ก๊อกน้ำอ่างล้างจาน จะไม่เหมือนกับก๊อกน้ำอ่างล้างหน้า หรือก๊อกอื่นๆ เพราะมันจะหมุนท่อ หมุนปลายก๊อกน้ำได้ เรียกง่ายๆ ว่ามันปัดซ้าย ปัดขวา หรือจับมันหันซ้าย หันขวาได้นั่นเอง และตามปกติแล้ว ก๊อกน้ำที่ซื้อมาใหม่ๆ นั้น ไม่ค่อยจะมีปัญหาในเรื่องของการปัดก๊อกน้ำให้หันซ้าย หันขวาซักเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่า มันคือของใหม่ มันยังใหม่ จึงไม่เกิดปัญหา ข้อนี้คงเหมือนกันทุกคน

ก๊อกน้ำอ่างล้างจาน ที่ซื้อมาใหม่ๆ นั้น ไม่มีปัญหาเรื่องการจับปลายก๊อกน้ำให้หมุนไปทางซ้าย หรือทางขวา เพราะพื้นผิวโครเมี่ยม ที่ชุบท่อก๊อกน้ำมานั้น มันยังใหม่อยู่ พื้นผิวมีความมันวาว และไม่มีริ้วรอย เมื่อไม่มีริ้วรอยบนพื้นผิว มันก็มีความลื่น ลองนึกถึงการเดินบนพื้นผิวเรียบมากๆ เหมือนพื้นกระจก แล้วรองเท้าเราเป็นรองเท้ายางดู และเปรียบเทียบกับการเดินบนพื้นถนน แบบไหนเดินง่ายกว่ากัน? แน่นอนว่า พื้นถนนเดินได้ง่ายกว่า ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกลัวว่าจะลื่น

พื้นผิวใหม่ๆ ของก๊อกน้ำก็เช่นกัน มีความลื่น เพราะมีความเรียบ และอีกข้อนึงที่หลายคนไม่รู้ก็คือ อุปกรณ์หลายๆ ชิ้น ยังมีน้ำมันเคลือบผิวอยู่ บางทีก็ใส่จารบีมาด้วย (ถ้าใครเคยแกะเซรามิควาล์วที่เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ ออกมาดู จะมองเห็นว่า มันลื่นๆ ติดมือ บางทีมองเห็นก้อนจารบีด้วยซ้ำ) ดังนั้น มันจึงลื่น และปัดซ้ายขวาได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ

เมื่อเราใช้งานก๊อกน้ำไปนานๆ จะพบว่า มันฝืดขึ้น จับให้หันซ้าย หันขวา ไม่ค่อยจะไป ความจริงมันก็ไปเหมือนกันนะ แต่ไปทั้งตัวก๊อกเลย หมุนตามกันไปหมดทั้งตัวก๊อกน้ำ และท่อก๊อกน้ำ และตามมาด้วยเรื่องของ การคลายตัว คลายล็อคของก๊อกน้ำอีก ยึดกับอ่างล้างจานไม่อยู่ ต้องคอยหมุน คอยหมุนตัวล็อคก๊อกน้ำ ให้ยึดติดกับอ่างล้างจานให้แน่นหนาเสมอๆ อีก ปัญหาตามมาอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว

เมื่อเราถอดท่อก๊อกน้ำออกมาแล้ว จะเห็นว่า ด้านที่ต่อกับตัวก๊อกน้ำ จะมียางโอริงอยู่ 2 เส้น ซึ่งยางโอริงเหล่านี้ ทำหน้าที่กั้นน้ำ ไม่ให้น้ำไหลซึมออกมาที่คอก๊อกน้ำได้ แต่ปัญหามันเกิดตรงนี้แหละนะ ยางมันมีความฝืดอยู่ในตัว อย่างที่ยกตัวอย่างไปแล้ว รองเท้ายางเดินบนพื้นกระจก ยังไงมันก็ไม่ลื่นเท่ากับ รองเท้าพลาสติก เดินบนกระจกแน่นอน ดังนั้น ยางโอริงเหล่านี้ คือสาเหตุที่ทำการหมุนท่อก๊อกน้ำมีความฝืด ลองดูสิครับ ว่ามันมีอะไรอีก เมื่อถอดออกมา มีแค่ยาง กับท่อ แล้วก็ตัวก๊อกน้ำ แล้วมันจะหมุนได้ลื่นได้อย่างไร?

เมื่อพื้นผิวด้านในของตัวก๊อกน้ำ เริ่มมีตะกอน ตะกรัน จากน้ำ หรือที่เรียกกันว่า หินปูน (น้ำประปาก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน ถ้าจะสะอาดจริงๆ คงต้องน้ำ RO) เกาะอยู่บนพื้นผิว เวลาที่เราหมุน ยางก็จะถูกับด้านข้างของก๊อก ผนังก๊อกที่ถูกหินปูนจับนั้นแหละ มันก็ทำให้ฝืดขึ้น หมุนท่อก๊อกน้ำยากขึ้น ยางก็สึกไปด้วยเ่ช่นกัน พื้นผิวโครเมี่ยม ที่ท่อก๊อกน้ำ ถ้าเราสักเกต ก็จะเห็นริ้วรอยสารพัด ที่เกิดขึ้น บางทีก็จะเห็นร่องรอยของหินปูนด้วย ริ้วรอยเหล่านั้น ก็เป็นการเพิ่มความฝืด เพราะไม่เรียบลื่นเหมือนตอนมาใหม่ๆ

ขั้นตอนการถอด เอายางโอริงออกจากท่อก๊อกน้ำนั้น ต้องทำด้วยความระวัง อย่างในภาพนี้ ผมใช้เล็บของตัวเองนี่แหละ จิก จับ ดึงมันออก เพราะถ้าใช้โลหะ โดยเฉพาะของมีคม จะทำให้เกิดบาดแผล รอยบาดลงบนยางโอริงได้ สิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำรั่วที่คอก๊อกน้ำ ผ่านทางรอยแผลเหล่านั้น และอาจจะสร้างริ้วรอยให้กับพื้นผิวของท่อก๊อกน้ำเพิ่มเติมอีกด้วย

ขอบของยางโอริง ที่ถอดออกมา เมื่อสังเกตดู จะเห็นว่า ยางโอริง ไม่ได้มีสภาพความกลม หลงเหลืออยู่เลย แต่มันถูกไถ ถูกกัด สึกหรอไปด้านนึง จนมีสภาพอย่างที่เห็น อย่างที่บอกไปแล้วว่า พื้นผิวด้านข้างตรงคอก๊อกน้ำ เมื่อมันมีตะกรัน ตะกอนหินปูนจับอยู่ มันก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับกระดาษทราย หมุนก็ฝืด ยางก็สึก ที่จะตามมาก็คือ น้ำรั่วบริเวณคอก๊อกน้ำ

วิธีแก้ไขปัญหา หมุนก๊อกน้ำแล้วฝืด หันซ้าย หันขวาไม่ได้ ปัดซ้าย ปัดขวา ก็ไม่ไป จะเริ่มจากการพันด้วยเทปพันเกลียวท่อประปา นำมาพันทับตรงร่องทั้งสอง ที่มีไว้สำหรับสวมยางโอริง โดยพันให้ทั่วพื้นผิวที่ยางจะสัมผัส ส่วนสาเหตุที่ใช้เทปพันเกลียวท่อประปา เพราะคุณสมบัติของเนื้อพลาสติกชนิดนี้ มันมีความเรียบ และลื่นในตัวเอง เป็นพลาสติกที่ไม่มีขั้ว เชื่อมต่อด้วยกาวไม่ได้ ต้องใช้ความร้อน ตะกอน ไม่ติดพื้นผิวอย่างถาวร โดนน้ำ หรือเช็ดถูก็หลุดไป ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

การพันเทปพันเกลียวท่อประปา ลงบนท่อก๊อกน้ำ จำเป็นที่จะต้องพันให้ทั่วพื้นผิว ที่เนื้อยางโอริง จะสัมผัสถูก เพราะจุดประสงค์หลักของเราก็คือ โอริงจะต้องหมุนได้ โดยไม่ติดมากนัก อย่างน้อยก็จะดีกว่าการสัมผัสลงบนพื้นผิวโลหะตรงๆ

การพันเทปพันเกลียวท่อประปา รอบๆ ท่อก๊อกน้ำ อย่าพันให้หนา เอาเพียงแค่ รอบเดียว หรือสองรอบก็พอ เพราะความหนา จะทำให้เราสวมท่อก๊อกน้ำ ลงไปบนตัวก๊อกน้ำไม่ได้ มันจะแน่นมาก และเราทำพื้นผิวท่อก๊อกน้ำให้ลื่นขึ้นด้วย ยางโอริงมันจะเลื่อนหลุดออกจากร่องของมันได้ง่าย ตอนสวมลงบนตัวก๊อกน้ำจะลำบาก

แหวนพลาสติกตัวนี้ จะอยู่บนสุด มันทำหน้าที่เป็นตัวรับแรงกด จากตัวเกลียวล็อคท่อก๊อกน้ำ ที่ครอบมันเอาไว้ ด้วยความที่มันเป็นพลาสติก จึงไม่สร้างความฝืดให้กับท่อก๊อกน้ำอยู่แล้ว แต่ก็พันเทปไว้ก็ได้ ไม่เสียหายอะไร

สวมใส่ยางโอริง กลับไปที่เดิม ให้เข้าร่อง เข้ารอย อย่างถูกต้อง ในที่นี้ ผมใช้เล็บเช่นเคย เพราะความเคยชิน และถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเล็บ ไม่ทำให้เกิดบาดแผลบนยางโอริงอีกด้วย

เมื่อเราซ่อมด้วยแนวทางนี้แล้ว พื้นผิวด้านนอกของยางโอริงทั้งสองเส้น จะสัมผัส ยึดติดกับพื้นผิวบริเวณคอก๊อกน้ำอย่างแน่นทีเดียว อย่างที่บอกไปแล้ว พื้นผิวบริเวณนั้น คงมีตะกรัน หินปูนเกาะพื้นผิวไปแล้ว ไม่งั้นยางไม่สึกกร่อนแน่ๆ ส่วนพื้นผิวด้านในของยางโอริง จะเป็นอิสระ เพราะสัมผัสอยู่บนเนื้อพลาสติก ยึดเกาะอยู่ แต่ก็ไม่แน่นมาก หมุนได้เรียบลื่นดี ตามคุณสมบัติของเนื้อพลาสติก และน้ำก็ไหลซึมผ่านไม่ได้ด้วย เราจึงใช้นิ้ว ดันปลายก๊อกน้ำให้หมุนซ้าย หมุนขวา หรือส่ายไปทางซ้าย หรือขวาได้อย่างง่ายดาย

ตอนประกอบท่อก๊อกน้ำกลับเข้าที่เดิมนั้น อาจจะแน่นอยู่บ้าง ตามที่บอกไว้ เราสามารถใช้น้ำยาล้างจาน เข้มข้น มาทาให้ทั่ว ทั้งตัวโอริง และผนังด้านข้างของคอก๊อกน้ำ เวลาสวมท่อลงไป ก็อย่าดันพรวดเดียว แต่ค่อยๆ ขยับ ค่อยๆ หมุน อย่าให้โอริง หลุดออกจากตำแหน่งของมัน อย่าให้โอริงเส้นล่าง ขึ้นมากองอยู่ด้านบนทั้งหมด มันจะกันน้ำไม่ได้ ถ้าหมุนเกลียวล็อคก๊อกน้ำไม่ได้ แสดงว่า แหวนพลาสติกมันถ่างออก เพราะเราดันท่อก๊อกน้ำลงไปมากเกิน แหวนพลาสติกมันหลุดออกจากร่อง จากตำแหน่งของมัน ให้ดึงท่อขึ้นเล็กน้อย แล้วลองล็อคแหวนล็อคท่อก๊อกน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ทดสอบดูได้เลย มันจะต้องลื่นขึ้น ถ้าไม่พันเทปหนาจนเกินไปนะ





