โคมไฟนีออน ฟลูออเรสเซนต์หลอดกลม หรือโดนัท เป็นหลอดไฟที่มีใช้กันแพร่หลาย ใช้กันมายาวนานมากๆ จนกระทั่งหลอด LED เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างในปัจจุบัน ซึ่งหลายๆ บ้าน เริ่มจะค่อยๆ เปลี่ยนโคมไฟ หลอดไฟกลมๆ แบบเดิมๆ เหล่านี้มาเป็นหลอด LED กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องของความประหยัดไฟ ที่ใครๆ ก็ชักชวน และนำเสนอกันอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ หลายๆ คน ตัดสินใจทิ้งสิ่งที่มีอยู่แล้ว รื้อทิ้งเพื่อเปลี่ยนเป็นของใหม่ตามกระแส ส่วนหลอดสำรองที่ซื้อเก็บไว้ ก็ทิ้งไปหมดในคราวเดียวกัน เพื่อความใหม่ตามกระแส

บทความวันนี้จะขอนำเสนอ วิธีการ เปลี่ยนโคมไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์กลมๆ ด้วยการแก้ไข ดัดแปลง มาเป็นขั้วหลอดไฟเกลียว E27 ซึ่งเป็นขาสำหรับสวมหลอดไฟ LED ลูกบอลกลมๆ เป็นการประหยัดเงิน ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งโคมไฟ โดยเราจะเปลี่ยน และติดตั้งขั้วหลอดไฟใหม่ โดยไม่ถอดโคมไฟลงมา ซึ่งทำได้ง่ายมากๆ ไม่ยุ่งยากเลย แล้วเราจะมาพูดถึงข้อดี และข้อเสีย ของการปรับปรุงโคมไฟนีออน หรือฟลูออเรสเซนต์หลอดกลมแบบเดิมๆ เป็นโคมไฟใหม่ประหยัดพลังงาน กันในบทความถัดไปนะครับ ไม่งั้นบทความนี้จะยาวเกินไป
ขอไม่พูดถึงขั้นตอนการถอดชิ้นส่วน อุปกรณ์ต่างๆ เดิมๆ ได้แก่ หลอดไฟนีออน หรือฟลูออเรสเซสต์ บัลลาสต์ และสตาร์ทเตอร์ ที่ติดอยู่ในโคมไฟ ออกจากตัวโคมไฟนะครับ เพื่อความกระชับของเนื้อหา ส่วนใครถอดไม่ได้ ถอดไม่เป็น ขอให้กลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ ในหัวข้อวิธีเปลี่ยนบัลลาสต์อิเล็คทรอนิคส์ แทนที่บัลลาสต์แกนเหล็ก รับรองว่า ถอดเป็นแน่นอนครับ เพราะอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน ละเอียดมาก ขอบอก
ถึงแม้จะไม่พูดถึงขั้นตอนการถอดชิ้นส่วนต่างๆ ซ้ำอีกครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด และไม่พูดถึงไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือเรื่องของความปลอดภัย ก่อนจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าทุกครั้ง ควรจะปิด เบรคเกอร์ย่อย หรือถ้าเป็นไปได้ ปิดเมนเบรคเกอร์ไปเลยครับ เพื่อความปลอดภัย


เมื่อปิดเบรคเกอร์เรียบร้อยแล้ว ค่อยมาลุยถอดอุปกรณ์ต่างๆ และเมื่อถอดอุปกรณ์เก่าออกจนหมดแล้ว ก็จะเหลือเพียงโคมไฟโล่งๆ และมีหน้าตาแบบที่เห็นนี้นะครับ

ใช้คีมจับน็อตตัวเมีย อีกมือนึงกดที่โคมไฟให้แนบกับฝ้าเพดาน หัวน็อตตัวผู้ ก็จะแนบกับฝ้าเพดานด้วย แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อคลายน็อตตัวเมียออก

แต่ถ้าหัวน็อตตัวเมียคลายออกแล้ว ใช้มือหมุนออกก็ได้ ทำงานได้สะดวกกว่า

ปลดเอาขายึดหลอดไฟนีออน หรือฟลูออเรสเซนต์เดิมออกมา เดี๋ยวเราจะเอาชิ้นส่วนนี้มาดัดแปลง

เราต้องการขายึดขั้วหลอดไฟเพียงแค่ 2 ชิ้น แต่ขายึดหลอดฟลูออเรสเซนต์เดิมมี 3 ขา ดังนั้น เราจะถอดทิ้งไป 1 ขา ไม่เก็บเอาไว้ให้เกะกะในโคมไฟ

ผมเลือกใช้ขั้วหลอดไฟที่เป็นเซรามิคแบบนี้ เพราะที่ตัวขั้วเซรามิค มีการบากร่อง และรูยึดที่เหมาะสม กับงานนี้ เหมาะยังไงเดี๋ยวดูกัน (โคมไฟสำเร็จรูปที่วางขายกัน ก็ใช้ขั้วหลอดเซรามิคแบบนี้แหละ)

ขั้วหลอดเซรามิคอันนี้ ต่อสายไฟด้วยการขันสกรูยึด และมีรูสองรู ไว้สำหรับยึดกับฐาน จะเป็นแผ่นเหล็ก หรืออะไรก็ได้ ตามแต่การออกแบบงานของเรา

ส่วนที่เป็นโลหะนำไฟฟ้าอยู่ลึก มือไม่สัมผัสโดนโดยไม่ตั้งใจ ปลอดภัยแน่ๆ และเซรามิค เป็นฉนวนกันไฟฟ้าที่ดีทีเดียว แม้น้ำหนักจะมากกว่าพลาสติกสักหน่อย

มีร่องบากอยู่ ดังนั้น แผ่นเหล็กที่เราจะนำมายึดเข้ากับขั้วหลอดเซรามิคนี้ จะต้องมีความกว้างที่พอดีกัน ไม่มากเกินไป จะเข้าร่องไม่ได้ เวลายึดสกรูจะไม่แนบสนิท ทำให้ไม่แน่น

แผ่นเหล็กบางๆ ที่ใช้ยึดขั้วหลอดนีออน หรือฟลูออเรสเซนต์ ที่เราเพิ่งจะถอดออกมาจากโคมไฟ

แผ่นเหล็กบางๆ นี้ งอได้ ดัดได้ตามที่เราต้องการ เราจะนำมายึดเข้ากับขั้วหลอดไฟอันใหม่

ดัดให้ตรง แล้วทาบกับขั้วของหลอดไฟดู ว่าพอดีกันหรือไม่ ปรากฏว่าเป๊ะแบบไม่ต้องขัด ไม่ต้องเกลา ดัดแปลงอะไรเลย

ลองกะระยะ ความห่างระหว่างหลอดไฟ กับตัวโคมไฟดู ก็จะได้ความสูงอย่างที่เห็น ผมลองกะความสูง กับหลอดไฟ LED 9 วัตต์ ที่จะใช้งาน และเผื่อไว้อีกเล็กน้อย กะไม่ให้หลอดชนกับโคมไฟ แต่ความจริงแล้ว ขาโลหะแบบนี้ เราจะงอ เพื่อหลบหลีกได้อีกเล็กน้อย หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว

ทดสอบแล้ว พอใจที่ระยะห่าง หรือความสูงประมาณนี้

เราจะต้องใช้น็อต หรือสกรูหัวแบน ยึดขั้วหลอดเข้ากันแผ่นเหล็ก จากด้านใน ดังนั้น น็อต หรือสกรูจะต้องไม่ยาวจนเกินไป

ค้นในกล่องเครื่องมือ ได้น็อต กับสกรูเกลียวปล่อยมาอย่างที่เห็น มีน็อตอยู่แค่ชุดเดียว แต่สกรูเกลียวปล่อยตัวเล็กๆ แบบนี้ ก็ใช้กับงานนี้ได้เหมาะสมดี

สกรูเกลียวปล่อยยาวออกมาขนาดนี้ เพียงพอต่อการยึดติดกับแผ่นเหล็กที่เรามี อย่างแน่นหนา

ความยาวของน็อตก็พอดี ต่อการใช้งาน แต่เสียดายที่มีอยู่เพียงชุดเดียว ต้องหันกลับไปใช้สกรูเกลียวปล่อย

ทาบแผ่นเหล็ก ที่จะใช้ยึดขั้วหลอด กับตัวโคมไฟ ลงบนขั้วหลอดไฟอีกครั้ง แล้วใช้ดินสอ ทำเครื่องหมาย ตำแหน่งที่จะเจาะรู โดยสอดดินสอเข้าทางปากของขั้วหลอดไฟ

แผ่นเหล็กบางๆ สำหรับยึดขั้วหลอดไฟ หลังจากทำเครื่องหมายด้วยดินสอแล้ว

ใช้เหล็กนำ ตอกเพื่อให้เกิดเป็นร่อง ในตำแหน่งที่ต้องการเจาะ ดอกสว่านจะได้ไม่ดิ้นหนีตำแหน่ง

เนื่องจากเราจะยึดแผ่นเหล็กด้วยสกรูเกลียวปล่อย ไม่ใช่น็อตร้อยผ่าน ดังนั้น รูที่เราต้องการ จะต้องเล็กกว่าตัวสกรูเกลียวปล่อย แต่ถ้าเราใช้น็อตร้อย จะต้องเจาะรูให้พอดี หรือใหญ่กว่าเล็กน้อย วัตถุประสงค์แตกต่างกัน ต้องพิจารณาให้ดี ก่อนจะลงมือเจาะรู ถ้าพลาดจะเสียหายได้

ยึดแผ่นเหล็ก ที่เจาะรูเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้ากับขั้วหลอดไฟ ด้วยสกรูเกลียวปล่อย ที่เตรียมเอาไว้ให้แน่นหนา

ยึดขั้วหลอดไฟได้แน่นหนาดี แต่ปลายสกรูแหลมๆ แบบนี้ ไม่ค่อยจะดีเลย ต้องแก้ไข

นำเอาตะไบมาถู มาฝนให้ปลายสกรูเกลียวปล่อย ที่แหลมๆ แบบนั้นให้ทู่ลง จะได้ไม่เกี่ยวถูกมือ จนได้เลือดได้แผล ส่วนปลายของแผ่นเหล็กที่เกินมา เราพับให้แนบไปกับขั้วหลอดได้เลย

ใช้สายไฟต่อกับขั้วหลอดไฟเตรียมเอาไว้ จะใช้สายอ่อน หรือสายแข็งก็ไม่เกี่ยง ขนาดที่ใช้ 0.5 sqm ก็เพียงพอแล้ว สำหรับหลอดประหยัดไฟสมัยนี้ บิ๊กสโตร์ทั้งหลายก็มีแบ่งขายเป็นเมตร

เราต่อสายไฟไว้เพียงขั้วเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องต่อคู่ ให้มีสายไฟเกะกะในโคมไฟโดยไม่จำเป็น

ติดตั้งเข้ากับโคมไฟ ในตำแหน่งเดิม ที่ขายึดหลอดฟลูออเรสเซนต์เคยอยู่ เพราะน็อตตัวผู้เราไม่ได้ถอดออกมาด้วย จากนั้นไขน็อตตัวเมียให้แน่น โดยหันขั้วหลอดไฟ ในมีตำแหน่งอย่างในภาพ

ขั้วหลอดไฟเซรามิค ถูกติดตั้งใส่เข้าไปในโคมไฟเรียบร้อย หน้าตาจะเป็นแบบนี้

จากนั้นต่อสายไฟ เข้ากับขั้วหลอดไฟ ที่เหลือทั้งหมด ให้เรียบร้อย โดยสายไฟเข้า จะต่อเข้ากับขั้วหลอดที่เหลือ และนำเอาสายไฟ จากขั้วหลอดที่เตาเตรียมไว้แล้ว มาเสียบรวมกัน แล้วไขสกรูยึดสายไฟให้แน่นหนา

ต่อสายไฟที่เหลือแบบนี้นะ สายไฟเข้า กับสายไฟจากขั้วหลอดอีกตัวนึง

ภาพโดยรวมแบบใกล้ ของขั้วหลอดไฟ ที่ต่อสายไฟทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว โคมไฟเราโล่งไปเลย เห็นไหม มีเพียงแค่สายไฟไม่กี่เส้นเอง

เปิดเบรคเกอร์ ใส่หลอดไฟ แล้วเปิดสวิทช์ได้เลย หลอดไฟก็จะติดอย่างที่เห็น ใส่หลอดเดียวก็สว่างได้

ขั้วหลอดไฟแบบนี้ ทำให้เรามีตัวเลือก จะใช้หลอดไฟต่างชนิด ต่างกำลังวัตต์ ก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหา

ใช้หลอดไฟกำลังวัตต์ไม่เท่ากัน แบบแก้ขัด หลอดใหม่ยังไม่ได้ซื้อมา ก็ไม่มีปัญหา

ใช้หลอดไฟต่างชนิดกัน มีทั้งหลอดประหยัดไฟ และหลอด LED ใช้ร่วมกันได้ ไม่มีปัญหาอีกเช่นกัน

ทำเสร็จก็ปิดครอบโคมไฟให้เรียบร้อย เป็นอันจบงาน สำหรับวันนี้แล้ว

การปรับปรุง ดัดแปลงโคมไฟเก่า ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในการเปลี่ยนโคมไฟทั้งชุด เพื่อจะมาใช้หลอดประหยัดไฟ หรือหลอด LED ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คุณภาพดีขึ้น ใช้งานได้ยาวนาน ประหยัดไฟกว่าหลอดแบบเดิมมากๆ ความร้อนน้อยกว่าด้วย ใครที่อยากเปลี่ยนมาใช้หลอด LED อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองพิจารณากันดูครับ





