ทาสีพื้นไม้ปาร์เก้ ต้องขัดพื้นก่อน และทำความสะอาดพื้นผิวให้ดี ทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ช่างลักไก่ เหมือนในกรณีที่นำมาให้ดู ให้อ่านกันวันนี้ ซึ่งบ้านหลังนี้เคยจ้างช่างมาซ่อมแซม แก้ปัญหาหลังน้ำท่วมใหญ่หลายรายการ เป็นช่างที่คุ้นเคยกันดี จึงไว้วางใจกันมากเกินไปหน่อย แล้วช่างก็ทำกันเจ็บจนได้

ช่างผู้รับเหมาที่ไว้วางใจ เรียกใช้บริการกันมาเนิ่นนาน เป็นช่างรับเหมาทั่วไป เรียกว่า ทำได้ทุกอย่าง เพียงแต่เครื่องไม้เครื่องมืออาจจะไม่ครบครัน งานบางอย่างอาจจะทำไม่ได้ หรือทำได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งงานปาร์เก้ จำเป็นต้องมีเครื่องขัดกระดาษทรายด้วย แต่ช่างคนนี้ไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว มีแค่ลูกหมู หรือหินเจียร์เท่านั้น

พื้นผิวปาร์เก้เดิม ก่อนจะเรียกช่างให้มาแก้ไข ทาโพลียูรีเทนให้ใหม่ มีสภาพที่ไม่เลวร้ายนัก คือ ผื้นผิวมีรอยหลุด ล่อนของโพลียูรีเทน เป็นจุดๆ เพราะล้อเก้าอี้ หรือการลากเก้าอี้ ลากสิ่งของที่หนักไปมาบนพื้น จะทำให้เกิดรอยขีดข่วน หลุดล่อนเป็นจุดๆ ดูไม่สวยงาม (การเดิน เหยียบย่ำ ด้วยเท้าเปล่า ไม่สามารถทำลายพื้นผิวโพลียูรีเทนให้หลุดล่อนได้ง่ายๆ นะครับ ใช้งานเป็นสิบปี ก็ยังมีสภาพสวยงามแบบเดิมๆ) ก็เลยไม่อยากจะให้สภาพมันแย่ไปกว่าเดิม และไม่อยากจะขัดพื้นใหม่หมดทั้งห้อง เพราะสภาพยังไม่แย่จัด

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือของช่าง และข้อจำกัดเรื่องงบประมาณของเรา จึงต้องลดความคาดหวัง ความเนี๊ยบลงมาบ้าง ขอแค่ใช้กระดาษทรายขัดผิวหน้า ขัดบริเวณที่มีปัญหาให้มากหน่อย แล้วค่อยทาโพลียูรีเทนทับ โดยไม่ขัดลอกโพลียูรีเทนเก่าออกทั้งหมด ถ้าถามว่างานนี้ยากไหม คำตอบคือ ไม่ยาก แต่มันเสียเวลาช่างพอสมควร ซึ่งก็ได้สอบถามก่อนแล้ว และรับปากว่าจะทำให้จึงตกลงจ้างเหมากันไปด้วยค่าแรงบวกค่าเสียเวลา

ปกติบรรจุภัณฑ์โพลียูรีเทน เค้าจะเขียนข้อแนะนำบอกไว้ข้างกระป๋องว่า การทาพื้นโพลียูรีเทน ควรทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด(ที่สุด) (ทาสีอะไรก็แล้วแต่ ปกติต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้ดีทุกครั้ง เช่นกัน) จากนั้น ในการทารอบถัดๆ ไป ควรเอากระดาษทรายละเอียดๆ ขัดผิวก่อนทุกรอบ ทั้งนี้ เพราะพื้นผิวโพลียูรีเทน มีความเรียบมาก การใช้กระดาษทรายขัดผิว เพื่อทำลายฟองอากาศขนาดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทาแต่ละรอบ และช่วยให้พื้นผิวมีริ้วรอยเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มการยึดเกาะสำหรับการทาโพลียูรีเทนในรอบถัดไป
ดังนั้น เมื่อบอกช่างให้ขัดผิวออกบ้าง โดยการใช้กระดาษทรายขัดผิว ด้วยมือ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า ช่างอาจจะต้องออกแรงมากหน่อย เพราะพื้นผิวปาร์เก้บางส่วน มันมีริ้วรอยมาก เท่านั้นเอง

การทาโพลียูรีเทน ก็ไม่ต่างอะไรกับการทาสีผนังห้อง ซึ่งเราต้องพิจารณาคุณภาพสีเดิมก่อนว่าเป็นอย่างไร ถ้าสีเดิม มีการหลุดล่อนบ้างแล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องขูดสีเดิมออกเป็นจุดๆ ใช่ไหม? ถ้าสีผนังห้อง มีสภาพเป็นฝุ่น เราก็ต้องทาสีรองพื้นด้วย เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ไม่งั้น สีที่ทาไป จะเป็นสีที่ทาทับฝุ่น มันจะเกาะพื้นผิวได้ไม่นาน แล้วก็หลุดล่อนออกมาเป็นแผ่นๆ (เหมือนโพลียูรีเทน ที่เห็นในภาพ) การทาโพลียูรีเทนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เมื่อพื้นผิวเดิม มันไม่เสียหายมาก ยังไม่หลุดล่อนจากเนื้อไม้ เราก็ไม่จำเป็นต้องขัดผิวออกจนถึงเนื้อไม้ แค่ขัดพื้นผิวเดิมให้ดีพอ ขัดเอาส่วนที่หลุดล่อนออกให้หมด และทั่วถึง จากนั้นก็ทำความสะอาดให้ดี เราก็ทาโพลียูรีเทนใหม่ทับหน้าไปได้เลย ไม่ต้องคิดมาก แค่มือ กับกระดาษทรายก็ทำงานได้ แต่ต้องมีความอึด และใช้เวลาพอสมควร
แต่จากสภาพของพื้นปาร์เก้ในวันนี้ มันบ่งบอกได้ว่า ช่างไม่ได้ทำตามคำขอร้อง ตามเนื้อหาของงานที่ตกลงกันเอาไว้เลย เพราะการลอกของโพลียูรีเทน มันลอกออกมาเป็นแผ่นใหญ่ๆ อย่างที่เห็นในภาพ เท่ากับว่า นอกจากช่างจะไม่ได้ใช้กระดาษทรายขัด ลูบพื้นผิวก่อน ก็ยังไม่ทำความสะอาดพื้นผิวเดิมด้วยซ้ำ การยึดเกาะของโพลียูรีเทนที่ทาไป จึงไม่ดี ไม่เกาะกับพื้นผิวเดิมเลย เท่ากับเสียเงินค่าโพลียูรีเทนไปฟรีๆ 4 ปีผ่านไป ก็ลอกจนน่าเกลียด ทั้งๆ ที่เป็นการใช้งานตามปกติ ไม่ได้ลากของหนักๆ ไปมาเลยด้วยซ้ำ รู้แบบนี้ ไม่ทาโพลียูรีเทนทับเลย จะดีกว่ามาก
เมื่อสภาพของปาร์เก้เป็นแบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะรับได้ ช่างประจำบ้านอย่างเรา ก็ขัดพื้นปาร์เก้เองได้ แต่ต้องเตรียมรับกับสภาพฝุ่นด้วย เพราะการขัดด้วยลูกหมู แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่น ประกบตลอดเวลาในการขัดนั้น ต้องทำอุปกรณ์เสริมขึ้นมา ซึ่งก็ต้องพึ่งเครื่องไม้เครื่องมือในการทำเครื่องมืออีก จึงตัดสินใจที่จะขัดพื้นในแบบ ฝุ่นฟุ้งกระจาย เป็นยังไง เดี๋ยวมาดูกัน แต่อย่างน้อยที่สุด งานที่ทำเอง อยากได้แบบไหน ก็ทำเองได้ดั่งใจ ไม่ต้องคอยคะยั้นคะยอ หรือบ่นช่างรับเหมาด้วย





