หลายๆ บ้านที่มีอายุของตัวบ้านมากสักหน่อย น่าจะมีโอกาสได้เจอกับขั้วหลอดไฟแบบเขี้ยวกันพอสมควร โดยเฉพาะโคมแบบซาลาเปา ที่ติดอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นโคมไฟขนาดเล็กๆ ตัวโคมเป็นแก้ว ผิวเกลี้ยงกลมสีขุ่นๆ จึงเรียกกันว่า โคมซาลาเปา และในช่วงเวลานั้นนั้นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ จะมีเพียงหลอดยาว หรือหลอดกลมแบบโดนัท เท่านั้น หลอดประหยัดไฟยังไม่เกิด จึงไม่มีหลอดไฟดวงเล็กๆ ที่เหมาะกับพื้นที่ห้องเล็กๆ แบบห้องน้ำเลย เค้าจึงออกแบบโคมซาลาเปา ให้ใช้หลอดไฟประเภทหลอดเขี้ยว B22 เป็นหลอดไส้ที่มีความร้อนมาก แต่ความสว่างน้อย ผ่านยุคมาถึงปัจจุบัน จะหาหลอดไฟแบบเขี้ยวมาเปลี่ยนก็ยากมากแล้ว เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่มีขาย พากันเก็บออกจากชั้นวางสินค้าไปหมด จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ก็มีทางเลือกอยู่ว่าจะเปลี่ยนทั้งโคม หรือเปลี่ยนเฉพาะขั้วหลอดแทนดี

ตามปกติพื้นที่ห้องน้ำ ของบ้านโดยส่วนใหญ่ จะมีขนาดไม่ใหญ่นัก แค่ใช้อาบน้ำ และ/หรือ ปลดทุกข์ เท่านั้น โคมไฟที่เค้าออกแบบมาสำหรับใช้ในห้องน้ำจึงมีขนาดเล็ก หลอดไฟที่ใช้ก็เลยเล็กตามโคมไฟไปด้วย หลอดไฟที่ใช้ในยุคนึงจึงเป็นหลอดไส้ขนาดเล็กๆ ที่เรียกกันว่าหลอดปิงปอง ซึ่งการใช้งานหลอดไฟแบบนี้ยังคงมีอยู่เป็นเวลานาน ทั้งที่หลอดประหยัดไฟ อย่างหลอดตะเกียบก็มีใช้มาเป็นเวลานานแล้ว เพราะความยาวของตัวหลอดตะเกียบ ที่จับใส่ลงไปในตัวโคมไม่ได้ ต่อมาหลอดประหยัดไฟก็พัฒนาจากหลอดตะเกียบยาวมาขดให้สั้นลงเป็นหลอดสไปรัล หลอดทอร์นาโดแทน ทำให้สั้นลงมาก และนำมาใส่ในโคมไฟเล็กๆ แบบนี้ได้ โคมไฟซาลาเปา เล็กๆ เดิมๆ เลยต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัยด้วย จึงมาแนะนำให้เปลี่ยนขั้วหลอดไฟจาก B22 เป็น E27 กัน
ขั้วหลอดไฟแบบเขี้ยว เรียกว่า B22 (Bayonet Cap) ส่วนขั้วหลอดไฟแบบเกลียว เรียกว่า E27 (Edison Screw) ทั้งนี้หมายถึงขั้วหลอดไฟขนาดปกติ ที่ใช้กับโคมไฟทั่วไป และจะไม่พูดถึงขั้วแบบเขี้ยวขนาดเล็ก และเกลียวขนาดเล็ก ที่มีใช้งานกันน้อยกว่า และไม่ได้ใช้กับโคมไฟเพดานนะครับ


ก่อนอื่นก็ต้องหาวิธีแกะฝาครอบโคม ของโคมไฟแบบซาลาเปา นี้ออกมาก่อน หลายคนไม่รู้วิธีแกะจริงๆ ว่ากันไม่ได้ โคมแบบนี้จะมองเห็นว่ามีขาเหล็กเล็กๆ บางๆ ยื่นออกมา แต่บางคนก็ไม่รู้จะจัดการยังไง จะผลัก จะกด จะดึง ก็ลองหมดแล้ว รู้สึกว่าแน่น เลยหมดความมั่นใจ ทั้งกลัวว่าโคมไฟเป็นแก้ว จะหล่นลงมาแตกด้วย เลยเปลี่ยนใจเรียกหาช่างไฟกัน

โคมไฟแบบซาลาเปานี้ เราต้องออกแรงผลักคันโยกโลหะตัวนี้ ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ถ้าผลักไปแล้ว ยังไม่ออก แสดงว่ายังผลักไปไม่สุด บางทีขาเหล็กแบบนี้อาจจะขึ้นสนิมอยู่ภายใน ทำให้ผลักได้ยาก ก็ดึงกลับมาก่อน แล้วค่อยผลักออกไปใหม่ สลับไปสลับมาเรื่อยๆ เมื่อผลักได้สุดแล้วก็ให้ระวังโคมแก้วให้ดีๆ มันจะหลุดลงมาทันที ทางที่ดีเอามือจับเอาไว้ด้วยปลอดภัยที่สุด


เมื่อเราผลักก้านโยกไปจนสุดทางแล้ว ก็จะถอดฝาครอบโคมออกมาได้อย่างง่ายดาย และภายใต้โคมไฟของเราก็จะมองเห็นขั้วหลอดไฟชัดเจน มันเล็กแค่นี้จริงๆ

ก่อนจะไปยังขั้นตอนต่อไป ก่อนจะเริ่มต้นเปลี่ยนขั้วไฟ ลองทบทวนอีกครั้งว่าได้ปิดเมนไฟ หรือเบรคเกอร์แล้วหรือยัง ถ้าบอกว่า ช่างไฟมาทำไฟที่บ้านให้ ไม่เห็นเค้าปิดเบรคเกอร์เลย ปิดแค่สวิทช์ไฟเอง ก็ทำงานได้แล้ว นั่นเพราะว่าเค้ามีความชำนาญแล้ว (และไม่กลัวอันตราย หรือกลัวพลาดด้วย จึงทำงานกันแบบนั้น) ส่วนช่างประจำบ้าน ปลอดภัยไว้ก่อน ดีที่สุด ผมเลือกที่จะปิดไฟทั้งบ้านเลย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่พลาดแน่นอน อย่าลืมตะโกนบอกคนในบ้านทุกคนด้วยว่า กำลังทำไฟ ห้ามเปิดเด็ดขาด หรือจะหาป้ายมาติดเลย ก็ดีไม่น้อย

ดันหลอดไฟเข้าไปเล็กน้อย ก่อนจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อถอดหลอดไฟออก ซึ่งปกติก็ถอดยากอยู่เหมือนกัน เมื่อเทียบกับหลอดแบบเกลียว

ถอดครอบขั้วสายไฟออกก่อน จึงจะถอดสายไฟได้ ครอบตัวนี้จะเป็นเกลียวหมุน โดยหมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเช่นเคย

เมื่อถอดครอบขั้วสายไฟออกแล้วจะมองเห็นสายไฟ และขั้วต่อสายไฟ นี่ถ้าไม่ปิดเบรคเกอร์ไว้ก่อน คงจะลัดวงจรไปแล้ว เพราะถอดออกแล้วปล่อยสายไฟให้ ห้อยสัมผัสกับโครงของโคมไฟแบบนี้ ปิดเบรคเกอร์แล้วทำงานง่ายกว่ากันเยอะ


ใช้ไขควงไขสกรูออกให้หมด แล้วปลดสายไฟออกจากขั้วไฟ ก็จะเห็นปลายสายไฟเปลือยๆ แบบนี้แหละ


โคมไฟเก่า จะมีห่วงกลมๆ ไว้สำหรับยึดขั้วหลอดไฟ เข้ากับโครงของโคมไฟ ดังนั้น เราจึงต้องหาขั้วเกลียวของใหม่ ที่สอดใส่ และยึดติดกับห่วงกลมๆ นี้ได้พอดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาดัดแปลง แก้ไขให้เสียเวลา ซึ่งขั้วเกลียวทั้งสองชิ้น มีขนาดรูปร่างที่ต่างกันอยู่

เปรียบเทียบขนาดขั้วหลอดไฟใหม่ กับขั้วหลอดไฟของเดิม เห็นแล้วว่า ขั้วหลอดไฟอันไหน ที่จะนำมาใช้แทนที่ และสวมเข้าไปในห่วงยึดขั้วหลอดได้พอดี

ขั้วหลอดเกลียว ใช้กับหลอด LED หรือหลอดประหยัดไฟสไปรัล ขั้วหลอด E27 ได้เหมือนๆ กันหมด มีเพียงแค่รูปทรงภายนอกที่แตกต่างกันไม่ต้องกังวลไป

ฝาครอบขั้วหลอด จะถอดแยกออกจากขั้วหลอดได้ เพราะเป็นเกลียวตัวผู้ และตัวเมีย จึงแยกทั้งสองส่วนออกจากกันได้ไม่ยาก

ก่อนจะติดตั้ง และต่อสายไฟ เราสามารถที่จะลองสวมเข้ากับห่วงยึดขั้วหลอดไฟ เพื่อดูว่าการติดตั้งแน่นหนาดีไหม เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดี ยึดได้แน่นหนาค่อยต่อสายไฟเข้ากับขั้วต่อสายอีกที


สวมสายไฟ ผ่านฝาครอบขั้วต่อสายให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นนำสายไฟทั้งสองเส้น มาต่อเข้ากับขั้วต่อสายไฟทั้งสองขั้ว แล้วไขสกรูให้แน่นหนา จะต่อสายไหนเข้ากับขั้วไหนก่อนก็ได้ ไฟติดเหมือนกัน สำคัญที่ยึดสกรูให้แน่นหนา อย่าให้สายขยับเขยื้อน หรือหลุดออกมาชนกันได้ อย่าให้มีส่วนหนึ่งส่วนใดของทองแดง มาชนกันเด็ดขาด


หลอดประหยัดไฟแบบสไปรัล หรือทอร์นาโด ซื้อตอนลดราคา ยิ่งเดี๋ยวนี้แทบจะโล๊ะขายกันหมดแล้ว ราคาไม่กี่บาท ยิ่งถูกไปใหญ่ ประหยัดเงินค่าหลอด ก็ทดแทนค่าไฟที่หลอด LED ประหยัดกว่าได้อยู่ คิดแล้วก็พอๆ กัน ใช้งานไปก่อนได้ ไม่ต้องรีบ หลอด LED จะถูกลงเรื่อยๆ คุณภาพก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ยังมีเวลาอีกนาน

ไฟห้องน้ำแบบโคมซาลาเปา ก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้งด้วยแสงสีขาวของหลอดประหยัดไฟแบบสไปรัล ไม่ใช่หลอดไส้สีแดง ความร้อนสูงอีกต่อไป ง่ายๆ แค่นี้เอง ช่างประจำบ้าน ช่างในบ้าน เปลี่ยนกันเองได้แน่นอนครับ





