ชั้นวางของในตู้เย็น เป็นพลาสติกใสๆ มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้เยอะพอสมควร แต่ก็แตกหักได้ง่ายเหมือนกัน หากใช้งานแบบไม่ระมัดระวัง ทั้งกด ทั้งกระแทก อายุการใช้งานจะสั้นลง เมื่อชั้นวางของในตู้เย็นเกิดแตกเสียหายไป เราก็ต้องหาทาง ซ่อม ชั้นวางของในตู้เย็น ให้ได้ แม้จะดูไม่สวยงามเหมือนเดิม มีรอยปะ รอยแปะบ้าง แต่ประหยัดเงินไปเกือบๆ พันบาทเชียว

ชั้นวางของในตู้เย็น หรือถาดวางของ สำหรับตู้เย็นยี่ห้อไหนๆ ก็ทำเป็นพลาสติกใส (ยี่ห้อที่ใช้เป็นกระจก tempered glass หรือ กระจกนิรภัยเทมเปอร์ ก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่) ที่ต้องทำเป็นชั้นวางของในตู้เย็น แบบใสๆ ก็เพื่อที่แสงไฟในตู้เย็น จะได้ลอดผ่านแต่ละชั้น แสงไฟจะได้ส่องสว่างทั่วทั้งตู้เย็น ไม่งั้น ก็ต้องติดหลอดไฟทุกๆ ชั้น หรือไม่ก็ติดไฟเป็นแถบ ซึ่งซ่อมบำรุงยากกว่า และต้องใช้พื้นที่เพื่อหลอดไฟมากขึ้น ซึ่งไปเบียดเบียนช่องเก็บอาหารภายในตู้เย็น ให้เล็กลงไปอีก คนซื้อตู้เย็น ต้องไม่ชอบแน่ๆ ทางออกง่ายๆ ก็คือทำชั้นวางของในตู้เย็น ให้โปร่งแสง ใสๆ แบบที่เราคุ้นเคยนี่แหละ

ชั้นวางของในตู้เย็น ใบนี้ เป็นรอยแตกยาว แต่ก็ฝืนใช้งานต่อมาเป็นเวลานาน เป็นตู้เย็นที่อยู่บ้านคุณแม่ ไม่มีคนซ่อมให้ ซึ่งในช่วงเวลาของการระบาด ของโควิด-19 ที่ผ่านมา ค่อนข้างรุนแรง การเดินทางไปมา อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงที่มากเกินไป ปัญหาก็เลยค้างอยู่แบบนั้นเป็นเวลานาน ยังดีที่ชั้นวางของในตู้เย็นแค่แตกยาวๆ แต่เส้นรอยร้าว รอยแยกยังไปไม่สุด ไปไม่ถึงขอบ ขอบชั้นวางทั้งสองด้าน ตัวชั้นวางก็เลยยังไม่แยกออกจากกันเป็นสองส่วน หากซ่อมแซมแล้ว ก็ควรจะรับน้ำหนักได้ดีเหมือนเดิม

การจะซ่อมชั้นวางของในตู้เย็น ต้องคิดก่อนว่าซ่อมแล้วยังใช้งานต่อไปได้นานๆ ทำยังไง ไม่ใช่ซ่อมแล้วใช้งานต่อได้แค่อาทิตย์เดียว ก็ไม่น่าจะเหมาะสม ทีแรกว่าจะใช้โลหะดามเลย แต่มันก็ทึบแสงแน่ๆ ความสว่างภายในตู้เย็นจะน้อยลงไป อีกทั้งการดามก็ต้องเลือกว่าจะเจาะรู ยึดสกรู ยึดด้วยลวด หรือใช้กาว ถ้าเจาะรูชั้นวางของ ก็อาจจะกลายเป็นการสร้างจุดอ่อนเพิ่มเติม และแตกหักง่ายในอนาคต แต่ถ้าใช้กาวในการประสานโลหะกับพลาสติก งั้นก็ใช้กาวอย่างเดียวน่าจะดีกว่า

เนื่องจากพลาสติกที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา มีมากมายหลากหลายประเภท หลากหลายคุณสมบัติ บางประเภทก็ติดด้วยกาวไม่ได้เลย บางชนิดก็ติดได้ไม่ดีนัก เมื่อเลือกแล้วว่าจะซ่อมแซมด้วยการติดกาว ก็ต้องมานั่งคิดอีกว่าจะใช้กาวชนิดไหน แบบไหนดี ทีแรกคิดว่าจะใช้อีพ็อกซี่ซะเลย แต่ถ้าใช้อีพ็อกซี่ ก็จะเป็นรอยนูนรอยปูดเยอะ ถ้าทำให้บาง ก็จะลดความแข็งแรงไปอีก และอีพ็อกซี่ ส่วนมากก็ทึบแสงด้วย ส่วนกาวร้อน กาวช้าง ก็อยู่ในตัวเลือก แต่ไม่แน่ใจว่าจะติดได้แน่นหนาขนาดไหน

เมื่อไม่แน่ใจ เราก็ต้องทดสอบก่อน ทดสอบด้วยการหยอดกาวเป็นจุดเล็กๆ แต่อยากเพิ่มความแข็งแรงของรอยต่อ รอยแตกร้าวด้วย จึงแปะกระดาษทิชชู่แผ่นเล็กๆ ลงไปที่กาวด้วย แล้วทิ้งเอาไว้สักชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่ากาวแห้งสนิทจริงๆ ซึ่งในที่สุดก็ทดสอบผ่าน ติดแน่นหนาดีมากๆ ยิ่งเราใช้ตัวประสานอย่างกระดาษทิชชู่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของรอยแผล รอยแตก ก็ยิ่งติดแน่นหนาเข้าไปใหญ่ เมื่อทดสอบผ่าน แล้ว เลือกกาว และวัสดุช่วยประสาน เพิ่มความแข็งแรงได้แล้ว ก็ขยายผล ลงมือซ่อมแซม แผลกว้างๆ เต็มรูปแบบได้เลย

เริ่มจากการตัดกระดาษทิชชู่ เป็นเส้นๆ โดยใช้กระดาษทิชชู่แบบกล่อง ที่มีความยาวของกระดาษมากกว่าแบบม้วน จะได้เป็นเส้นยาวๆ ไม่ขาดช่วง ไม่มีรอยปูดนูนในจุดที่กระดาษทิชชู่ทับกันมากนัก เมื่อวางของลงไปแล้ว ลากไป ลากมา บนชั้นวาง จะได้ไม่เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาภายหลัง

กาวที่ใช้ เลือกใช้กาวหลอดอลูมีเนียม กาวช้าง ไม่ใช่กาวร้อน แห้งไวๆ ติดแน่นๆ ที่ใช้กาวหลอดอลูมีเนียม เพราะส่วนมากจะแห้งช้ากว่า ทำให้เรามีเวลาในการทำงาน มีเวลาขยับกระดาษทิชชู่ ให้อยู่ตรงตำแหน่งทับรอยแตกพอดี อีกทั้งเรายังใช้ไม้ กดทับไล่ฟองอากาศออกได้ด้วย (กาวแต่ละยี่ห้อ ก็มีอัตราส่วนของเคมีไม่เท่ากัน บางยี่ห้อแห้งเร็วมาก แม้จะเป็นกาวหลอดอลูมีเนียม ไม่ต่างอะไรกับกาวร้อนที่มักจะมาในขวดพลาสติก ดังนั้นการเลือกยี่ห้อกาว ก็มีผลกับการทำงานด้วยเช่นกัน ไม่ได้พูดเล่นๆ นะ)

ตัดกระดาษทิชชู่เตรียมไว้แล้ว กาวพร้อมแล้ว ก็ลงมือได้ เริ่มจากการคว่ำถาด (ตั้งใจทำด้านล่างของถาดก่อน ให้ชินมือ ถ้าไม่สวย ค่อยไปแก้ตัวด้านบนของชั้นวางของ) แล้ววางกระดาษทิชชู่ลงไปก่อน โดยวางแนวยาวไปตามเส้นรอยแตก จากนั้นก็หยดกาวลงไปเป็นช่วงๆ ให้กระดาษทิชชู่ที่วางบนรอยแผล เปียกทั่วๆ แต่การหยอดกาวของเรา จะมีฟองอากาศให้เห็นอยู่บ้าง ก็ใช้ไม้ หรือวัสดุอื่นใด ที่พอจะหาได้ ค่อยๆ กดทับลงบนกระดาษทิชชู่ กดเนื้อกระดาษให้แนบลงไปบนแผ่นพลาสติก ของชั้นวางของในตู้เย็น ที่เรากำลังซ่อมอยู่ กดลงไปที่บริเวณฟองอากาศ ไล่ไปเรื่อยๆ ให้ฟองอากาศเหลือน้อยที่สุดก่อนที่กาวจะแข็งตัว จนขยับ หรือทำอะไรต่อไม่ได้

บริเวณที่เป็นฟองอากาศ จะเป็นจุดที่กาว ประสานกับพื้นผิวพลาสติกน้อย เนื่องจากกระดาษที่ปูดขึ้นมา ก็จะดึงกาวติดพื้นผิวกระดาษขึ้นมาด้วย แทนที่กระดาษจะเพิ่มความแข็งแรงได้เต็มที่ ความแข็งแรงกลับลดน้อยถอยลงไปเพราะเราละเลย ไม่ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้

ที่ด้านล่างของชั้นวางของ หรือถาดนี้ ผมเลือกที่จะติดกาว และกระดาษสองชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรง สาเหตุที่เลือกติดด้านหลังมากกว่าด้านหน้า เพราะคิดตามหลักง่ายๆ ที่ว่า เวลาเรางอวัสดุ พื้นผิววัสดุที่อยู่ด้านในจะถูกบีบเข้า แต่ด้านนอกจะถ่างออก ดังนั้น เวลาเราวางของ น้ำหนักที่กดทับบนถาด จะแอ่นลงไปด้านล่าง แรงดึงบริเวณรอยแผลด้านล่างจะมากขึ้น และมากกว่าด้านบน เพราะเป็นการถ่างออกของรอยแผล

จากเหตุผลดังกล่าว ด้านล่างของถาด ก็เลยทากาว พร้อมกับกระดาษทิชชู่ ตามรอยยาวของแผล 1 รอบ จากพอแห้งสนิท ก็ทากาว พร้อมกับกระดาษทิชชู่ตามขวางอีก เป็นระยะๆ ก่อนจะทากาว พร้อมกับกระดาษทิชชู่ตามแนวยาวของรอยแผลทั้งหมดอีกรอบนึง เป็นอันจบกระบวนการซ่อมแซมรอยร้าวยาวๆ ทั้งหมด

ส่วนบริเวณสันถาด ก็ต้องประสานด้วยกาว และกระดาษทิชชู่ทั้งหมดเหมือนกัน เพราะบริเวณสันถาดนั้น ถ้าเราสังเกตดีๆ วิเคราะห์ดีๆ จะเข้าใจว่า สันถาด ทำหน้าที่เหมือนกับคานรับน้ำหนัก ที่ถาดแตกร้าวขนาดนี้ แต่ยังไม่ขาด ไม่หลุดออกจากกัน ก็เพราะสันถาดยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ แต่ก็ร้าวลึกพอสมควรแล้ว จุดนี้ต้องติดกาว และดามให้ดีๆ อย่าคิดว่า แปะกาวแค่บริเวณก้นถาดให้แน่นหนาก็พอแล้ว เพราะสองส่วนนี้ทำหน้าที่การรับน้ำหนักต่างกันนะครับ

เมื่อทากาวกับกระดาษทิชชู่ ที่ด้นหลังของชั้นวางของในตู้เย็นเสร็จแล้ว ก็พลิกด้านกลับมาด้านบนของถาด ที่ด้านบนนี้ จะทากาว ประสานกับกระดาษทิชชู่เพียงแค่รอบเดียว ชั้นเดียวเท่านั้นพอ เพราะเสริมด้านล่างอย่างแน่นหนาแล้ว ด้านบนนี้ เป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้น อีกอย่างนึงก็คือเรื่องของการใช้สอย ใช้งาน ของที่วางอยู่ด้านบนนี้ บางทีผู้ใช้งานก็จับมันเลื่อนไป เลื่อนมาด้วย ถ้ามีรอยปูดนูน มีคม มีสัน อาจจะทำให้ถุงอาหารทะลุได้ ดังนั้น หนาชั้นเดียวพอแล้วล่ะ


หลังจากใช้งานมาเกือบๆ สองเดือนแล้ว ก็เลยเก็บภาพการใช้งาน มาให้ดูกันว่า ยังใช้งานได้ดีอยู่ ไม่มีร่องรอยการร้าวเพิ่ม ไม่มีร่องรอยการแตก เสียหาย รอยต่อหลุด กระดาษทิชชู่หลุด อะไรเลย การวางของก็วาง แล้วเลื่อนไปมาได้สะดวก ไม่ติดขัด ไม่ทำให้เกิดความเสียหายของวัสดุด้วย เป็นอันว่า วิธีนี้ใช้งานได้ แก้ไขปัญหาได้ตามที่ต้องการทั้งหมดแล้ว
ดูคลิป ดูภาพเคลื่อนไหวได้ที่นี่นะครับ ในคลิปนี้ เป็นถาดเก็บผัก ในชั้นวางผัก น้ำหนักของที่เก็บไว้ในถาดใบนี้ ปกติไม่ค่อยมีน้ำหนักอะไร ไม่เหมือนกับชั้นวางด้านบน เลยไม่ทบกระดาษหลายชั้น เหมือนกับถาดวาง ชั้นวาง ด้านบน ที่บางครั้งก็วางหม้อต้มทั้งใบ ไว้ในตู้เย็น ดังนั้น ชั้นวางจึงรับน้ำหนักมากกว่า ถาดวางผักมากๆ





