที่นมหนู ที่ทำหน้าที่ฉีดแก๊สเข้าไปที่หัวเตาแก๊ส ซึ่งเตารุ่นนี้ เป็นท่อแยกกัน หัวเล็กจะใช้นมหนู รูเล็กๆ ใช้เข็มแยงเบอร์เล็กสุด ในขณะที่วงนอก จะใช้ปล่อยแก๊สที่มีรูขนาดใหญ่ ดังนั้น ตัดปัญหาเรื่อง นมหนูตันไปได้เลย รูใหญ่ๆ แบบนั้น ยังไงก็ไม่ตัน
หลังจากถอดหัวเตาแก๊สออกมาตรวจสอบ ทำความสะอาด จนประกอบกลับเข้าไปเรียบร้อย ก็เปิดถังแก๊ส เปิดถังแก๊สเรียบร้อย ก็ต้องกดปุ่ม Safety valve เพื่อปล่อยแก๊สจากถังเข้าสู่ตัวเรกกูเรเตอร์ หรือหัวปรับแรงดันแก๊ส แล้วจ่ายแก๊สไปยังหัวเตาแก๊สอีกทีนึง ทีนี้ปัญหามันก็อยู่ที่ตัวเรกกูเรเตอร์นี่แหละ มันผิดสังเกต ทำไมมันถึงหลวมแบบนี้ ผิดปกติมากๆ จึงปิดวาล์วถังแก๊สก่อน
หลังจากปิดวาล์วถังแก๊สแล้ว จึงลองหมุนเกลียวล็อคตัวเรกกูเรเตอร์ เข้ากับถังแก๊ส ว่าแน่นหนาถูกต้องหรือไม่ อ้าว ก็แน่นนี่นา แน่นมากด้วย แต่ตัวเรกกูเรเตอร์มันหลวมแบบนี้ ใช้งานไม่ได้นะ เจ้าของบ้านเดินเข้ามาพอดี ก็เลยบอกเล่าให้ฟังว่า มันมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วนะ เค้าก็ตอบมาว่า ก็ว่าได้กลิ่นแก๊สอยู่เหมือนกัน แต่ตัวเรกกูเรเตอร์ ก็ดูเหมือนมันหลวมๆ ไม่รู้ทำไม

อ้าวววว แล้วกัน รู้ว่าหัวปรับแรงดันแก๊สหลวม รู้ว่าได้กลิ่นแก๊ส แต่ไม่เอ๊ะใจว่ามันคือปัญหา แล้วก็เปิดถังแก๊สใช้งานตามปกติ นี่แหละครับ ต้นเหตุของกลิ่นแก๊ส เพราะแก๊สมันรั่วครับ เวลาที่เราขันตัวเรกกูเรเตอร์ หรือ หัวปรับแรงดันแก๊ส แบบแรงดันต่ำ หรือแรงดันสูงก็ตาม เข้ากับถังแก๊ส มันต้องแน่นหนา อาจจะบิดหมุนได้ตามแรงมือที่ออกแรงมากๆ แต่มันจะไม่หลวมแบบกร๊อกแกร๊ก ขยับขึ้น ขยับลงได้ ถ้าพบปัญหาแบบนั้น อย่าเปิดวาล์วถังแก๊สเด็ดขาด อันตรายมากๆ
ปัญหาแก๊สรั่ว อยู่ที่วาล์วถังแก๊ส กับหัวปรับแรงดันแก๊ส
บ้านนี้มีถังแก๊สอยู่สองใบ ใช้แบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน คือมีถังสำรองนั่นแหละ ทีนี้เมื่อถังใบนี้มีปัญหา ก็ลองถอดเรกกูเรเตอร์ ไปสวมถังใบเก่าดูก่อน เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาว่า อุปกรณ์ชิ้นไหนมีปัญหากันแน่ ขันหัวปรับแรงดันแก๊สจนแน่น มันก็ใช้งานได้ปกติ แน่นหนาดี ขยับไม่ได้เหมือนกับถังที่เปลี่ยนมาใหม่ และตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่เปลี่ยนมาใช้ตัวเรกกูเรเตอร์ตัวนี้ ก็ไม่เคยเจอปัญหาหลวมๆ แบบนี้ จะตัดสินว่า ตัวเรกกูเรเตอร์ผิดปกติก็ยังไงอยู่ เอาเป็นว่า โบ้ยให้เป็นปัญหาที่วาล์วที่ถังก็แล้วกัน ไม่ว่าจะขันเรกกูเรเตอร์ให้สุด ให้แน่นยังไง ตัวเรกกูเรเตอร์มันก็โยกได้อยู่ดี โยกได้แบบจับเบาๆ นิ้วเดียวก็ขยับได้
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อใช้แก๊สต่อให้หมดถัง
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเสริมวัสดุเข้าไปแบบชั่วคราว เพื่อเพิ่มระยะของเกลียวให้กว้างขึ้นอีกนิด มีแรงกดให้ปลายของตัวเรกกูเรเตอร์ซึ่งมีซีลยางกันรั่วไปชนกับบ่าของตัววาล์วที่ถังแก๊สได้ เราก็ขันให้ตัวเรกกูเรเตอร์แน่นขึ้นกว่าเดิมได้ แต่ขอไม่อธิบายวิธีการ เพราะเห็นว่า มันเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และถ้าใครทำตาม แบบไม่เข้าใจ แค่จะเลียนแบบ ให้เหมือน ผลที่ได้ย่อมต่างกัน เมื่อทำแบบไม่เข้าใจ ก็จะป้องกันการรั่วไม่ได้ อาจจะทำให้เกิดอันตรายไปกันใหญ่ จึงขออธิบายให้ฟัง แล้วจินตนาการกันเอาเอง แต่อย่าคิดเลียนแบบ ขอให้แก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการยกถังแก๊สไปเปลี่ยนอีกรอบ หรือเปลี่ยนตัวเรกกูเรเตอร์เสียใหม่ดีกว่า
สาเหตุที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบนี้ เพราะถังแก๊สใบนี้ ใช้งานมาหลายวันแล้ว (กว่าจะรู้ตัว คงรั่วไม่เยอะเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่หมดถัง) จะไปเปลี่ยนถังใหม่ก็ต้องจ่ายเงินค่าแก๊สใหม่ ก็รู้สึกเสียดายแก๊สที่เหลืออยู่ ก็ต้องหาทางใช้ให้หมดก่อน แล้วค่อยไปเปลี่ยนถังใหม่ แต่ก็ได้แจ้งให้เจ้าของบ้านได้รับรู้แล้วว่า ถ้าขันตัวเรกกูเรเตอร์เข้าไปที่วาล์วถังแก๊สแล้วหลวม โยกได้ แม้จะหมุนเกลียวล็อคจนแน่นแล้วก็ตาม ห้ามใช้เด็ดขาด เพราะมันทำให้เกิดแก๊สรั่ว แล้วเปลี่ยนแก๊สถังใหม่คราวหน้า ก็ต้องถอดวัสดุเสริมความยาวเกลียวหัวปรับแรงดันแก๊สที่ติดไว้ ออกไปด้วย ค่อยนำมาใช้งาน
หลังจากที่จัดการกับปัญหาตัวเรกกูเรเตอร์หลวม โยกได้ไปแล้ว ก็ลองเปิดวาล์วถังแก๊ส แล้วกดปุ่ม Safety valve อีกครั้ง แล้วเปิดเตาแก๊สเพื่อทดสอบ ก็พบว่า เปลวไฟที่มีสีส้มๆ แดงๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน เหมือนปกติ เท่ากับว่า ปัญหาเกิดจาก แก๊สรั่วที่ถังแก๊ส ทำให้แก๊สที่จะจ่ายไปที่หัวเตาแก๊ส มีปริมาณการไหลที่น้อยลง อากาศมีปริมาณมากกว่าแก๊ส เปลวไฟ จึงมีสีส้มๆ แดงๆ อย่าที่เห็นในตอนแรก
สรุปสุดท้าย แก๊สถังดังกล่าวที่มีปัญหา ใช้งานต่อมาได้อีกแค่ 3 วัน แก๊สก็หมดถังไปเรียบร้อย เท่ากับว่า แก๊สถังนี้ มีอายุใช้งานสั้นมากๆ เพราะแก๊สรั่วไปหมดแล้ว ดีนะที่บ้านนี้ เค้ามีนโยบาย ปิดถังแก๊สทุกครั้งหลังจากทำกับข้าวเสร็จ (ทุกๆ ครั้งที่ไม่ใช้งานเตาแก๊สแล้ว ไม่ใช้วันละหน ตอนกลางคืน หรือเปิดทิ้งไว้ไม่เคยปิดเลย เหมือนกับที่หลายๆ บ้านทำกัน) รวมถึงห้องครัวค่อนข้างโล่ง มีหน้าต่างถึง 3 ด้านรอบห้อง แก๊สที่รั่ว เลยมีโอกาสได้ระบายออกไปภายนอกห้องครัว ไม่สะสมอยู่ภายในจนเป็นอันตราย แต่ก็เป็นบทเรียนว่าอย่าประมาทเด็ดขาด กับเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กแบบนี้





