ปลั๊กหลอดไฟหน้ารถยนต์ไหม้ละลายเกิดจากอะไร เดี๋ยวบอก ซึ่งต้องเปลี่ยนปลั๊กหลอดไฟใหม่แน่นอน แต่ช่วงนั้น (8 ปีมาแล้ว) หาของใหม่ไม่ได้ ร้านแถวบ้านบอกไม่มีขาย ไม่มีของ อ้าว แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะเนี่ย น้องสาวขับรถกลางคืนอยู่บ่อยๆ ด้วย เมื่อหาซื้อไม่ได้ (ก่อนโน้น ร้านออนไลน์ก็ยังไม่มีของขายมากมายเหมือนตอนนี้) ก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป

ปลั๊กหลอดไฟรถยนต์ที่นำมาให้ดูวันนี้ เป็นงานที่ทำเอาไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดยประมาณ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ภาพถ่ายน่ะ เป็นปัจจุบัน เพราะน้องสาวขอให้ช่วยดูไฟหน้ารถให้หน่อย เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งหลอดไฟมันไม่ติด หลอดขาด ก็เลยแกะออกมาดู อ้าว นี่มันปลั๊กหลอดไฟหน้ารถ ที่แก้เอาไว้เนิ่นนานมาแล้วนี่นา ยังใช้งานได้ดีอยู่เลย จึงมีโอกาสเก็บภาพมาให้ดูกันว่า การแก้ปัญหาแบบนี้ ก็ใช้ได้เหมือนกันแฮะ

แปดปีที่แล้ว หลอดไฟหน้ารถคันนี้ขาด แต่หลังจากที่ถอดเอายางที่ครอบโคมออก ก่อนที่จะเปลี่ยนหลอดไฟใหม่ ก็สังเกตเห็นว่าปลั๊กหลอดไฟหน้ารถยนต์ไหม้ละลาย ชัดเจน เมื่อตัวพลาสติกที่หุ้มปลั๊กมันไหม้ และละลาย ก็ทำให้ตำแหน่งของขั้วหางปลามันผิดรูป ผิดตำแหน่งไปด้วย ลองขยับหลอดดู ก็รู้สึกได้ถึงความหลวม นี่แหละต้นตอของปัญหาที่ทำให้หลอดไฟขาด และปลั๊กหลอดไฟไหม้

สาเหตุน่าจะมาจากขั้นตอนการใส่ หรือเปลี่ยนหลอดไฟ ครั้งใด ครั้งหนึ่งที่ผ่านมา คนที่เปลี่ยนหลอด น่าจะดึง หรือดัน หลอดไฟ ให้เข้าล็อค เข้าบล็อค ทั้งๆ ที่หลอดไฟอยู่ผิดตำแหน่ง จนทำให้กระทบกับขั้วหลอดไฟ ซึ่งอาจจะเกิดรอยแตกร้าวเล็กๆ และหางปลาเคลื่อนผิดตำแหน่งไป พอใช้งานเวลากลางคืนที่เปิดไฟหน้ารถเป็นเวลานานๆ ความร้อนจากหลอดไฟ บวกกับความหลวมของหางปลา จึงทำให้เกิดความร้อนที่มากขึ้นกว่าปกติ ที่บริเวณขั้วของหลอดไฟ จนพลาสติกที่หุ้มปลั๊กหลอดไฟไหม้ และละลายในที่สุด

เมื่อเห็นแล้ว พบปัญหาแล้ว แต่ยังไม่มีของใหม่มาเปลี่ยน ก็เลยเปลี่ยนแต่หลอดแล้วเหมือนเดิม แต่ได้ขยับขั้วให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยดีแล้ว ก่อนจะประกอบกลับเข้าไป ผ่านไปได้สักสองถึงสามวัน หลอดที่เพิ่งจะเปลี่ยนก็ขาดอีก รอบนี้คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ต้องแก้ไข หาของใหม่ไม่ได้ก็ต้องแก้ปัญหาเอาเอง
หลังจากเปลี่ยนหลอดไฟไปในครั้งแรก ก็ขับรถไปถามหาปลั๊กหลอดไฟหน้ารถยนต์ จากร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ แถวๆ บ้าน ก็ปรากฏว่าไม่มีขายกันเลย (คงขายยาก โอกาสขายได้น้อยมั้ง) ร้านค้าออนไลน์ ก็ไม่มีอุปกรณ์รถยนต์ขายกันเกร่อเหมือนกันสมัยนี้ หาของ หาอะไรก็ยากไปหมด ก็เลยต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสักหน่อย ไม่น่าจะยากอะไร

ภาพประกอบไม่มีนะครับ เพราะเป็นการระลึกถึง ซึ่งตอนทำตอนลงมือแก้ปัญหาโน้น ไม่ได้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้เลย เอาล่ะ เราเริ่มจากการทำความสะอาดตัวปลั๊กพลาสติกก่อน โดยใช้มีดขูด ตัดเอาส่วนที่มีปัญหาทิ้งไปทั้งหมด นั่นก็คือ พลาสติก ส่วนที่ครอบขั้วหางปลาที่มีปัญหาหลวม
เมื่อตัดเอาชิ้นส่วนพลาสติกที่ไหม้ และละลายออกได้ทั้งหมดแล้ว ขั้วหางปลาที่มีปัญหา ก็จะหลุดออกมาก็ใช้กระดาษทราย ทำความสะอาดขั้ว ด้านใน ส่วนที่สัมผัสกับขั้วหลอดไฟ โดยใช้กระดาษทรายละเอียด ค่อยๆ บรรจงขัดทำความสะอาดด้วยความมานะ ต่อจากนั้น จึงใช้คีม บีบให้ช่องว่างของหางปลามันแคบ มันตีบลง เวลาที่เสียบเข้ากับขั้วหลอดไฟมันจะได้แน่นขึ้น ไม่หลวมเหมือนเก่า ก่อนการแก้ไข

แล้วจะหุ้มหางปลาเปลือยๆ นี้ได้ยังไงกัน? วางตำแหน่งให้ตรงกับขั้วหลอดไฟได้ยังไง? คำตอบคือ เอาหางปลา เสียบเข้ากับหลอดไฟ หลอดเดิม ที่หลอดขาดไปแล้ว ให้ครบทั้ง 3 ขั้ว เมื่อเสียบครบแล้ว ตำแหน่งของขั้วหางปลา ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ปัญหาถัดมาก็คือ ถ้าเราเอา กาวอีพ็อกซี่ มาพอก มาปั้น มาปิดขั้วหางปลาโดยตรง หางปลาจะขาดความยืดหยุ่น มันจะขยาย หรือหนีบขั้วหลอดไฟไม่ได้ เพราะถูกกาวอีพ็อกซี่พอกเอาไว้
วิธีแก้ก็คือ ใช้เทปกาว เทปกระดาษกาวย่น ตัดขนาดให้เกินจากความลึกของขั้วหางปลาเล็กน้อย แล้วนำมาพันรอบขั้วหางปลาสองรอบ โดยให้เทปกาวเกินออกมาทางด้านบนเล็กน้อย (ไม่ใช่ด้านที่ย้ำกับสายไฟนะ) เพื่อสร้างระยะ ช่องว่างให้กับหางปลา และกาวอีพ็อกซี่ จากนั้นจึงพอกกาวอีพ็อกซี่ แบบปั้นได้ (เพราะทำงานได้ง่าย) เข้ากับขั้วปลั๊กไฟ ให้ทั่ว (ขณะที่ติดอีพ็อกซี่ เรายังไม่แกะหลอดไฟออก เพื่อรักษาตำแหน่งของขั้วหางปลา ให้อยู่ตรงตำแหน่งเสมอ) ติดให้ทั่ว ให้แน่ใจว่า ขั้วหางปลา จะไม่ขยับ ตรงนี้ต้องอาศัยทักษะ และฝีมือกันหน่อย อธิบายให้เข้าใจได้เท่านี้ (ซึ่งก็คงไม่มีใครบ้าทำตาม เหมือนกับการซ่อมสวิทช์แรงดันปั๊มน้ำ ซ่อมสวิทช์แรงดันปั๊มน้ำที่เสีย ซื้อเปลี่ยนก็ได้ แต่ซ่อมเองท้าทายกว่า ที่ไม่มีใครทำตามเหมือนกัน) เมื่อขั้วหางปลา มันไม่ขยับ และหนีบขั้วหลอดไฟได้แน่นหนาดี ไม่มีคำว่าหลวม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเกิดความร้อนมากๆ ที่ขั้วหางปลาอีกต่อไป เมื่อไม่มีความร้อนที่ผิดปกติ พลาสติกก็ไม่ไหม้ ไม่ละลาย ใช้งานได้ต่อเนื่องแน่นอน
เมื่อกาวอีพ็อกซี่แห้งดีแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ 5 ชั่วโมงกระมัง กว่าจะอยู่ตัว ก็ถอดหลอดไฟออก แล้วแกะเอาเทปกาวย่น ที่ติดขั้วหางปลาอยู่ ออกมา ก็จะมีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างอีพ็อกซี่ ที่หุ้มขั้วหางปลา กับตัวหางปลา อย่างที่เห็นในภาพนี้ ส่วนความทนทาน มันใช้งานได้จริงไหม ผมก็ไม่รู้ว่ามันทนไหม แต่ก็ผ่านมาประมาณ 8 ปี แล้ว และยังไม่คิดจะเปลียน เพราะมันไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่มีปัญหาใหม่ใดๆ เกิดขึ้น ก็ไลยไม่รู้จะเปลี่ยนไปทำไม





