วิธีใช้โซดาไฟล้างพื้น สามารถทำได้ หากสิ่งสกปรกเหล่านั้น เป็นสิ่งสกปรกประเภทสารอินทรีย์ หรือตะไคร่น้ำ ซึ่งเป็นปัญหาบ่อยๆ ช่วงหน้าฝน แต่การล้างพื้นห้องน้ำ ที่ปกติมีคราบสบู่ คราบตะกรัน คราบหินปูน ซึ่งมีความเป็นด่าง จะไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะโซดาไฟ มีฤทธิ์เป็นด่าง ไม่ทำปฏิกริยากันกับหินปูนเหล่านั้น แต่ต้องใช้กรดอ่อนๆ ที่มีอยู่ในน้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อต่างๆ อยู่แล้ว (โดยส่วนใหญ่ที่วางขายจะเป็นกรดเกลือ ส่วนน้อยจะใช้โซดาไฟ ที่มีจุดประสงค์เพื่อชำระล้างคราบไขมัน ราดำ ราแดง หรืออินทรีย์วัตถุ เวลาซื้อ จึงต้องอ่านฉลากที่ข้างขวดด้วย) จึงจะเหมาะสมกับงานกว่า

โซดาไฟมีฤทธิ์เป็นด่าง ดังนั้น เราจะใช้โซดาไฟ ไปขจัดคราบหินปูนไม่ได้ เพราะไม่เกิดปฏิกริยาต่อกัน การทำความสะอาดคราบหินปูน ควรใช้น้ำส้มสายชู ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ราดลงไปบนพื้นผิวที่เกิดคราบหินปูน น้ำส้มสายชูเป็นกรด ซึ่งตรงกันข้ามกับหินปูนซึ่งเป็นด่าง ก็จะทำปฏิกริยากัน และขจัดคราบหินปูนออกได้ แค่ราดหรือเช็ดถูน้ำส้มสายชูบนพื้นผิว แล้วรอเวลาสักครู่ ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งเคยเขียนเป็นบทความ ล้างคราบหินปูน ที่เกาะฝักบัวมาแล้ว ล้างหัวฝักบัวอาบน้ำ ตะกรันเกาะ ด้วยน้ำส้มสายชู ปัญหาเรื่องหินปูน ตะกรัน แก้ไม่ยาก ด้วยน้ำส้มสายชู
ล้างพื้นถนน ล้างพื้นทางเดิน ที่มีคราบตะไคร่น้ำ ทำให้เดินแล้วลื่น ในช่วงหน้าฝน เราสามารถใช้โซดาไฟ เจือจางในน้ำ ราดพื้นได้ แต่ก่อนจะใช้โซดาไฟ เพื่องานล้างทำความสะอาดพื้น ต้องรู้ก่อนว่า เราจะทำงานแบบไหน ป้องกันยังไง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังของเรา

ก่อนอื่น ต้องสามรองเท้าบูต สวมถุงมือ และกางเกงขายาวด้วย เพื่อป้องกันการกระเด็น กระเซ็นของน้ำโซดาไฟเจือจาง ที่เราผสมเอาไว้ ในขณะที่ราดพื้น สวมเสื้อผ้าให้รัดกุม เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย ของผิวหนังเรานะครับ
เตรียมถังฝักบัวรดน้ำ ขนาด 10 ลิตร (เล็กกว่านี้ก็ได้นะ ถ้าแบกไม่ไหว แต่ก็ต้องลดปริมาณโซดาไฟลงด้วย ) ที่ใช้บัวรดน้ำ แทนที่จะใช้ถังน้ำ เพราะบัวรดน้ำ มีลักษณะเป็นรูเล็กๆ เวลาเราเดินราดพื้นถนน พื้นทางเดิน น้ำจะค่อยๆ ไหลออกมาจากถัง ทำให้เราราดได้ทั่วถึงกว่า การใช้ถังน้ำธรรมดา สาดใส่พื้น อีกทั้งเรื่องของการกระเด็น ของน้ำละสายโซดาไฟ ก็น้อยกว่าด้วย (ควรราดต่ำๆ ป้องกันการกระเด็น กระเซ็น ของน้ำโซดาไฟเจือจาง)
นำบัวรดน้ำขนาดใหญ่ มาเติมน้ำลงไปครึ่งถัง แล้วเทโซดาไฟเกร็ดลงไป ประมาณ 3 – 4 ช้อนโต๊ะพูนนิดๆ อย่าเข้มข้นมากเกินไป และอย่าใจร้อน เราล้างพื้น ไม่ได้แก้ท่อตัน ไม่ต้องข้นมาก สารละลายกระเด็นโดนผิวหนังจะแสบร้อนเปล่าๆ และที่ใส่น้ำลงไปก่อนครึ่งถัง เพื่อให้แน่ใจว่า เกล็ดโซดาไฟ จะไม่ทำให้เกิดความร้อนมากเกินไปที่ก้นถัง ขณะละลายเป็นน้ำ จนทำให้ถังพลาสติกของเราเสียหายได้ จากนั้นค่อยใส่น้ำเพิ่มจนเต็ม จังหวะที่เรากรอกน้ำอีกครึ่งถัง จะเป็นการกวนน้ำในถังไปด้วยในตัว เกร็ดโซดาไฟที่เทเอาไว้ก็จะละลายจนหมด โดยไม่ต้องใช้ไม้คน (แต่ถ้าละลายไม่หมด ก็ต้องใช้ไม้คนอยู่ดีนะครับ แต่ระวังสารละสายกระเด็นโดนตัวด้วย) จากนั้นก็นำไปราดพื้นผิวถนน หรือทางเดินที่มีปัญหาเรื่องตะไคร่น้ำได้เลย อย่าลืมว่า ก่อนจะไปราดน้ำโซดาไฟ ต้องใส่รองเท้าบูตก่อน ป้องกันการกระเด็น กระเซ็นโดนผิวหนัง (หลังจากราดน้ำโซดาไฟเสร็จแล้ว ควรออกจากบริเวณนั้น อย่ายืนสูดดมกลิ่นไอระเหย แม้จะเจือจางแล้วก็ตาม) ทิ้งเอาไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ค่อยฉีดล้างด้วยน้ำสะอาด
หากเป็นพื้นผิวปูน หรือทางเดินที่เราไม่ได้ทำความสะอาดบ่อยๆ ตะไคร่น้ำจะจับตัวหนา การราดน้ำโซดาไฟ เพียงรอบเดียวไม่เพียงพอที่จะขจัดตะไคร่น้ำให้หมดไปได้ (ตะไคร่น้ำไม่ตาย) อาจจะเลือกใช้แปรงขัดพื้นเข้าช่วย แต่ต้องขัดพื้นด้วยความระมัดระวัง โดยเริ่มขัดเมื่อเราล้างพื้น ชำระล้างน้ำโซดาไฟออกแล้ว จะได้หมดปัญหาเรื่องน้ำละลายโซดาไฟกระเด็นใส่ตัวเราขณะขัดพื้น จากนั้นจึงราดน้ำโซดาไฟซ้ำอีกครั้ง หรือทำสลับไปมา ช่วยผ่อนแรงงานทำความสะอาดพื้นของเราได้เยอะเหมือนกัน
แต่ถ้าต้องการนำโซดาไฟ ไปใช้ในการแก้ปัญหาท่อตัน ต้องอ่านบทความ ท่อตัน แก้ไขด้วยโซดาไฟ ปัญหาในบ้านที่แก้ได้ หรือไม่ก็แก้ไขด้วยกรดเกลือเจอจาง ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ ท่อตัน ไม่โซดา(ไฟ) ก็ได้ เพราะสิ่งอุดตันบางอย่าง เหมาะกับการใช้กรดมากกว่า เช่นเศษปูนเล็กๆ ที่ช่างทำตกลงไปในท่อระบายน้ำ (โดยจงใจ หรือไม่จงใจ ก็ไม่รู้)
ทำไมการล้างพื้นปูน พื้นทางเดิน ที่เป็นปูน หรือบล็อคอิฐ จึงไม่ควรใช้เคมีที่เป็นกรด เช่น กรดเกลือ? สาเหตุเพราะกรดเกลือ ทำปฏิกริยากัดกร่อนพื้นปูน ในขณะที่โซดาไฟ เป็นด่าง เหมือนกับพื้นปูน จึงไม่ทำลายเนื้อปูน แต่กัดเฉพาะอินทรีย์สาร คือ ตะไคร่น้ำเท่านั้นครับ





