เปลวไฟของตัวเตาแก๊สเป็นสีแดง ต้นเหตุทำให้ก้นหม้อดำ ปรับได้ แก้ได้ ใน 1 นาที

เปลวไฟของตัวเตาแก๊ส ปกติจะต้องเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของเปลวไฟที่ให้ความร้อนมากที่สุด ส่วนสีแดง แม้จะร้อน แต่ก็มาพร้อมกับเขม่า ทำให้ก้นหม้อดำ ทั้งนี้ทั้งนั้น เตาแก๊สที่เราซื้อมาใหม่ๆ ไม่ค่อยจะเจอปัญหาเรื่องของเปลวไฟสักเท่าไหร่ เท่าที่สังเกต จะเห็นปัญหานี้ เมื่อยกเตาแก๊สขึ้น เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ ใต้เตาแก๊ส แล้วมือ หรือข้อมือ พลาดไปโดนวาล์วปีกผีเสื้อโดยไม่ตั้งใจมากกว่า

เปลวไฟสีแดงแบบนี้ ใช้งานไม่ดี ก้นหม้อดำ และมีความร้อนน้อยกว่าเปลวไฟสีน้ำเงิน

แก๊สที่ออกมาจากถัง จะเป็นก๊าซ ที่พร้อมจะติดไฟ แต่การติดไฟนั้น เป็นการติดไฟแบบลุกเป็นไฟ แต่เราจำกันได้ตั้งแต่การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ว่า การติดไฟ ต้องมีอ๊อกซิเจนมาช่วยด้วย จะทำให้ไฟติดได้ดีขึ้น เตาแก๊สทุกๆ ตัว จึงเป็นเตาแก๊สที่ใช้แก๊ส บวกกับอากาศเสมอๆ แต่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้

ห้ามพลาด  หลังคาเมทัลชีท ฉนวนกันความร้อน ติด หรือไม่ติดดี?
ท่อแก๊สทางด้านขวามือ เป็นท่อแก๊สสำหรับหัวเตาวงนอก จะเห็นว่า วาล์วลิ้นปีกผีเสื้อ มันปิดรูแก๊สจนหมด ทำให้เปลวไฟเกิดเป็นสีแดง ไม่เป็นสีน้ำเงินปกติ

หัวเตาแก๊สแต่ละหัวนั้น จะมีหัวฉีดแก๊ส และวาล์วปีกฝีเสื้อ เพื่อปรับปริมาณอากาศ ให้เข้าไปที่หัวเตาแก๊ส พร้อมๆ กับแก๊สที่ถูกพ่นออกมาทางหัวฉีดแก๊ส ด้วยอัตราส่วนของอากาศ กับแก๊ส ซึ่งเราจะกำหนดปริมาณแก๊สที่พุ่งออกมาจากหัวฉีดไม่ได้ เราทำได้แค่ปรับปริมาณอากาศ ซึ่งเรากำหนดได้จากการปรับลิ้นวาล์วปีกผีเสื้อให้เปิด มาก หรือน้อย ก็ได้ แต่ปริมาณอากาศที่เราเติมเข้าไป (ก็คือการเติมออกซิเจนเข้าไปที่หัวเตานั้นแหละ) ถ้าอัตราส่วนไม่เหมาะสม ก็จะเกิดเหตุการณ์ เปลวไฟสีแดง ทำให้ก้นหม้อดำ หรือ เปลวไฟไม่เต็มวง ทำให้ความร้อนที่ได้ลดลง

เมื่อเราค่อยๆ เปิด ค่อยๆ ปรับวาล์วลิ้นปีกผีเสื้อด้านขวามือ ให้รูอากาศเข้า กว้างมากขึ้น ผลที่ได้คือ เปลวไฟ กลับมาเป็นสีน้ำเงินเหมือนเดิม ค่อยๆ ปรับให้เปลวไฟนิ่งที่สุด

การปรับลิ้นวาล์วปีกผีเสื้อ จะดูความกว้างของรู จากในคลิป หรือจากในภาพที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ เพราะการเปิดวาล์วตัวนี้ ควรจะพิจารณาที่เตาแก๊สของเราด้วย เนื่องจาก เตาแก๊สแต่ละบ้าน ก็มีหน้าตาของเตาแก๊สไม่เหมือนกัน หัวแก๊สไม่เหมือนกัน จำนวนหัวไม่เท่ากัน จึงควรจะปรับด้วยสายตาของเราเองเป็นหลัก เพื่อความเหมาะสมกับหัวเตาเรามากที่สุด

ห้ามพลาด  หัวปรับแก๊สแรงดันสูง ไม่ควรนำมาใช้งานภายในบ้าน
เมื่อปรับลิ้นวาล์วปีกผีเสื้อ จนอัตราส่วนของอากาศกับแก๊ส กลับมาสู่อัตราส่วนที่เหมาะสม จะพบว่าเปลวไฟกลับมาเป็นสีน้ำเงินเหมือนปกติแล้ว

การเกิดเปลวไฟสีแดงนั้น จะเกิดจากการขาดอากาศ หรือขาดอ๊อกซิเจน ให้สังเกตว่าวาล์วลิ้นปีกผีเสื้อนั้น รูอากาศถูกปิดอยู่หรือไม่ หรือเปิดน้อยมากๆ หรือไม่ ให้เราขยับลิ้นปีกผีเสื้อขึ้น ให้รูอากาศใหญ่ขึ้น โตขึ้นเปลวไฟสีแดงๆ จะค่อยๆ กลายเป็นสีน้ำเงิน แต่ถ้าเราเปิดให้อากาศเข้ามากจนเกินไป เปลวไฟจะค่อยๆ หายไป เพราะอากาศที่เข้าไปนั้น มันจะไปแย่งพื้นที่ก๊าซจนหมด คือ มีแต่อากาศ มันจึงติดไฟไม่ได้

เปลวไฟหัวเตาแก๊สที่เป็นสีแดง นอกจากจะร้อนน้อยกว่าเปลวไฟสีน้ำเงินแล้ว ยังทำให้ก้นหม้อดำ จากเขม่าที่มาจากการเผาไหม้ ไม่สมบูรณ์ด้วย

ปกติบ้านทั่วๆ ไป เตาแก๊สจะวางบนพื้นโตีะ ไม่ค่อยจะซื้อแบบฝังมาใช้งานกัน ดังนั้น เวลาที่เราใช้งานเตาแก๊สกันตามปกตินั้น มันอาจจะมีเศษอาหาร หรือน้ำต้มผัก ต้มซุป ล้นออกจากหม้อ ลงไปด้านล่างของเตาแก๊สกันเสมอๆ สิ่งที่ตามมาก็คือ การยกเตาแก๊สขึ้น แต่ส่วนมากเลย จะเป็นการยกทางด้านหน้า แล้วเอามือล้วงเข้าไปทำความสะอาดพื้นด้านล่างกัน และส่วนมากอีกเหมือนกัน มือจะไปโดนลิ้นวาล์วปีกผีเสื้อโดยไม่ตั้งใจ แล้วมันก็จะผิดเพี้ยนไป โดยไม่รู้ตัว เมื่อมาใช้งานเตาแก๊สกันอีกรอบ ก็จะเจอปัญหาเรื่องเปลวไฟ แบบหาคำตอบไม่ได้ รู้แต่ว่า เมื่อวาน ตอนต้ม ตอนทอด มันยังปกติอยู่เลยนี่นา…….. ดังนั้น การเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ใต้เตาแก๊ส ต้องทำด้วยความระมัดระวังนะครับ เตือนแล้วนะ!!!

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

5 × 2 =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Scroll to Top