ปลั๊กไฟ 3 ขา แต่ เต้ารับ 2 รู คำถามสั้นๆ แต่แก้ยังไงดี ไปที่ไหนก็เจอปัญหาแบบนี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ปลั๊กเสียบ หรือเต้าเสียบในปัจจุบันนี้ เมื่อเรามองไปรอบๆ จะพบว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลาย รอบๆ ตัวเรา ถูกเปลี่ยนให้เป็น 3 ขา หมดแล้ว ตามมาตรฐานของไทยในปัจจุบัน แต่บ้านเก่าๆ ที่มีอายุมากๆ จะเป็นปลั๊กแบบสองรู ทั้งนั้น (รวมถึงบ้านผมเองด้วย) จะแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนเต้ารับให้เป็นสามรู มีกราวด์ หรือสายดินด้วย ก็ได้อยู่เหมือนกัน แต่เป็นกราวด์ลอย (มีแต่ช่องเสียบ แต่ไม่ได้ต่อสายไฟ ไม่ได้ต่อสายดิน เราเรียกว่า กราวด์ลอย เหมือนปลั๊กพ่วง แบบปลั๊กทำเอง DIY ที่เต้าเสียบมีแค่สองขา แต่มีเต้ารับมี 3 รู)

เมื่อก่อนนี้ พัดลมที่เราซื้อมาใช้งาน ยังมีขาปลั๊กเพียงแค่ 2 ขา แบนๆ ทั้งนั้น ซึ่งในปัจจุบัน หลายบ้าน ก็ยังใช้งานพัดลมที่ปลั๊กเสียบ หรือเต้าเสียบ มีแค่สองขากันอยู่เลย เพราะอะไร? เพราะพัดลม ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่สอง ที่ยอมให้ใช้ปลั๊ก 2 ขาได้ ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่สอง ที่ว่านี้ จะมีพลาสติก หรือโครงเป็นพลาสติก ไม่มีส่วนที่เป็นโลหะโผล่ออกมาให้เราสัมผัสถูกได้โดยง่าย (ตะแกรงพัดลม เป็นโลหะก็จริง แต่ก็เคลือบด้วยสีทั้งหมด เป็นฉนวนทางไฟฟ้าเหมือนกัน) ก็เลยไม่จำเป็นต้องมีสายกราวด์ หรือสายดิน แต่ในตอนนี้ พัดลมหลายรุ่น ก็เริ่มปรับเปลี่ยนมาเป็นปลั๊กสามขา (ขาปลั๊กที่มีขากราวด์ด้วย) เหมือนกัน และคิดว่า หลายยี่ห้อ หลายรุ่น น่ะจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง และมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
เมื่อขาปลั๊ก หรือเต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้าเรามี 3 ขา แบบนี้เราควรจะหักขาทิ้งไปหรือไม่? หลายคนสงสัย ตั้งเป็นคำถาม เพราะเต้ารับที่บ้าน มีแค่สองรู้ โอกาสจะได้ใช้งานขาที่ 3 (ขากราวด์) มีน้อยมาก ก็เลยคิดว่า หักทิ้งไปจะดีกว่า สิ่งที่ตั้งเป็นข้อสังเกตว่า โอกาสได้ใช้งานมีน้อย ก็จริงตามที่คิดกัน แต่ในโลกของความเป็นจริง บางสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราคิดว่าไม่จำเป็น ไม่มีก็ได้ แล้วตัดทิ้งไป การจะเอาคืนมาให้เหมือนเดิม มันเป็นไปไม่ได้นะ ขาปลั๊กเสียบ ที่มี 3 ขา ก็เหมือนกัน ถ้าจะหักทิ้ง ก็ไม่มีใครว่า หากคิดดีแล้ว

ความคิดเห็นของผมคือ เก็บเอาไว้แบบนั้นแหละ เผื่อมีการโยกย้าย ขนย้ายข้าวของไปบ้านหลังใหม่ หรือนึกอยากจะเปลี่ยนระบบไฟในบ้านให้เป็น บ้านที่มีระบบกราวด์ด้วย จะได้ไม่ต้องนึกเสียดาย ที่หักขาทิ้งไปแล้ว แต่เอาคืนมาไม่ได้ ต้องออกแรงตัดต่อสายไฟเพื่อเปลี่ยนปลั๊กเสียบ เต้าเสียบกันใหม่อีก เหนื่อยเพิ่มขึ้นเปล่าๆ

ทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการใช้ปลั๊กแปลงเต้าเสียบ จากสามขา มาเป็นสองขา ซึ่งผมใช้งานอยู่เป็นประจำ เพียงแต่ว่า เราต้องไม่เน้นของถูกจนเกินไป เท่านั้นเอง เราสามารถใช้ปลั๊ก 3 ตา เป็นการชั่วคราวได้ ปลั๊กแบบพับได้ ก็เป็นทางเลือกที่ดี ใช้งานแก้ขัดได้เหมือนกัน แต่มันจะมีขากราวด์โผล่ออมา ดูแล้วอันตราย (ผมเคยเจอคำถาม จากคนใกล้ตัว ว่าต่อแบบชั่วคราวแบบนี้ จะดีหรือ มันดูอันตราย จะไม่เกิดไฟช็อต ไฟดูดเหรอ แต่ในสถานะการณ์นั้น ถ้าไม่ต่อแบบนี้ ก็คงไม่ได้ใช้งาน อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นนั้น เพราะไม่มีเต้ารับ หรือปลั๊กแปลงใดๆ ให้ใช้งานเลย)

อุปกรณ์ไฟฟ้าบางประเภท จะมีไฟดูดเบาๆ ซึ่งปกติเกิดจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ถ้าพื้นบ้านของใครเป็นปูน เมื่อสัมผัสกับเครื่องที่เป็นโครงเหล็ก บริเวณที่ไม่พ่นสีไว้ เป็นต้องสะดุ้งทุกที แถมที่บ้านเรายังเป็นเต้ารับ 2 รู ในขณะที่เต้าเสียบมี 3 ขา ใช้ปลั๊กแปลงขาแล้ว ก็ดูดอยู่ดี เพราะขากราวด์ไม่ลงดินนะครับ เราเรียกว่า กราวด์ลอย เราสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการต่อสายสายไฟเส้นนึง ติดกับโครงเครื่องคอมพิวเตอร์บริเวณสกรู แล้วต่อไปลงดินเลยก็ได้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกๆ ตัว แยกต่อสายดินกันทุกๆ ตัวแบบนี้แล้ว ระบบไฟฟ้าภายในบ้านจะเพี้ยนไป ไม่ถูกต้องตามการออกแบบ การตรวจจับการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า ที่ตู้เมนเบรกเกอร์ อาจจะทำงานผิดพลาดได้





