ปกติกำแพงบ้าน ผนังบ้าน ผนังห้อง เราจะทาสีกันเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางกรณี บางพื้นที่ บางห้อง ถูกดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น จากผนังห้องที่ทาสีเอาไว้แล้ว กลายเป็นผนังห้องที่ต้องการปูกระเบื้อง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก หรือต้องการให้เช็ดถู ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น เช่น ห้องครัว เป็นต้น

กำแพงบ้าน หรือผนังบ้านที่ทาสีเอาไว้ แล้วต้องการเปลี่ยนมาเป็นการปูกระเบื้อง เพื่อให้เช็ดทำความสะอาดง่ายขึ้น เรียกว่า ขัดถูแรงๆ ก็ไม่ต้องกลัวกระเบื้องถลอก เหมือนกับการทาสี แม้จะเป็นสีเช็ดได้ก็ตาม ก็ถลอกได้ถ้าขัดถูแรงๆ ไม่เหมือนการปูกระเบื้อง แต่การปูกระเบื้องทับ ผนังห้องที่ทาสีเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ง่ายเท่าไหร่นัก
ถ้าเราหยิบกระเบื้องขึ้นมา ทาปูนลงไปบนด้านหลังของแผ่นกระเบื้อง แล้วปิดทับลงไปบนกำแพง โดยไม่ขูด ทำลายพื้นผิวสีเดิมให้ดีเสียก่อน ก็อาจจะต้องเสียใจในภายหลัง เมื่อแผ่นกระเบื้องค่อยๆ หลุดล่อนลงมาทีละแผ่นๆ เหมือนกับภาพที่นำมาให้ดูนี้ แล้วยิ่งในปัจจุบันผนังบ้าน ผนังห้องถูกทาทับด้วยสีประเภทล้างได้ เช็ดได้ ซะเป็นส่วนใหญ่
จำพวกสีกึ่งเงาทั้งหลายเหล่านั้น เป็นสีที่เค้าโฆษณาว่า เป็นสีล้างได้ เช็ดได้ เช็ดรอยดินสอ ที่เด็กๆ ขีดเขียนออกจากผนังห้องได้ ยิ่งทำให้การปูกระเบื้องทับสี เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขนาดสีด้านๆ แบบเดิมๆ ยังปูกระเบื้องทับไม่ได้เลย แล้วสีทาผนังในยุคปัจจุบัน จะปูกระเบื้องทับได้ยังไงกัน

ถ้าคิดจะทำห้องครัว ในพื้นที่ ที่ทาสีเอาไว้แล้ว และต้องการปูกระเบื้องทับ ควรพูดคุยตกลงกับช่างให้เรียบร้อยก่อน ค่อยตกลงเรื่องการเหมาค่าแรง หากทำผิดไปจากที่ตกลงไว้ ต้องหักเงินค่าเสียหายได้ เพราะเกิดความเสียหายในภายหลังแน่ๆ อย่าเชื่อคำพูดช่างว่าได้ๆๆ ผมทำมาหลายหลังแล้ว (ข้ออ้างแบบนี้เจอกันบ่อยๆ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด) เดือนแรกน่ะใช่ ผนังปูกระเบื้องสวยดูดีทีเดียว แต่จากเดือนเป็นปี ผนังกระเบื้องจะค่อยๆ ปูด ค่อยๆ โปร่ง และค่อยๆ หลุดทีละแผ่นทีเดียว
การปูกระเบื้องบนผนังห้องที่ทาสี จะต้องทำการขูดสีออก ทำลายพื้นผิวเดิมเสียก่อน (ถ้าเป็นไปได้ ขัดให้เห็นสีปูนทั่วทั้งผืน ผนังห้องที่ต้องการปูกระเบื้อง) ช่างบางคน จะใช้เครื่องเจียร์ กรีดผนัง ให้เป็นริ้วๆ กรีดไม่ลึก แต่กรีดทั่วผนัง ซึ่งช่างในยุคที่เครื่องมือไฟฟ้ายังไม่ค่อยมีให้ใช้ เค้าจะใช้ค้อน กับสกัด กระเทาะผนังไปเรื่อยๆ เป็นจุดๆ ไม่ลึก แต่ให้ทั่วทั้งผืนเช่นกัน ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาในการทำ และเวลาที่เพิ่มขึ้นหมายถึงงานเดินช้าลง ค่าแรงก็ต้องเพิ่มขึ้น บางทีเจ้าของบ้านก็ไม่เ่ข้าใจซะอีก ว่าทำไมทำนาน ทำช้า โก่งค่าแรงรึเปล่า ช่างก็เลยลักไก่ เพราะไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของบ้าน เจ้าของงาน บวกกับความขี้เกียจ จึงปูกระเบื้องไปเลย ไม่เตรียมผิวของผนังห้องให้เรียบร้อยก่อน รู้ตัวอีกทีช่างก็บอกเราว่า เสร็จแล้ว แบบนี้เตรียมรับปัญหาได้เลย





